'ไชยันต์' ออกโรง! อบรมพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท 'องคมนตรี'

‘อ.ไชยันต์’ สอนพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท ‘องคมนตรี’ กางโมเดลเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ พร้อมย้ำ รธน.มาตรา 10 ทำให้ต้องรับฟังข้อมูลจากหน่วยราชการ

22 พ.ค. 2569 – จากกรณี พรรคประชาชน แสดงท่าทีทางการเมืองอย่างเป็นทางการ ในเชิงตั้งคำถามถึงบทบาทขององคมนตรี หลังเก้าองคมนตรี ร่วมประชุมหารือรับฟังข้อมูลการเตรียมการป้องกันปัญหาภัยแล้ง-ภัยธรรมชาติ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีดังกล่าวของพรรคประชาชนทางการเมืองตามมา

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์พิเศษ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักรัฐศาสตร์-นักวิชาการที่ติดตามศึกษาเรื่องเกี่ยวกับ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มาอย่างต่อเนื่องและศึกษาระบอบดังกล่าวในหลายประเทศ ให้สัมภาษณ์กับ”ไทยโพสต์”ว่า ภาพการประชุมดังกล่าวระหว่างฝ่ายองคมนตรีและฝ่ายรัฐบาลเมื่อ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา เท่าที่สืบข้อมูลของไทยเรา ก็เห็นว่าทำกันมาหลายปีแล้ว เป็นการที่ทางองคมนตรีมารับฟังเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันภัยของทางหน่วยราชการ

พอเห็นภาพที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) โพสต์ รวมถึงที่พรรคประชาชนมีการโพสต์ในเรื่องนี้ จึงได้สอบถามกับทางข้าราชการผู้ใหญ่ที่อยู่ในภาพ เขาก็บอกว่า ไม่ใช่เป็นการพบกันกับทางคณะรัฐมนตรีที่เป็นฝ่ายการเมือ งแต่เป็นการพบกับหน่วยงาน ที่ดูเรื่องเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ ฝนแล้ง น้ำท่วม ลักษณะแบบนี้ ซึ่งก็ทำมานานแล้ว โดยทางองคมนตรีมารับฟัง เพราะหน่วยงานราชการจะต้องดูแลประชาชน ส่วนของโครงการพระราชดำริฯ ก็จะมีอีกส่วนหนึ่ง ก็จะประสานงานกัน ที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพ

“เท่าที่ได้รับฟังมาก็คือ ทางฝ่ายองคมนตรี ก็มารับฟัง ไม่ได้เป็นเรื่องการมาสังเกตการณ์ เพราะข้อมูลส่วนใหญ่หน่วยงานราชการก็มีเยอะ และเป็นกลไกของระบบราชการของรัฐบาล ที่ไม่ใช่เป็นการมากำหนดนโยบาย ไม่ได้เป็นการมากำกับ ก็เห็นว่าทำกันมาพอสมควร และหากย้อนไปสมัยรัชกาลที่ 9 พวกเราคงจำกันได้ ที่จะมีงานพิธีอยู่งานหนึ่งซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่งมาขึ้นเวทีแล้วก็พูดถึงเรื่องน้ำท่วมอะไรต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่พระมหากษัตริย์ ท่านได้ทรงห่วงใย” ศ.ดร.ไชยันต์ ระบุ

ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวว่า เรื่องเกี่ยวกับว่าพระมหากษัตริย์ของเราไป ไปช่วยเหลือหรือดูแล จำได้ว่าในหนังสือชื่อ Saying the Unsayable ที่มีบรรณาธิการเป็นชาวเดนมาร์กหรือสวีเดนประมาณนี้ แล้วก็มีนักวิชาการไทยเขียนบทความภาษาอังกฤษ จะมีอาจารย์ต่างๆ ที่ออกจะเป็นแนวที่ตั้งคำถามหรือวิพากษ์วิจารณ์ หรืออาจจะเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยบทนำในหนังสือ บรรณาธิการที่เป็นชาวต่างชาติ เขาบอกว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ โดยเขาบอกว่า เป็นเรื่องที่หากเป็นประเทศของเขา ถ้าเป็นกษัตริย์เดนมาร์ก เขาบอกว่า จินตนาการไม่ได้เลย ที่กษัตริย์จะไปยุ่งเรื่องแบบนี้

