'ไชยันต์' ออกโรง! อบรมพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท 'องคมนตรี'

‘อ.ไชยันต์’ สอนพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท ‘องคมนตรี’ กางโมเดลเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ พร้อมย้ำ รธน.มาตรา 10 ทำให้ต้องรับฟังข้อมูลจากหน่วยราชการ

22 พ.ค. 2569 – จากกรณี พรรคประชาชน แสดงท่าทีทางการเมืองอย่างเป็นทางการ ในเชิงตั้งคำถามถึงบทบาทขององคมนตรี หลังเก้าองคมนตรี ร่วมประชุมหารือรับฟังข้อมูลการเตรียมการป้องกันปัญหาภัยแล้ง-ภัยธรรมชาติ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีดังกล่าวของพรรคประชาชนทางการเมืองตามมา

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์พิเศษ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักรัฐศาสตร์-นักวิชาการที่ติดตามศึกษาเรื่องเกี่ยวกับ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มาอย่างต่อเนื่องและศึกษาระบอบดังกล่าวในหลายประเทศ ให้สัมภาษณ์กับ”ไทยโพสต์”ว่า ภาพการประชุมดังกล่าวระหว่างฝ่ายองคมนตรีและฝ่ายรัฐบาลเมื่อ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา เท่าที่สืบข้อมูลของไทยเรา ก็เห็นว่าทำกันมาหลายปีแล้ว เป็นการที่ทางองคมนตรีมารับฟังเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันภัยของทางหน่วยราชการ

พอเห็นภาพที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) โพสต์ รวมถึงที่พรรคประชาชนมีการโพสต์ในเรื่องนี้ จึงได้สอบถามกับทางข้าราชการผู้ใหญ่ที่อยู่ในภาพ เขาก็บอกว่า ไม่ใช่เป็นการพบกันกับทางคณะรัฐมนตรีที่เป็นฝ่ายการเมือ งแต่เป็นการพบกับหน่วยงาน ที่ดูเรื่องเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ ฝนแล้ง น้ำท่วม ลักษณะแบบนี้ ซึ่งก็ทำมานานแล้ว โดยทางองคมนตรีมารับฟัง เพราะหน่วยงานราชการจะต้องดูแลประชาชน ส่วนของโครงการพระราชดำริฯ ก็จะมีอีกส่วนหนึ่ง ก็จะประสานงานกัน ที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพ

“เท่าที่ได้รับฟังมาก็คือ ทางฝ่ายองคมนตรี ก็มารับฟัง ไม่ได้เป็นเรื่องการมาสังเกตการณ์ เพราะข้อมูลส่วนใหญ่หน่วยงานราชการก็มีเยอะ และเป็นกลไกของระบบราชการของรัฐบาล ที่ไม่ใช่เป็นการมากำหนดนโยบาย ไม่ได้เป็นการมากำกับ ก็เห็นว่าทำกันมาพอสมควร และหากย้อนไปสมัยรัชกาลที่ 9 พวกเราคงจำกันได้ ที่จะมีงานพิธีอยู่งานหนึ่งซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่งมาขึ้นเวทีแล้วก็พูดถึงเรื่องน้ำท่วมอะไรต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่พระมหากษัตริย์ ท่านได้ทรงห่วงใย” ศ.ดร.ไชยันต์ ระบุ

ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวว่า เรื่องเกี่ยวกับว่าพระมหากษัตริย์ของเราไป ไปช่วยเหลือหรือดูแล จำได้ว่าในหนังสือชื่อ Saying the Unsayable ที่มีบรรณาธิการเป็นชาวเดนมาร์กหรือสวีเดนประมาณนี้ แล้วก็มีนักวิชาการไทยเขียนบทความภาษาอังกฤษ จะมีอาจารย์ต่างๆ ที่ออกจะเป็นแนวที่ตั้งคำถามหรือวิพากษ์วิจารณ์ หรืออาจจะเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยบทนำในหนังสือ บรรณาธิการที่เป็นชาวต่างชาติ เขาบอกว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ โดยเขาบอกว่า เป็นเรื่องที่หากเป็นประเทศของเขา ถ้าเป็นกษัตริย์เดนมาร์ก เขาบอกว่า จินตนาการไม่ได้เลย ที่กษัตริย์จะไปยุ่งเรื่องแบบนี้

