'พระองค์ภา' รอยยิ้ม ความหวัง และความทรงจำไม่มีวันเลือน

ในเช้าวันที่สายลมโชยแผ่วผ่านแผ่นดินไทย คล้ายมีร่องรอยของความโศกเศร้าโปรยปรายลงจับใจประชาชน หลังจากที่คนไทยทั้งชาติได้ร่วมใจกันสวดมนต์อธิษฐานจิตและเฝ้าติดตามพระอาการประชวรด้วยความห่วงใยมาเป็นเวลาช้านาน

บัดนี้ แถลงการณ์จากสำนักพระราชวังที่แผ่คลุมไปทั่วสารทิศ ได้นำพาความใจหายและกระแสธารแห่งความอาลัยมาสู่หัวใจของประชาชนอย่างยิ่งยวด เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์อย่างสงบ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที สิริพระชันษา 47 ปี

หยาดน้ำตาที่รินไหลจากดวงตาของประชาชนในยามนี้ มิใช่เพียงสายน้ำแห่งความหม่นหมอง หากแต่เป็นกระแสธารแห่งความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่หลอมรวมดวงใจทุกดวงเพื่อน้อมส่งเสด็จ “เจ้าฟ้าผู้ทรงเป็นที่รัก” กลับคืนสู่สรวงสวรรค์

ทว่าในม่านหมอกแห่งความโศกซึ้ง สิ่งหนึ่งที่ยังคงฉายชัดและสถิตอยู่ในใจของประชาชนเสมือนข้อคิดเตือนใจ คือภาพแห่งพระสรวลอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา

รอยยิ้มอันอบอุ่นที่ไม่เคยจางหายไปจากพระพักตร์ ในทุกครั้งที่เสด็จไปทรงงานในถิ่นทุรกันดารเพื่อปัดเป่าความทุกข์ยากของปวงชน

รอยยิ้มของพระองค์มิใช่เพียงความงดงามล้ำค่า แต่เป็นประดุจประทีปที่หยิบยื่น “ความหวัง” และการเริ่มต้นใหม่ให้แก่ผู้ยากไร้และผู้ก้าวพลาดในสังคม

และในวันนี้ รอยยิ้มนั้นได้กลายเป็น “ความทรงจำนิรันดร์” ที่จะไม่มีวันเลือนหาย เปรียบเสมือนดั่งดวงไฟที่แม้แสงจะลับลง แต่ความอบอุ่นยังคงอบอวลอยู่ไม่เสื่อมคลาย

เวลานี้ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง บรรยากาศแห่งความอาลัยเริ่มปกคลุม ท่ามกลางห้วงยามที่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ต่างเฝ้ารอคอยด้วยใจจดจ่อถึงกำหนดการบำเพ็ญพระกุศล และพิธีถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูปในวันพรุ่งนี้

ในมโนสำนึกของคนไทย แม้ท่วงทำนองปี่พาทย์และเครื่องประโคมในงานพิธียังไม่เริ่มบรรเลง แต่ความอาลัยได้แผ่ซ่านอยู่ในหัวใจของผู้คนทั่วทั้งแผ่นดิน หลายคนยังคงย้อนนึกถึงพระสรวลอันอบอุ่น พระเมตตา และพระกรณียกิจนานัปการที่พระองค์ทรงบำเพ็ญเพื่อประชาชนตลอดพระชนมชีพ

หากย้อนมองกลับไปยังรุ่งอรุณแห่งวันที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2521 วันที่แผ่นดินไทยได้ต้อนรับพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระนาม “พัชรกิติยาภา” อันหมายถึง “แสงสว่างประดุจเพชร” เปรียบประหนึ่งถ้อยคำที่สะท้อนพระจริยวัตรและพระกรณียกิจตลอดพระชนมชีพ เพราะไม่ว่าพระองค์จะเสด็จไปยังแห่งหนใด พระเมตตาและความปรารถนาดีที่ทรงมีต่อเพื่อนมนุษย์มักเปล่งประกายให้ผู้คนได้สัมผัสอยู่เสมอ

ในภาพความทรงจำอันละมุน พระองค์ทรงเติบโตท่ามกลางความรักและการหล่อหลอมจากพระมารดา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พระผู้ทรงอบรมสั่งสอนด้วยพระหฤทัยห่วงใยเสมอว่า

“ให้รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น นอกจากช่วยเหลือตัวเองแล้ว ก็ต้องช่วยเหลือผู้อื่นด้วย”

คำสอนสั้นๆ นี้มิได้เป็นเพียงถ้อยความที่ผ่านเลย หากค่อยๆ ซึมลึกสู่พระหฤทัย และกลายเป็นพระปณิธานอันมั่นคงที่ทรงยึดถือไว้ตลอดพระชนมชีพ

ด้วยพระปรีชาสามารถอันเลิศล้ำทางด้านกฎหมาย ทรงสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา พระองค์มิได้ทรงจำกัดองค์ความรู้ไว้เพียงในตำรา หากทรงนำหลักนิติศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างโอกาส ความเป็นธรรม และความหวังแก่ผู้คนจำนวนมาก

เป้าหมายสำคัญในพระหฤทัยคือการหยิบยื่น “ความยุติธรรม” และ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ให้แก่ผู้ที่สังคมอาจหลงลืม ทรงปรารถนาให้กฎหมายเป็นที่พึ่งของคนทุกคนอย่างเท่าเทียม ความสำเร็จของพระองค์จึงมิได้วัดจากพระอิสริยยศหรือพระเกียรติคุณ หากสะท้อนผ่านรอยยิ้มและความหวังของผู้คนที่ได้รับโอกาสให้กลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง

ภาพจำอันซาบซึ้งใจที่ตราตรึงในใจประชาชน คือยามที่เจ้าฟ้าผู้สูงศักดิ์เสด็จผ่านประตูเหล็กและกำแพงสูงของเรือนจำ ภายใต้ “โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ” ทรงนำรอยยิ้มและความอบอุ่นไปประทานแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์หญิงและทารก ทรงหยิบยื่นโอกาสและกำลังใจแก่ผู้ก้าวพลาดด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้

ด้วยพระปณิธานที่มุ่งเน้น “การมอบโอกาสครั้งใหม่” นี้เอง ทรงก้าวข้ามขอบเขตของกำแพงสูงในประเทศ ไปสู่การเป็นแกนหลักในการผลักดัน “ข้อกำหนดกรุงเทพฯ” (Bangkok Rules) จนได้รับการรับรองจากองค์การสหประชาชาติ ให้เป็นมาตรฐานสากลฉบับแรกของโลกในการคุ้มครองสิทธิและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิง ทรงสยบความสิ้นหวังหลังกำแพงสี่ด้าน และเปลี่ยนแววตาที่หม่นแสงให้กลับมามีประกายแห่งความหวังอีกครั้ง

ไม่เพียงแต่หลังกำแพงสูง ทรงเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนที่เคยหลงทางในสถานพินิจ ได้กลับคืนสู่สังคมอย่างมีเกียรติผ่านการจัดตั้ง “สโมสรกีฬาบีบีจี” (BBG Sports Club) ทรงมุ่งหวังให้สปิริตแห่งกีฬาเจียระไนเยาวชนเหล่านั้นให้ค้นพบศักยภาพของตนเอง เปลี่ยนหยาดเหงื่อและความผิดพลาดในอดีตให้กลายเป็นอนาคตใหม่ที่สดใส

ความรักในแผ่นดินและประชาชนยังฉายชัดผ่านภารกิจที่หลากหลาย ทรงขับเคลื่อน “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” เพื่อสร้างความเกื้อกูลระหว่างคนกับช้างป่า คืนความสงบร่มเย็นให้ผืนป่าและชุมชนอย่างยั่งยืน

บนเวทีระดับสากล พระองค์ทรงนำไมตรีจิตและพระปรีชาสามารถของประเทศไทยไปสู่สายตานานาอารยประเทศอย่างสง่างาม ผ่านบทบาทสำคัญด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรม ความยุติธรรมทางอาญา และการคุ้มครองผู้เปราะบางในสังคม จนได้รับการถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและความยุติธรรมทางอาญาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)

แม้กระทั่งในภารกิจด้านความมั่นคง ทรงแสดงพระวิริยอุตสาหะฝึกฝนหลักสูตรทหารที่เข้มงวด และดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ในยศพลเอกหญิง ทรงอุทิศพระวรกายในการปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง

วิถีแห่งความดีงามทั้งหมดที่ทรงตรากตรำพระวรกายมาเนิ่นนาน บัดนี้ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วตามกฎไตรลักษณ์ แสงประทีปดวงใหญ่ได้กลับคืนสู่สรวงสวรรค์ ทิ้งไว้เพียงความอาลัยที่ยากจะเลือนหาย

สายน้ำตาของประชาชนที่ไหลรินในเช้านี้ หาได้เกิดจากความสิ้นหวังไม่ หากหลั่งออกมาจากความรัก ความผูกพัน และความสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระผู้ทรงอุทิศพระชนมชีพเพื่อผู้อื่นมาโดยตลอด

แม้วันนี้พระองค์จะเสด็จจากไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่ “มรดกแห่งพระเมตตา” ทั้งหลังกำแพงสูง ในสถานพินิจ และในทุกผืนดินที่เคยยากไร้ จะยังคงได้รับการสืบสานและสานต่อด้วยความผูกพัน

ในห้วงยามแห่งการเฝ้ารอพิธีในวันพรุ่งนี้ ทุกดวงใจของคนไทยต่างหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเก็บรักษา “รอยยิ้มและความหวัง” ที่พระองค์เคยประทานไว้ ให้สถิตอยู่เป็นพลังใจในการก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

แสงเพชรดวงนี้อาจลับจากสายตา หากจะยังคงส่องสว่างอยู่ในหัวใจของราษฎรตราบนานเท่านาน

สถิตในดวงใจราษฎร์นิรันดร์ น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“รมว.สุชาติ” ปลาบปลื้มสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้สึกปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ

'สีหศักดิ์' สายตรง รมช.กต.สหรัฐยันพร้อมขยายความร่วมมือด้านการทหาร-ความมั่นคง!

'สีหศักดิ์' สายตรง 'รมช.กต.สหรัฐ' ตามคำขอ ยืนยันพร้อมขยายความร่วมมือด้านการทหาร-ความมั่นคง ย้ำความเป็นพันธมิตร-หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เตรียมเยือนU.S. Pacific Commandเร็ว ๆ นี้

ซาบซึ้งกราบพระศพฯ

วันแรกเปิดเข้ากราบพระศพเบื้องหน้าพระโกศ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พสกนิกรทั่วไทยหลั่งน้ำตาสุดอาลัย น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ ซาบซึ้งพระเมตตาช่วยเหลือผู้ต้องขัง-ผู้ติดเชื้อ HIV มีคุณภาพชีวิตที่ดี

สนว. แจ้งประชาชนลงทะเบียนรับสติกเกอร์โบว์สีขาว ก่อนเข้ากราบถวายสักการะพระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

ตามที่สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการเข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ทุกวัน เวลา 09.00 น. - 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569

นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