ตนก็เลยต้องมานั่งศึกษาการเมืองกับประวัติศาสตร์การเมืองเดนมาร์ก ก็เป็นที่มาของการศึกษาในประเทศสแกนดิเนเวีย ว่าตกลงพระมหากษัตริย์เคยมีบทบาทอะไรหรือไม่ ปรากฏว่าในอดีตหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองของเดนมาร์ก ในปี ค.ศ.1849 พระมหากษัตริย์ของเดนมาร์กยังมีพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญปีค.ศ.1849 ในการแต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับสภาฯเลย แปลว่ายังต้องรับผิดชอบในการตั้งรัฐมนตรี และบทบาทของพระมหากษัตริย์ยังมีอยู่มาก ตนสังเกตว่า พวกนักวิชาการตะวันตกที่มาศึกษาเรื่องเมืองไทย จะเป็นแนวพวกที่ถนัดซึ่งเรียกว่า Southeast Asian Studies เขาเองกลับไม่ค่อยรู้เรื่องประวัติศาสตร์ประเทศของเขาเอง หลายคนเลย

อย่างมีนักวิชาการชาวอังกฤษขอไม่เอ่ยชื่อ แต่หากอยากทราบโพสต์มาถามตนได้ว่าเขาชื่ออะไร เขาก็เขียนเกี่ยวกับเรื่องเครือข่ายสถาบันพระมหากษัตริย์ต่างๆ แล้วก็พูดถึงพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตนก็บอกว่า พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 รู้ไหมว่า The King Can Do No Wrong กษัตริย์ของอังกฤษคนใดเป็นคนพูดคนแรก ปรากฏว่าเขาตอบว่าไม่รู้ ตนก็บอกว่า ไม่รู้ได้อย่างไรทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่เกิดสงครามกลางเมืองในอังกฤษ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 เป็นคนพูด The King Can Do No Wrong ในบริบทที่ยังไม่อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ตนเลยคิดว่านักวิชาการฝรั่งที่สนใจเรื่องเมืองไทยก็ไม่รู้เรื่องของตัวเอง ส่วนนักวิชาการไทยที่ศึกษาหรือสนใจเรื่องของสถาบันกษัตริย์ ก็ไม่รู้เรื่องของสถาบันกษัตริย์ของต่างประเทศ มันก็เลยเป็นอะไรไม่รู้

ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวว่า ในกรณีขององคมนตรีของประเทศอังกฤษ ซึ่งในประเทศกลุ่มยุโรป ก็ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แม้ผมจะโพสต์ผ่านfacebook ส่วนตัวว่า องคมนตรีของอังกฤษ จะมีการประชุมกับข้าราชการ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าองคมนตรีของประเทศในยุโรปทั้งหมด จะต้องเป็นแบบนั้น เพราะประวัติศาสตร์ความเป็นมา มันต่างกันเยอะ อย่างที่อังกฤษ สภาที่ปรึกษาราชการในพระองค์กับสภาที่ปรึกษาแผ่นดินที่เริ่มมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ของอังกฤษ ทั้งสองสภา เป็นที่มาของคณะรัฐมนตรีและเป็นที่มาของรัฐสภา

อย่างสภาที่ปรึกษาในพระองค์ ก็คือ องคมนตรี ที่จะทำงานซ้อนกันระหว่างเป็นที่ปรึกษากษัตริย์และทำงานในแง่การบริหารราชการแผ่นดินคือช่วยพระมหากษัตริย์มาเรื่อย จนหลังค.ศ. 1688 แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือรัฐสภา จะมีอำนาจเยอะ โดยพระมหากษัตริย์จะไม่มีอำนาจในทางนิติบัญญัติโดยลำพังตามพระองค์เพราะต้องขึ้นอยู่กับสภา ซึ่งการแตกตัวขององคมนตรี แตกตัวออกมาเป็นคณะรัฐมนตรี ทางฝ่ายบริหารราชการแผ่นดินที่แต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ก็คือคณะรัฐมนตรี เขารู้สึกว่าเขาทำงานยากหากต้องประชุมร่วมกับองคมนตรีทั้งหมด เขาก็เลยแตกตัวออกมาเป็นคณะกรรมาธิการก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาไปเป็นคณะรัฐมนตรี ทำให้มีความเชื่อมโยงในทางประวัติศาสตร์ ทำให้ในปัจจุบัน องคมนตรีของอังกฤษ เวลาจะปรึกษาข้าราชการหรือรับฟังข้าราชการเป็นเรื่องบริบทของอังกฤษ

องคมนตรีประเทศอังกฤษ จะมีความแตกต่างจากของไทย ของไทยตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัยทั้งหมด แต่ของอังกฤษ จะมีทั้งส่วนที่แต่งตั้งโดยพระราชอัธยาศัย และมีในส่วนของที่เป็นโควตาของฝ่ายการเมืองก็มี และยังมีโควตาของฝ่ายตุลาการ และโควตาของฝ่ายศาสนจักรก็มี ทำให้มีความหลากหลายในสภาองคมนตรี หรือ Privy Council ส่วนของไทยเริ่มมี Privy Council ในปี พ.ศ. 2417 โดยรัชกาลที่ 5 ทรงออกเป็นพระราชบัญญัติขึ้นมาสองฉบับ ฉบับแรกคือ พระราชบัญญัติแต่งตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน และอีกอันคือสภาที่ปรึกษาราชการในพระองค์ พอมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ทางคณะราษฎร -รัฐบาล ได้ออกกฎหมาย ยกเลิกองคมนตรีไป ทำให้ในช่วงปี 2475 ถึงปี 2490 จะไม่มีองคมนตรี แต่ในช่วงปี 2477 จนถึง พ.ศ. 2489 มีคณะผู้สำเร็จราชการ หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แล้วพอรัชกาลที่ 8 กลับมาตอนช่วงปี 2488 ไม่ต้องมีผู้สำเร็จราชการฯ แล้วพอมิถุนายน 2489 เกิดกรณีสวรรคตฯ แล้วพอ 8 พ.ย. 2490 เกิดรัฐประหาร ซึ่งตั้งแต่ปี 2490 จนถึงปัจจุบัน รัฐธรรมนูญทั้งหมดกำหนดให้มีองคมนตรีและให้มาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์

เมื่อถามถึงท่าทีของพรรคประชาชนที่ระบุว่าการที่องคมนตรีหลายคนเข้าร่วมประชุมกันดังกล่าว เป็นการขัดกับหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย มองเรื่องนี้อย่างไร ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปี 2560 ในมาตรา 10 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ”

ดร.ไชยันต์ กล่าวว่า เมื่อเป็นแบบนี้ จะนำอะไรไปถวายความเห็น หากไม่หาข้อมูล ไม่ได้มีการห้ามองคมนตรีมาติดต่อ รวมถึงไม่ได้ห้ามพระมหากษัตริย์ที่จะลงมาติดต่อแบบนี้หรือจะลงมาฟังอะไรแบบนี้ด้วยพระองค์เอง ซึ่งประเทศในสแกนดิเนเวียบางประเทศ คณะรัฐมนตรี เป็นสภาองคมนตรีเอง อย่างนอร์เวย์ชัดเจนคือ คณะรัฐมนตรี จะเป็นองคมนตรีโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นเวลาพระมหากษัตริย์ ประชุมองคมนตรีก็เท่ากับประชุมคณะรัฐมนตรีในเวลาเดียวกันและรัฐธรรมนูญของนอร์เวย ก็บอกชัดเจน ไม่เพียงพระมหากษัตริย์เท่านั้นแต่มงกุฎราชกุมารที่บรรลุนิติภาวะแล้วต้องเข้าประชุมด้วย แต่เป็นการประชุมเพื่อรับฟังเฉยๆ เพราะเวลาคณะรัฐมนตรี ที่เป็นองคมนตรีในเวลาเดียวกัน เวลามาประชุม เขาจะกำหนดนโยบายมาเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่มากำหนดกันตอนนั้น เขากำหนดนโยบายที่จะบริหารบ้านเมืองมาแล้ว และมารายงานให้พระมหากษัตริย์ฟัง มันก็คล้ายกับของอังกฤษที่นายกฯ จะเข้าเฝ้ากษัตริย์

“คือมันมีความซับซ้อน มันไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียว และนักวิชาการหรือพรรคประชาชน ควรหานักวิชาการไปปรึกษาหารือว่าแต่ละประเทศ เขาจะมีระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญที่อาจจะมีความเหมือนกันกับอีกหลายประเทศ และก็มีความเฉพาะตัวด้วย มีมิติของตัวเอง หากหาไม่ได้จริงๆ นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องเหล่านี้ ผมก็ยินดีช่วย ผมก็มีนักวิชาการในทีมงานผมที่ทำเรื่องแบบนี้อยู่ อย่างผมเอง ก็ไลน์มาถามได้ ก่อนที่จะโพสต์อะไรออกไป ก็อยากให้ข้อมูลที่ถูกต้องหรือหากไม่เห็นด้วยก็ถกเถียงกันมาได้” ศ.ดร.ไชยันต์ ระบุ