ตนก็เลยต้องมานั่งศึกษาการเมืองกับประวัติศาสตร์การเมืองเดนมาร์ก ก็เป็นที่มาของการศึกษาในประเทศสแกนดิเนเวีย ว่าตกลงพระมหากษัตริย์เคยมีบทบาทอะไรหรือไม่ ปรากฏว่าในอดีตหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองของเดนมาร์ก ในปี ค.ศ.1849 พระมหากษัตริย์ของเดนมาร์กยังมีพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญปีค.ศ.1849 ในการแต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับสภาฯเลย แปลว่ายังต้องรับผิดชอบในการตั้งรัฐมนตรี และบทบาทของพระมหากษัตริย์ยังมีอยู่มาก ตนสังเกตว่า พวกนักวิชาการตะวันตกที่มาศึกษาเรื่องเมืองไทย จะเป็นแนวพวกที่ถนัดซึ่งเรียกว่า Southeast Asian Studies เขาเองกลับไม่ค่อยรู้เรื่องประวัติศาสตร์ประเทศของเขาเอง หลายคนเลย

อย่างมีนักวิชาการชาวอังกฤษขอไม่เอ่ยชื่อ แต่หากอยากทราบโพสต์มาถามตนได้ว่าเขาชื่ออะไร เขาก็เขียนเกี่ยวกับเรื่องเครือข่ายสถาบันพระมหากษัตริย์ต่างๆ แล้วก็พูดถึงพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตนก็บอกว่า พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 รู้ไหมว่า The King Can Do No Wrong กษัตริย์ของอังกฤษคนใดเป็นคนพูดคนแรก ปรากฏว่าเขาตอบว่าไม่รู้ ตนก็บอกว่า ไม่รู้ได้อย่างไรทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่เกิดสงครามกลางเมืองในอังกฤษ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 เป็นคนพูด The King Can Do No Wrong ในบริบทที่ยังไม่อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ตนเลยคิดว่านักวิชาการฝรั่งที่สนใจเรื่องเมืองไทยก็ไม่รู้เรื่องของตัวเอง ส่วนนักวิชาการไทยที่ศึกษาหรือสนใจเรื่องของสถาบันกษัตริย์ ก็ไม่รู้เรื่องของสถาบันกษัตริย์ของต่างประเทศ มันก็เลยเป็นอะไรไม่รู้

ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวว่า ในกรณีขององคมนตรีของประเทศอังกฤษ ซึ่งในประเทศกลุ่มยุโรป ก็ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แม้ผมจะโพสต์ผ่านfacebook ส่วนตัวว่า องคมนตรีของอังกฤษ จะมีการประชุมกับข้าราชการ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าองคมนตรีของประเทศในยุโรปทั้งหมด จะต้องเป็นแบบนั้น เพราะประวัติศาสตร์ความเป็นมา มันต่างกันเยอะ อย่างที่อังกฤษ สภาที่ปรึกษาราชการในพระองค์กับสภาที่ปรึกษาแผ่นดินที่เริ่มมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ของอังกฤษ ทั้งสองสภา เป็นที่มาของคณะรัฐมนตรีและเป็นที่มาของรัฐสภา

อย่างสภาที่ปรึกษาในพระองค์ ก็คือ องคมนตรี ที่จะทำงานซ้อนกันระหว่างเป็นที่ปรึกษากษัตริย์และทำงานในแง่การบริหารราชการแผ่นดินคือช่วยพระมหากษัตริย์มาเรื่อย จนหลังค.ศ. 1688 แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือรัฐสภา จะมีอำนาจเยอะ โดยพระมหากษัตริย์จะไม่มีอำนาจในทางนิติบัญญัติโดยลำพังตามพระองค์เพราะต้องขึ้นอยู่กับสภา ซึ่งการแตกตัวขององคมนตรี แตกตัวออกมาเป็นคณะรัฐมนตรี ทางฝ่ายบริหารราชการแผ่นดินที่แต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ก็คือคณะรัฐมนตรี เขารู้สึกว่าเขาทำงานยากหากต้องประชุมร่วมกับองคมนตรีทั้งหมด เขาก็เลยแตกตัวออกมาเป็นคณะกรรมาธิการก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาไปเป็นคณะรัฐมนตรี ทำให้มีความเชื่อมโยงในทางประวัติศาสตร์ ทำให้ในปัจจุบัน องคมนตรีของอังกฤษ เวลาจะปรึกษาข้าราชการหรือรับฟังข้าราชการเป็นเรื่องบริบทของอังกฤษ

