
รัฐบาลเผย ระบบ Fast Track ชำระภาษีไวน์เกิน 1 ลิตร คาดเปิดใช้งานเต็มรูปแบบต้นเดือน พ.ค. เตือน ปชช. อย่าโหลดจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอม
16 ก.พ. 2569 – นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบแจ้งข้อมูลการนำเข้าสินค้า หรือระบบ Fast Track เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารขาเข้าที่นำไวน์ติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรในปริมาณเกิน 1 ลิตร แต่ไม่เกิน 10 ลิตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต้องชำระภาษีสรรพสามิต แต่ไม่ต้องขอใบอนุญาตนำเข้า โดยระบบดังกล่าวจะช่วยให้การดำเนินการชำระภาษีเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อการพัฒนาระบบแล้วเสร็จ จะเริ่มเปิดให้บริการนำร่อง ณ ช่องมีของต้องสำแดง ด่านศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และด่านศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนขยายการให้บริการไปยังด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่ ด่านศุลกากรท่าอากาศยานหาดใหญ่ และด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต ตามลำดับ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานระบบได้อย่างเต็มรูปแบบภายในต้นเดือนพฤษภาคม 2569
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ระบบดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ผู้โดยสารที่นำสุราทุกชนิดติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรในปริมาณเกิน 1 ลิตร แต่ไม่เกิน 10 ลิตร ยังคงสามารถดำเนินการยื่นแบบแจ้งข้อมูลการนำเข้าสินค้าได้ โดยกรอกแบบฟอร์ม ณ ช่องมีของต้องสำแดง ประจำด่านศุลกากรท่าอากาศยานนานาชาติต่าง ๆ เพื่อชำระภาษีสรรพสามิต ซึ่งปัจจุบันกรมสรรพสามิตได้เตรียมแบบแจ้งข้อมูลการนำเข้าสินค้าในรูปแบบเอกสารกระดาษไว้รองรับแล้ว ผู้โดยสารสามารถกรอกข้อมูลและยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ช่องมีของต้องสำแดง เพื่อดำเนินการชำระภาษีได้ทันที
“รัฐบาลขอย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอมโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะการแอบอ้างให้ดาวน์โหลดหรือติดตั้งระบบ Fast Track ผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ เนื่องจากปัจจุบันระบบดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพัฒนา และยังไม่มีการเปิดให้ดาวน์โหลดหรือใช้งานผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ หากกรมสรรพสามิตพัฒนาระบบดังกล่าวแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการเมื่อใด จะมีการประกาศแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง” นางสาวอัยรินทร์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ธรรมนัส' ล่องหน! 'กล้าธรรม' ลุ้นหนักร่วมรัฐบาล 'อนุทิน 2'
'ธรรมนัส' ไม่เข้ากระทรวง ไร้เงาเข้าพรรค จับตา 'กล้าธรรม' ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ หลังสะพัด 'ภท.' ยึดคืนโควตา 'เกษตรฯ-ท่องเที่ยว'
'อนุทิน' อย่ามองข้าม 'ธรรมนัส' ระวังซ้ำรอยไม้กลองเด้งฟาดหน้า
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่ามองข้ามพรรคกล้าธรรม
รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัยช่วงตรุษจีนขอความร่วมมืองดเผาทุกชนิด
รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัย-อุบัติภัยช่วงตรุษจีน ขอความร่วมมือลด – งดการเผาทุกชนิด ลดฝุ่น PM 2.5 15 ก.พ. 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชาเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ตลอดจนจุดประทัดตามศาลเจ้าและบ้านเรือน บางพื้นที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองจุดพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ ช่วงดังกล่าวชาวไทยเชื้อสายจีนมักเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทำให้มีปริมาณรถสัญจรเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาว ลมแรง อากาศแห้ง เสี่ยงต่อเกิดอัคคีภัย รัฐบาลสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจร และสถานที่ที่จัดงานเทศกาลตรุษจีน ทั้งบนบกและริมตลิ่งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ทั้งโป๊ะ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร หากพบสภาพไม่ปลอดภัยให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซมโดยเร็ว ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้เตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย และไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงกวดขันการพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง ตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิงที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด “เทศกาลตรุษจีน หน่วยงานที่จะจัดงาน ต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย โดยเฉพาะการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงหรือการแสดงที่ใช้เทคนิคพิเศษ (Special Effect) ภายในอาคาร รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากอัคคีภัย ที่สำคัญขอให้ช่วยกันรณรงค์ลดหรืองดกิจกรรมการเผาทุกชนิด เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว
ของไหว้ตรุษจีนปีนี้ ราคาลดลงหลายรายการ เตือนร้านค้าฉวยขึ้นราคา-ไม่ปิดป้าย มีโทษหนัก
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้เร่งกำกับดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าและความเป็นธรรมทางการค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะในย่านการค้าสำคัญ อ
รองโฆษกรัฐบาล ให้ข้อคิดในวันวาเลนไทน์ รักต้องมีสติ อย่าให้เป็นพิษทำร้ายจิตใจ
รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่าเนื่องในวันวาเลนไทน์ เป็นโอกาสสำคัญในการดูแลสุขภาพจิต ผ่านความรักในทุกรูปแบบ ไม่จำกัดเฉพาะความรักระหว่างคู่รัก แต่รวมถึงความรักต่อตนเอง ครอบครัว เพื่อน และสังคม ทั้งนี้ หากความรักเป็นความสัมพันธ์ที่ดี เหมาะสม และปลอดภัย

