นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตบาห์เรนประจำประเทศไทย ยกระดับความร่วมมือการค้า- การลงทุน-ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์-ความมั่นคงทางอาหาร พร้อมย้ำไทยสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง
14 พ.ค.2569 - ที่ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเคาะลีล ยะอ์กูบ อัลคัยยาฏ (H.E. Mr. Khalil Yaqoob AlKhayat) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเข้ารับหน้าที่
ภายหลังการหารือ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของการหารือว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีต่อเอกอัครราชทูตบาห์เรนฯ ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดยไทยให้ความสำคัญกับบาห์เรนในฐานะมิตรประเทศและหุ้นส่วนสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมเน้นย้ำความสัมพันธ์อันยาวนานและใกล้ชิดระหว่างไทยกับบาห์เรนในทุกระดับ ทั้งราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชน ซึ่งทั้งสองประเทศเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้า ด้านเอกอัครราชทูตบาห์เรนฯ ยินดีที่ได้เข้ารับหน้าที่ประจำประเทศไทย เนื่องจากเคยเป็นนักการทูตประจำการในประเทศไทยมาก่อน จึงมีความคุ้นเคยและความเข้าใจเกี่ยวกับไทยเป็นอย่างดี
นางสาวรัชดา กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตบาห์เรนฯ ยังยินดีต่อพัฒนาการความร่วมมือระหว่างกัน และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุน การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญและความพร้อมในการขยายความร่วมมือ
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยินดีผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกัน ส่งเสริมการลงทุนสองทาง และแสวงหาโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจร่วมกัน โดยนายกรัฐมนตรีหวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนของภาคเอกชนระหว่างไทยและบาห์เรนเพิ่มมากขึ้น ด้านเอกอัครราชทูตบาห์เรนฯ ยินดีส่งเสริมการนำเข้าสินค้าไทย โดยบาห์เรนมีที่ตั้งใกล้กับซาอุดีอาระเบียและอีกหลายประเทศในตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ จึงพร้อมเป็นประตูนำเข้าสินค้าไทยสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไทยนับเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวบาห์เรน โดยเฉพาะด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งในปี 2568 มีชาวบาห์เรนเดินทางมายังประเทศไทยจำนวนกว่า 3 หมื่นคน อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรียังคงต้องการส่งเสริมให้ชาวบาห์เรนเดินทางมารับบริการทางการแพทย์ในไทยเพิ่มมากขึ้น ด้านเอกอัครราชทูตบาห์เรนฯ ชื่นชมศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลของไทย พร้อมเห็นพ้องที่จะต่อยอดความร่วมมือในด้านดังกล่าวให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ส่วนด้านความมั่นคงทางอาหาร ไทยยืนยันบทบาทการเป็นแหล่งผลิตและส่งออกอาหารคุณภาพที่เชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของบาห์เรน
นางสาวรัชดา กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และเน้นย้ำความสำคัญของการใช้การเจรจาและการลดความตึงเครียด อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตบาห์เรนฯ ยังคงยืนยันที่จะผลักดันความร่วมมือด้านต่างๆ ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศต่อไป และในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่าเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรนฯ จะมีบทบาทสำคัญในการสานต่อและยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต พร้อมอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ยศชนัน' บอกทำเต็มที่ทั้งบริหารชาติ-ดูแลพรรค
'ยศชนัน' ย้ำงานบริหารบ้านเมือง-งานพรรค พท.ทำเต็มที่ เพื่อให้ประเทศก้าวหน้า
'อนุทิน' ทัวร์ตลาดศรีย่านเช็กกระแส 'ไทยช่วยไทยพลัส'
นายกฯ เดินศรีย่าน เช็กกระแส 'ไทยช่วยไทย พลัส' ปชช.ช้อปปิ้งคึกคัก
นายกฯ พร้อมคู่สมรสลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระบรมราชินี
นายกฯ พร้อมคู่สมรส ลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย.69
นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบพระบรมราชินี
นายกฯ ประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์-ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
นายกฯ ยินดี 'ทักษิณ' พ้นโทษ
นายกฯ ยินดี 'ทักษิณ' พ้นโทษ บอกเป็นวันมงคล ไม่ขอตอบเรื่องอื่น
'เอกนิติ' ย้ำ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' ต้องให้ผู้เดือดร้อนที่สุด!
'เอกนิติ' แจงกระแสวิจารณ์ตัดสิทธิ์ผู้ที่บุตรนำชื่อไปลดหย่อนภาษี ย้ำ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' ให้กลุ่มที่เดือดร้อนที่สุด