ถามถึงว่าท่าทีของพรรคประชาชนที่มีการตั้งถามเชิงชี้ว่าใครคือผู้มีอำนาจตัวจริง แล้วจะปฏิเสธความรับผิดชอบได้หรือไม่ หากคำแนะนำขององคมนตรีเกิดผลเสียขึ้นมา รวมถึงนำประเด็นต่างๆ มามัดรวมกัน มองท่าทีของพรรคประชาชนอย่างไร ศ.ดร.ไชยันต์ ตอบว่า ไม่แน่ใจว่าโพสต์ของอาจารย์สมศักดิ์กับของพรรคประชาชนอันไหนมาก่อนกัน ถ้าโพสต์ของอาจารย์สมศักดิ์มาก่อน ก็แสดงว่าพรรคประชาชนเดินตามรอยเท้าหรือว่าให้อาจารย์สมศักดิ์เขาจูงจมูก แต่หากพรรคประชาชนโพสต์ก่อนแล้วอาจารย์สมศักดิ์ตาม ตัวอาจารย์สมศักดิ์ก็อาจเป็นนักวิชาการที่ขาดข้อมูลความรู้

อย่างไรก็ตามที่เขามีการประชุมกันดังกล่าว ต้องบอกว่าไม่ได้รู้ว่าเขาประชุมอะไรกันข้างใน แต่ทราบจากข้าราชการผู้ใหญ่ว่าทางองคมนตรี มารับฟัง แต่หากพรรคประชาชนเป็นห่วงว่า ทางองคมนตรี มีการกำหนดนโยบายแล้วทางข้าราชการต้องน้อมไปทำทั้งที่ไม่ใช่พระมหากษัตริย์แล้วเกิดความเสียหาย อันนี้ทางพรรคประชาชนก็มีประเด็น คือหมายถึงหากที่ประชุม ถ้าองคมนตรี เป็นผู้กำหนดนโยบายให้ข้าราชการไปทำ องคมนตรีไม่ได้เป็นรัฐมนตรี องคมนตรีไม่ได้มีหน้าที่กำหนดนโยบายบ้านเมือง หากองคมนตรีกำหนดนโยบายแล้วให้ข้าราชการรับไปปฏิบัติ อันนี้ก็อาจจะเข้าข่ายที่ทางพรรคประชาชนเขาบอกว่าเป็นห่วงว่าใครจะรับผิดชอบ แต่ผมทราบเพียงแต่ที่ประชุมดังกล่าวทางองคมนตรีเพียงแต่มารับฟังปัญหา ซึ่งที่นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า ก็ควรจะรับฟังองคมนตรี เพราะว่าเคยเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์มาเยอะ อันนี้ผมก็คิดว่าในเมืองนอกก็มีคือองคมนตรีอาจจะมีความเห็นแต่ปัญหาคือข้าราชการไม่จำเป็นต้องรับไป หรือทางภาคการเมืองก็ไม่จำเป็นต้องรับไป ก็ตัดสินใจเอาเอง

อย่างที่ประเทศอังกฤษ นายกฯของอังกฤษไปเข้าเฝ้ากษัตริย์ของอังกฤษ หากกษัตริย์แนะนำอะไรมา นายกฯจะมาบอกในที่สาธารณะไม่ได้ และนายกฯเองก็มีความเป็นตัวของตัวเอง หากกษัตริย์แนะนำมา ตัวนายกฯต้องตัดสินใจเองว่าจะรับหรือไม่รับ ไม่มีอะไรไปบังคับหรือกดดัน