องคมนตรีประเทศอังกฤษ จะมีความแตกต่างจากของไทย ของไทยตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัยทั้งหมด แต่ของอังกฤษ จะมีทั้งส่วนที่แต่งตั้งโดยพระราชอัธยาศัย และมีในส่วนของที่เป็นโควตาของฝ่ายการเมืองก็มี และยังมีโควตาของฝ่ายตุลาการ และโควตาของฝ่ายศาสนจักรก็มี ทำให้มีความหลากหลายในสภาองคมนตรี หรือ Privy Council ส่วนของไทยเริ่มมี Privy Council ในปี พ.ศ. 2417 โดยรัชกาลที่ 5 ทรงออกเป็นพระราชบัญญัติขึ้นมาสองฉบับ ฉบับแรกคือ พระราชบัญญัติแต่งตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน และอีกอันคือสภาที่ปรึกษาราชการในพระองค์ พอมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ทางคณะราษฎร -รัฐบาล ได้ออกกฎหมาย ยกเลิกองคมนตรีไป ทำให้ในช่วงปี 2475 ถึงปี 2490 จะไม่มีองคมนตรี แต่ในช่วงปี 2477 จนถึง พ.ศ. 2489 มีคณะผู้สำเร็จราชการ หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แล้วพอรัชกาลที่ 8 กลับมาตอนช่วงปี 2488 ไม่ต้องมีผู้สำเร็จราชการฯ แล้วพอมิถุนายน 2489 เกิดกรณีสวรรคตฯ แล้วพอ 8 พ.ย. 2490 เกิดรัฐประหาร ซึ่งตั้งแต่ปี 2490 จนถึงปัจจุบัน รัฐธรรมนูญทั้งหมดกำหนดให้มีองคมนตรีและให้มาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์

เมื่อถามถึงท่าทีของพรรคประชาชนที่ระบุว่าการที่องคมนตรีหลายคนเข้าร่วมประชุมกันดังกล่าว เป็นการขัดกับหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย มองเรื่องนี้อย่างไร ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปี 2560 ในมาตรา 10 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ”

ดร.ไชยันต์ กล่าวว่า เมื่อเป็นแบบนี้ จะนำอะไรไปถวายความเห็น หากไม่หาข้อมูล ไม่ได้มีการห้ามองคมนตรีมาติดต่อ รวมถึงไม่ได้ห้ามพระมหากษัตริย์ที่จะลงมาติดต่อแบบนี้หรือจะลงมาฟังอะไรแบบนี้ด้วยพระองค์เอง ซึ่งประเทศในสแกนดิเนเวียบางประเทศ คณะรัฐมนตรี เป็นสภาองคมนตรีเอง อย่างนอร์เวย์ชัดเจนคือ คณะรัฐมนตรี จะเป็นองคมนตรีโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นเวลาพระมหากษัตริย์ ประชุมองคมนตรีก็เท่ากับประชุมคณะรัฐมนตรีในเวลาเดียวกันและรัฐธรรมนูญของนอร์เวย ก็บอกชัดเจน ไม่เพียงพระมหากษัตริย์เท่านั้นแต่มงกุฎราชกุมารที่บรรลุนิติภาวะแล้วต้องเข้าประชุมด้วย แต่เป็นการประชุมเพื่อรับฟังเฉยๆ เพราะเวลาคณะรัฐมนตรี ที่เป็นองคมนตรีในเวลาเดียวกัน เวลามาประชุม เขาจะกำหนดนโยบายมาเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่มากำหนดกันตอนนั้น เขากำหนดนโยบายที่จะบริหารบ้านเมืองมาแล้ว และมารายงานให้พระมหากษัตริย์ฟัง มันก็คล้ายกับของอังกฤษที่นายกฯ จะเข้าเฝ้ากษัตริย์

