เดินหน้า 'ไทยช่วยไทย' ลดค่าครองชีพ ศุกร์นี้นัดซื้อของถูกทั่วไทย 946 จุด

ศุกร์นี้นัดซื้อของถูกทั่วไทย! รัฐบาลเดินหน้า 'ไทยช่วยไทย' ลดค่าครองชีพ พาณิชย์ผนึกมหาดไทย–ไปรษณีย์ไทย กระจายสินค้าราคาประหยัด 946 จุด ลดสูงสุด 58% ตั้งเป้าช่วยประชาชนกว่า 4 ล้านคน

8 พ.ค. 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ห้างค้าส่งค้าปลีก ผู้ประกอบการ และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อกระจายสินค้าจำเป็นราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศอย่างครอบคลุม

"รัฐบาลตั้งเป้าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาทต่อเดือน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยใช้กลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการนำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด พร้อมเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs สินค้าชุมชน และสินค้า OTOP โดยไม่กระทบต่อกลไกตลาดเดิม"

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัดได้ทุกวันศุกร์ ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” โดยในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม รัฐบาลได้ร่วมมือกับห้างค้าส่งค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้า นำสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ แบรนด์รอง และสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมาลดราคาสูงสุด 25–58% เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน

นางสาวลลิดา กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมกับไปรษณีย์ไทยขยายจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 946 จุด เพื่อให้ประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกมากขึ้น พร้อมตั้งเป้าให้ประชาชนกว่า 4 ล้านคนได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว

"ขณะเดียวกัน ที่ทำการไปรษณีย์ ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center : DC) เชื่อมโยงการจำหน่ายทั้งค้าปลีก ค้าส่ง และกระจายผ่านรถเร่หรือรถพุ่มพวง ครอบคลุมกว่า 1,000 ตลาดท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้สินค้าราคาประหยัดเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง"

นางสาวลลิดา กล่าวอีกว่า สำหรับสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ มีจำนวน 15 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ น้ำมันปาล์มตราดอกไม้ ซอสหอยนางรมตราเด็กสมบูรณ์ ผงชูรสตราภูเขา หอยลายกระป๋องตราปุ้มปุ้ย ข้าวหอมปทุมบรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม ผงซักฟอกตรา Dakko Plus น้ำปลาตราปลาหมึก ปลากระป๋องตรา Super C Chef บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้งบิ๊กแพค น้ำยาทำความสะอาดพื้นตรามาจิคลีน น้ำยาล้างจานตราซันไลต์ รวมถึงแชมพูและครีมนวดผมตราซันซิล โดยจำหน่ายในราคาลดลงสูงสุด 25–58% เมื่อเทียบกับราคาท้องตลาด

นางสาวลลิดา กล่าวว่า นอกจากจุดจำหน่าย ณ ที่ว่าการอำเภอและไปรษณีย์ไทยแล้ว ประชาชนยังสามารถเลือกซื้อสินค้าไทยช่วยไทยผ่านห้างค้าส่งค้าปลีกชั้นนำ อาทิ แม็คโคร โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์ โก โฮลเซลล์ ฟู้ดแลนด์ เดอะมอลล์ และเซเว่นอีเลฟเว่น รวมถึงห้างค้าปลีกท้องถิ่นกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ และแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada, TikTok, Grab และ Lineman ซึ่งจำหน่ายในราคาเดียวกับหน้าร้าน เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น

“สิ่งที่ประชาชนจะได้รับ คือ การเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัด ลดภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการรายย่อย สินค้าชุมชน และ SMEs ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าดูแลเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดา กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ลลิดา' สอนอดีตทูต! บอกภาษีสหรัฐอย่ามองแค่ส่วนเดียว

รองโฆษกรัฐบาลโต้ 'พิศาล' ปมภาษีสหรัฐฯ ชี้ อย่านำตัวเลข 12.5% เพียงส่วนเดียวมาสรุปภาพทั้งหมด ย้ำต้องดูผลรวม ม.301 เทียบคู่แข่ง–ไทยเร่งปิดดีล ART รักษาความสามารถแข่งขัน

'ลลิดา' สวน 'รักชนก' ปม กยศ.ชี้ไม่ใช่แค่เติมเงินแต่เงินต้องหมุนกลับด้วย

'ลลิดา' สวน 'รักชนก' ปม กยศ. ชี้เติมเงินอย่างเดียวไม่จบ หากเงินไม่หมุนกลับถึงรุ่นน้อง ย้ำพร้อมเติมงบ–ช่วยคนไม่มีรายได้ แต่ผู้มีกำลังจ่ายต้องคืนเงินเข้ากองทุน

รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้มาตรการน้ำมัน-ราคาสินค้า มีเป้าหมายต่างกัน

รัฐบาล ย้ำดูแลค่าครองชีพต้องมองทั้งระบบ ชี้ราคาน้ำมันส่งผลทั้งค่าขนส่ง ราคาสินค้า แต่ละมาตรการมีเป้าหมายต่างกัน ใช้เงินรัฐต้องตรงจุด คุ้มค่า ย้ำวงเงินกู้ไม่จำเป็นต้องใช้ให้หมด

รัฐบาลขยายผลขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ จาก 'เปิดตู้' สู่ 'ไล่เครือข่าย' ตรวจบัญชี 825 ตู้

รัฐบาลขยายผลขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ จาก 'เปิดตู้' สู่ 'ไล่เครือข่าย' ตรวจบัญชีเบื้องต้น 825 ตู้ ย้ำตรวจตามหลักฐาน–ไม่เหมารวมว่าผิดทั้งหมด