เมื่อถามถึงแถลงการณ์ของพรรคประชาชน พูดถึงการวางตัวขององคมนตรี ว่าต้องมีความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าไม่เป็นกลาง มองว่าการวางตัวขององคมนตรีแบบไหนถึงจะเหมาะสม ที่จะทำให้ดูเป็นกลาง ศ.ดร.ไชยันต์ ให้ความเห็นว่า ทางองคมนตรีมารับฟังปัญหา หรือรับฟังแนวทางการทำงาน อันนี้ต้องไปถามพรรคประชาชนว่าที่องคมนตรีมานั่งฟังดังกล่าวมันไม่เป็นกลางอย่างไร หรือหัวหน้าพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ ไม่ขอตามเข้าไปฟัง เขาไม่ได้ห้ามไม่ใช่หรือ หรือกลัวว่าหากต้องไปฟังแล้วจะต้องเคารพหรือการแสดงสัมมาคารวะอะไรที่ทำให้เขาไม่สบายใจ หรือว่าไม่รู้ว่าเขามีการประชุมกัน พออาจารย์สมศักดิ์ว่ามา ก็ตามนั้นหรือเปล่า

“ก็ต้องให้ผู้นำฝ่ายค้านฯ นิยามความเป็นกลางดังกล่าวมา ผมก็อยากฟัง เพื่อจะได้ช่วยกันคิดว่า position สถาบันกันยังไงอะไรต่างๆ แต่ก็อย่าไปมองเขาในแง่ลบ คือหากเขาวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ที่ไม่ถูกต้อง ก็เป็นโอกาสให้หลายคน รวมถึงผมด้วยได้ใช้ความรู้ที่ไปศึกษาประเทศต่างๆ ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขฯ ก็ได้นำข้อมูลที่อยู่ในตู้นำมาใช้ได้ เพราะหากไม่มีเหตุการณ์ ผมโพสต์ไปก็ไม่มีใครสนใจ” ศ.ดร.ไชยันต์ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตีปี๊บ 'กม.อำนวยความสะดวก' ฉบับใหม่ เอื้อปชช.-ผู้ประกอบการ เปิดทาง Super License

กฎหมายอำนวยความสะดวกฉบับใหม่ผ่านสภาแล้ว หนุนประชาชนยื่นขออนุญาตง่าย รู้ผลเร็ว ลดเรียกเอกสารซ้ำ ดันระบบซูเปอร์ไลเซนส์ ลดขั้นตอนและต้นทุนผู้ประกอบการ

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ลากไส้ ขบวนการเซาะกร่อน พุ่งเป้าองคมนตรี​-กองทัพ ตีวัวกระทบคราด

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เซาะกร่อน

'นิกร' สวน 'เท้ง' สักแต่พูด กล่าวหาภูมิใจไทย ร่าง รธน. ฉบับสีน้ำเงิน ยืนยัน 'เนวิน' ไม่มีเอี่ยว

นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะหนึ่งในผู้ยกร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยแถลงตอบโต้พรรคประชาชนว่า ตนจำเป็นต้องแถลงเพราะถูกโจมตีอีกแล้วจากพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งจริงๆแล้วน่าจะเดินคนละเส้นทาง

'อนุทิน' ซัดกลับ 'เท้ง-พรรคส้ม' ดึงฟ้าต่ำ พูดมาผิดหมด ไม่รู้อะไรแล้วยังแค่นวิจารณ์

“อนุทิน” โต้ ปชน. ปมกล่าวหาองคมนตรีร่วมประชุม ปภ. ยันไม่มีแทรกแซง-ก้าวก่าย พร้อมโต้ “เท้ง” ดึงฟ้าต่ำ มีแต่คนพูดพยายามอยู่เรื่อย เชื่อประชาชนเข้าใจดีหวังผลอะไร เย้ยไร้ภูมิปัญญาและวุฒิภาวะ เรื่องบริหารประเทศยังไม่รู้เลย เอาแต่แค่นวิจารณ์

ถ้าเป็นนายกฯจะไม่ทำ! 'เท้ง' เตือน 'อนุทิน' อย่าโหนฟ้าลงต่ำ ดึง 'องคมนตรี' ร่วมตัดสินใจนโยบายสาธารณะ

"เท้ง" จี้ "อนุทิน" ทบทวนปมดึง "องคมนตรี" ร่วมประชุมป้องกันสาธารณภัย ย้ำหลักการฝ่ายบริหารต้องรับผิดชอบนโยบายสาธารณะจะโหนฟ้าลงมาต่ำไม่ได้ ชี้ อะไรที่ผิดอยู่แล้วในอดีต ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะบอกว่าทำต่อไป ปัดตอบ หาก ปชน. เป็น รบ. จะยกเลิก บอกคงจะวางบทบาทให้เหมาะสม