“คือมันมีความซับซ้อน มันไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียว และนักวิชาการหรือพรรคประชาชน ควรหานักวิชาการไปปรึกษาหารือว่าแต่ละประเทศ เขาจะมีระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญที่อาจจะมีความเหมือนกันกับอีกหลายประเทศ และก็มีความเฉพาะตัวด้วย มีมิติของตัวเอง หากหาไม่ได้จริงๆ นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องเหล่านี้ ผมก็ยินดีช่วย ผมก็มีนักวิชาการในทีมงานผมที่ทำเรื่องแบบนี้อยู่ อย่างผมเอง ก็ไลน์มาถามได้ ก่อนที่จะโพสต์อะไรออกไป ก็อยากให้ข้อมูลที่ถูกต้องหรือหากไม่เห็นด้วยก็ถกเถียงกันมาได้” ศ.ดร.ไชยันต์ ระบุ

ถามถึงว่าท่าทีของพรรคประชาชนที่มีการตั้งถามเชิงชี้ว่าใครคือผู้มีอำนาจตัวจริง แล้วจะปฏิเสธความรับผิดชอบได้หรือไม่ หากคำแนะนำขององคมนตรีเกิดผลเสียขึ้นมา รวมถึงนำประเด็นต่างๆ มามัดรวมกัน มองท่าทีของพรรคประชาชนอย่างไร ศ.ดร.ไชยันต์ ตอบว่า ไม่แน่ใจว่าโพสต์ของอาจารย์สมศักดิ์กับของพรรคประชาชนอันไหนมาก่อนกัน ถ้าโพสต์ของอาจารย์สมศักดิ์มาก่อน ก็แสดงว่าพรรคประชาชนเดินตามรอยเท้าหรือว่าให้อาจารย์สมศักดิ์เขาจูงจมูก แต่หากพรรคประชาชนโพสต์ก่อนแล้วอาจารย์สมศักดิ์ตาม ตัวอาจารย์สมศักดิ์ก็อาจเป็นนักวิชาการที่ขาดข้อมูลความรู้

อย่างไรก็ตามที่เขามีการประชุมกันดังกล่าว ต้องบอกว่าไม่ได้รู้ว่าเขาประชุมอะไรกันข้างใน แต่ทราบจากข้าราชการผู้ใหญ่ว่าทางองคมนตรี มารับฟัง แต่หากพรรคประชาชนเป็นห่วงว่า ทางองคมนตรี มีการกำหนดนโยบายแล้วทางข้าราชการต้องน้อมไปทำทั้งที่ไม่ใช่พระมหากษัตริย์แล้วเกิดความเสียหาย อันนี้ทางพรรคประชาชนก็มีประเด็น คือหมายถึงหากที่ประชุม ถ้าองคมนตรี เป็นผู้กำหนดนโยบายให้ข้าราชการไปทำ องคมนตรีไม่ได้เป็นรัฐมนตรี องคมนตรีไม่ได้มีหน้าที่กำหนดนโยบายบ้านเมือง หากองคมนตรีกำหนดนโยบายแล้วให้ข้าราชการรับไปปฏิบัติ อันนี้ก็อาจจะเข้าข่ายที่ทางพรรคประชาชนเขาบอกว่าเป็นห่วงว่าใครจะรับผิดชอบ แต่ผมทราบเพียงแต่ที่ประชุมดังกล่าวทางองคมนตรีเพียงแต่มารับฟังปัญหา ซึ่งที่นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า ก็ควรจะรับฟังองคมนตรี เพราะว่าเคยเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์มาเยอะ อันนี้ผมก็คิดว่าในเมืองนอกก็มีคือองคมนตรีอาจจะมีความเห็นแต่ปัญหาคือข้าราชการไม่จำเป็นต้องรับไป หรือทางภาคการเมืองก็ไม่จำเป็นต้องรับไป ก็ตัดสินใจเอาเอง

