‘แม่แตงโม’ หอบหลักฐานสำคัญมอบตำรวจ ชี้ลูกสาวถูกทำร้ายทั้งร่างกาย-จิตใจบนเรือ

27 ก.พ.2565-ที่ สภ.เมืองนนทบุรี นางพนิดา ศิริยุทธโยธิน มารดาของแตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาว เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมนำหลักฐานบางส่วนมามอบให้ เพื่อคลี่คลายคดีการเสียชีวติของลูกสาว ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นใหม่ พร้อมกับพูดคุยกับเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมในการเยียวยาครอบครัว

นางพนิดา กล่าวถึงกรณีกระติกผู้จัดการส่วนตัวของแตงโมเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ส่วนที่เขาบอกว่าไม่สนิทกับแม่ ไม่สนิทได้อย่างไรเป็นไปไม่ได้ จ้างลูกแม่ไปหากิน อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมกระติกไม่ติดต่อเราหลังจากแตงโมพลัดตกเรือ ที่เขาบอกว่าที่ไม่ติดต่อแม่เพราะแม่ดำน้ำไม่เป็น ใช่เหตุผลเหรอ

“ที่ผ่านมาเวลามีงานก็ไปด้วยกัน มีงานยังแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ ล่าสุดที่เจอกันประมาณ 2 เดือนที่แล้ว และที่บอกแม่ว่าเจอกันที่นิติเวชเมื่อวานนี้ เจอกันตรงไหนเขาโกหกทั้งหมด คดีที่เกิดขึ้นผู้ชาย 2 คน ที่ถูกออกหมายจับมันจบไปแล้ว ในส่วนของกระติก ให้ตำรวจว่ากันเพราะตำรวจก็สงสัยอยู่เหมือนกัน มันมีเรื่องที่ลึกกว่านั้นที่แม่พูดไม่ได้”

ถามว่าอยากจะบอกอะไรไปยังกระติก แม่ของแตงโมกล่าวว่า ถ้านึกถึงเรื่องที่มันเป็นความจริง เขาทำร้ายน้องโมจริงๆ ทำร้ายทั้งจิตใจและร่างกาย เขาไม่ได้มีความจริงใจต่อลูกเรา แต่ยังพูดลึกๆไม่ได้ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ที่ว่าทำร้ายร่างกายคือวันที่เกิดเหตุ แม่แตงโมตอบว่า ในเรือ ไม่เชื่อว่าลูกสาวไปปัสสาวะ มันปัสสาวะไม่ได้ชุดน้องโมมันแคบและรัดมาก คนเราถ้าอยากจะพ้นผิดควรพูดความจริงให้หนักกลายเป็นเบา แต่นี้ยังโกหกอยู่คุณไม่รอดหรอก เดียวก็โดนโจมตี ส่วนปอกับแซนที่อยู่บนเรือ แม่ไม่รู้จักเพื่อนลูกสาวมีเยอะมากมีหลายระดับ รหัสบ้านน้องโมใครก็เข้าได้เพราะตอนพ่อเสียน้องอนุญาตให้เพื่อนเข้าไปปลอบใจอยู่เป็นเพื่อน

ถามย้ำว่าคนที่ทำร้ายน้องโมมีเฉพาะกระติกหรือมากกว่านั้น แม่ของแตงโมระบุว่า มากกว่านั้น ทำร้ายร่างกายและจิตใจ ส่วนจะเป็นหญิงหรือชายให้ตำรวจสอบ ที่เชื่อเพราะมีบุคคลหนึ่งที่เชื่อถือได้เขาส่งเอกสารมาให้ดูแต่ไม่บอกว่าเป็นใครเป็นเพื่อนสนิทของตนที่เรียนหนังสือมาด้วยกันพึ่งได้มาวันนี้ ตกใจมากถึงเอามาให้ตำรวจดูว่ามันคืออะไร มันเป็นอย่างนี้ใช่หรือไม่ เพราะบางทีตำรวจไม่รู้ลึกๆและตำรวจไม่ได้ดูข่าวพวกเฟซบุ๊ก เพราะไม่มีเวลาดูพวกเรายังไม่มีเวลาดูเลย

เมื่อถามว่าเป็นเอกสารอะไร นางพนิดา ตอบว่า เป็นเอกสารที่เขียนในไลน์ ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ที่กระติกบอกว่าไปแค่ทานข้าวนั้น นางพนิดา กล่าวว่า เขาบอกแตงโมไปทานข้าว แต่หลังจากทานข้าวเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ลูกสาวไม่พอใจ มีปัญหาขัดแย้งกันในเรือแล้วไปนั่งหน้าบึ่งอยู่ริมเรือ เพราะไม่ตรงกับจุดประสงค์ที่บอก เพราะถ้าบอกเขาจะไม่มาแน่นอน กินข้าวกินที่ไหนก็ได้ และเรือก็ไม่ปลอดภัยด้วย ซึ่งจะให้ตำรวจตรวจสอบในประเด็นนี้

“เอกสารทั้งหมดจะมอบให้ตำรวจเพื่อปรึกษาก่อน เพราะเป็นข้อความที่แรงมากสำหรับแตงโม เป็นข้อความสนทนาที่พูดกันบนเรือ ซึ่งเป็นเพื่อนผู้ชายคนใดคนหนึ่ง เขาปรารถนาดีส่งมาให้เพื่อนแม่แล้วเพื่อนแม่ก็ส่งมาให้แม่อีกครั้ง”  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดปฏิบัติการ 'ปราบร่างทรงซีเกมส์' ช่วยนักกีฬาทีมชาติหญิงอีสปอร์ต

ายใต้การนำ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผู้กำกับ 5 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.5 บก.ป.)

อดีตผู้ต้องหา 'คดีมินนี่' ฟ้องศาลทุจริตเอาผิด 4 ตำรวจ

'อดีตผู้ต้องหาคดีมินนี่' ยื่นฟ้องเอาผิด 4 ตำรวจ ดำเนินคดีซ้ำ หลังศาลยกฟ้องไปเเล้ว ทนายเผยลูกความติดคุก 84 วัน ก่อนอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องอีกรอบ

แนะ 3 วิธี ฉลอง 'วาเลนไทน์' ปลอดภัย ตัดวงจรแบล็กเมล์

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์

รัฐบาลเตือนภัย 'วันวาเลนไทน์' ระวังรักปลอม หลอกโอนเงิน

รัฐบาลเตือนภัยวันวาเลนไทน์ ระวัง 'รักปลอม' หลอกโอนเงิน เช็กให้ชัวร์ ก่อนจะเทใจ-เทเงิน มิจฉาชีพใช้ AI สร้างตัวตนปลอมขึ้นมา สั่งการตำรวจเฝ้าระวังจุดเสี่ยง

ระทึก! เรือบรรทุกสินค้าหลุดร่องน้ำ พุ่งชนเขื่อนริมเจ้าพระยา

ร.ต.อ.กรณ์กฤต กาญจนะเสน รองสารวัตรสอบสวน สภ.พระประแดง รับแจ้งเหตุเรือบรรทุกสินค้าชนทรัพย์สินของทางราชการ บริเวณลานคนเมืองนครเขื่อนขันธ์

ขยับ 'พล.ต.อ.รุ่งโรจน์' จากบัญชีสำรอง นั่ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ แทน 'เอก อังสนานนท์'

จากกรณี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 มาตรา 29 บัญญัติ ว่า ในกรณีที่ก.ตร.ผู้คุณวุฒิตามมาตรา 22 (4) (ก) หรือ (ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีสำรองในประเภทนั้นผู้ที่เลื่อนลำดับขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน