"ธนกร" สั่ง ก.อุตฯ เฝ้าระวังใกล้ชิด หวั่นสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน กระทบอุตสาหกรรมไทย กำชับเร่งประเมินผลกระทบ พร้อมจัดทำมาตรการรับมืออย่างเป็นระบบ
2 มีนาคม 2569 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะราคาน้ำมันและต้นทุนโลจิสติกส์ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมไปพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย และจัดทำแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบ
แม้มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับอิหร่านโดยตรงจะมีสัดส่วนไม่สูงมาก โดยในปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 146.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทยส่งออก 136.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 9.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แต่ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ผลกระทบทางอ้อมผ่านโครงสร้างพลังงานโลกและการขนส่งระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การค้าระหว่างไทยกับ 15 ประเทศในตะวันออกกลาง มีมูลค่ารวม 40,535.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยนำเข้าจากภูมิภาคนี้สูงถึง 28,060.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเสียดุลการค้า 15,584.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากไทยนำเข้าสินค้าพลังงานมูลค่าสูงเป็นหลัก จึงทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงานและต้นทุนโลจิสติกส์ในภูมิภาคดังกล่าว
นอกจากนี้ การที่อิหร่านปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบมากกว่าร้อยละ 20 ของการขนส่งน้ำมันทั่วโลก ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์ว่า หากความขัดแย้งขยายวงและยืดเยื้อ ราคาน้ำมันดิบอาจปรับเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันประมาณ 70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ไปอยู่ที่ประมาณ 100–105 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนพลังงาน ต้นทุนขนส่ง และต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทยปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ในส่วนของผลกระทบต่อภาคการผลิต มีการวิเคราะห์ด้วยตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต (Input-Output Table) พบว่า การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลจะส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่งของหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีสัดส่วนการใช้น้ำมันดีเซลในกระบวนการผลิตสูง ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า ร้อยละ 7.93, การฟอกและย้อมผ้า ร้อยละ 6.31, เคมีภัณฑ์ขั้นมูลฐาน ร้อยละ 4.82, ปูนซีเมนต์ ร้อยละ 4.43, ผลิตภัณฑ์จากโลหะ ร้อยละ 4.01, แก้วและผลิตภัณฑ์แก้ว ร้อยละ 2.74 และ เสื้อผ้าและสิ่งทอ ร้อยละ 2.53 ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากหากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ อาจทำให้ค่าระวางเรือ และค่าประกันภัยปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลางและยุโรป ซึ่งต้องพึ่งพาการขนส่งทางเรือเป็นหลัก อาจเผชิญความล่าช้าในการขนส่งจากการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ
ทั้งนี้ จากการประเมินด้วยแบบจำลองเศรษฐกิจมหภาคของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) พบว่า หากราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้ง จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทยใน 2 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น กรณีราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นร้อยละ 10–20 (ประมาณ 77–85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) จะทำให้ GDP ภาคอุตสาหกรรมลดลงประมาณ 2,700–3,000 ล้านบาท หรือประมาณ ร้อยละ 0.06 ของ GDP ภาคอุตสาหกรรม ในขณะที่ ระยะกลาง กรณีราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 (ประมาณ 100–105 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) จะทำให้ GDP ภาคอุตสาหกรรมลดลงประมาณ 10,125–12,000 ล้านบาท หรือประมาณ ร้อยละ 0.15 ของ GDP ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนว่าความผันผวนของราคาพลังงานมีผลต่อภาคการผลิตไทย
“กระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้ สศอ. เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประสานผูัประกอบการอุตสาหกรรมสาขาต่าง ๆ พร้อมทั้งประเมินผลกระทบเชิงลึกต่อภาคการผลิต เพื่อจัดทำมาตรการรองรับอย่างเป็นระบบ ทั้งการติดตามต้นทุนพลังงาน การพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs การส่งเสริมการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อลดการใช้พลังงาน ตลอดจนสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงด้านการขนส่ง อัตราแลกเปลี่ยน และการกระจายตลาดส่งออก เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง” นายธนกร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ยืนยันรับมือได้ ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
นายกฯ ยอมรับไทยได้รับผลกระทบ สงครามตะวันออกกลาง เผยราคาน้ำมันสูงแต่ไม่มากนัก ชี้สถานการณ์ยังไม่มีอะไรแน่นอน แต่ยังรับมือได้ สำรองน้ำมัน-พลังเชื้อเพลิง ไว้แล้ว
'ตรีนุช' เผยแรงงานไทยในอิสราเอล-อิหร่าน แจ้งขอกลับประเทศ ยังมีไม่มาก
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีแรงงานไทยในอิสราเอลแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยน้อยว่า ขณะนี้มีการแจ้งความประสงค์มาไม่มาก แต่ได้มอบให้ปลัดกระทรวงแรงงาน และทูตที่ประจำอยู่ในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลางคอยติดตามสถานการณ์
'อ.บุญส่ง' วิเคราะห์โจทย์ใหม่ของไทย จากสถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน กับโจทย์ใหม่ของไทย" มีเนื้อหาดังนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เมื่อเกิดการใช้อาวุธโดยตรงระหว่าง สหรัฐอเมริกา
ประธานสภาอุตฯ หวั่นสงครามตะวันออกกลางบานปลาย ทุบเศรษฐกิจไทยหนัก
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่า ในการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรี ที่มีเป็นประธานจะหารือเกี่ยวกับเรื่องการหามาตรการรับมือกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
นายกฯ ประชุมหามาตรการรับมือผลกระทบเศรษฐกิจไทย เหตุสู้รบตะวันออกกลาง
นายกฯ ประชุมฝ่ายเศรษฐกิจ ฟังข้อเสนอรับมือผลกระทบสู้รบในตะวันออกกลาง หวังจำกัดความเสียหายต่อไทยน้อยที่สุด พร้อมหามาตรการรับมือด้านเศรษฐกิจทางตรง-ทางอ้อม ย้ำให้ความสำคัญความปลอดภัยคนไทย-ธุรกิจไทยในพื้นที่