อย่างที่ประเทศอังกฤษ นายกฯของอังกฤษไปเข้าเฝ้ากษัตริย์ของอังกฤษ หากกษัตริย์แนะนำอะไรมา นายกฯจะมาบอกในที่สาธารณะไม่ได้ และนายกฯเองก็มีความเป็นตัวของตัวเอง หากกษัตริย์แนะนำมา ตัวนายกฯต้องตัดสินใจเองว่าจะรับหรือไม่รับ ไม่มีอะไรไปบังคับหรือกดดัน

เมื่อถามถึงแถลงการณ์ของพรรคประชาชน พูดถึงการวางตัวขององคมนตรี ว่าต้องมีความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าไม่เป็นกลาง มองว่าการวางตัวขององคมนตรีแบบไหนถึงจะเหมาะสม ที่จะทำให้ดูเป็นกลาง ศ.ดร.ไชยันต์ ให้ความเห็นว่า ทางองคมนตรีมารับฟังปัญหา หรือรับฟังแนวทางการทำงาน อันนี้ต้องไปถามพรรคประชาชนว่าที่องคมนตรีมานั่งฟังดังกล่าวมันไม่เป็นกลางอย่างไร หรือหัวหน้าพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ ไม่ขอตามเข้าไปฟัง เขาไม่ได้ห้ามไม่ใช่หรือ หรือกลัวว่าหากต้องไปฟังแล้วจะต้องเคารพหรือการแสดงสัมมาคารวะอะไรที่ทำให้เขาไม่สบายใจ หรือว่าไม่รู้ว่าเขามีการประชุมกัน พออาจารย์สมศักดิ์ว่ามา ก็ตามนั้นหรือเปล่า

“ก็ต้องให้ผู้นำฝ่ายค้านฯ นิยามความเป็นกลางดังกล่าวมา ผมก็อยากฟัง เพื่อจะได้ช่วยกันคิดว่า position สถาบันกันยังไงอะไรต่างๆ แต่ก็อย่าไปมองเขาในแง่ลบ คือหากเขาวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ที่ไม่ถูกต้อง ก็เป็นโอกาสให้หลายคน รวมถึงผมด้วยได้ใช้ความรู้ที่ไปศึกษาประเทศต่างๆ ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขฯ ก็ได้นำข้อมูลที่อยู่ในตู้นำมาใช้ได้ เพราะหากไม่มีเหตุการณ์ ผมโพสต์ไปก็ไม่มีใครสนใจ” ศ.ดร.ไชยันต์ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปธ.กมธ.ทหารฯ ชี้เหตุรุนแรงชายแดนใต้ รัฐล้มเหลวเชิงนโยบาย จี้ 'นายกฯ' ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. รับผิดชอบ

ปธ.กมธ.ทหารฯ สายปชน. จี้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.กอ.รมน. แสดงความรับผิดชอบเชิงนโยบาย เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และกำหนดมาตรการเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมทันที

บี้สาวตัวใหญ่โกงสอบท้องถิ่น! 'อภิสิทธิ์' เล็งยื่น ป.ป.ช. จี้ 'นายกฯ' ตอบกระทู้สดดับไฟใต้

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงทิศทางการทำงานของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในโอกาสเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร

'วันวิชิต' ชี้มีขบวนการปลุกปั่นข่าว 2 ขยัก เสี้ยมเหตุรุนแรงนราธิวาส พุ่งเป้าดิสเครดิตทหาร

ดร.วันวิชิต ชี้มีการปลุกปั่นข่าวเสี้ยมกับก่อเหตุความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาส มี 2 ขยัก ที่ขบวนการผู้ไม่หวังดี

'เท้ง' ประณามเหตุรุนแรงชายแดนใต้ จี้รัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

หัวหน้าพรรค ปชน. ประณามเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และสร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'

แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ

ไทยช่วยไทยพลัส ยอดใช้แสนล้าน!

รัฐบาลเผยผลสำรวจ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ผู้ใช้สิทธิ 71.77% ชี้ช่วยลดค่าครองชีพ-หนุนร้านค้าชุมชน ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 1.21 แสนล้านบาท เป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 70,054.4 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนร่วมจ่าย 51,793.6 ล้านบาท