
‘นายกฯอนุทิน’ มอบนโยบายมหาดไทย สั่งผวจ. ให้ความสำคัญโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กำชับใส่ใจคดีสะเทือนขวัญ ถามหา ‘รองฯซีฟู๊ด’ หลังโซเชียลโพสต์บอกจะย้าย ‘ผู้ว่าฯภูเก็ต’ ลั่น คนพูดปัญญาอ่อน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าฯ หรือจะปลด มท.1 ด้วย
15 มิ.ย.2569-ที่กระทรวงมหาดไทย เวลา 09.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี คณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนกรุงเทพมหานคร คณะที่ปรึกษา คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด นายอำเภอ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมรับฟังผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS)
เมื่อนายอนุทินฯ เดินทางถึงมุขโถง ชั้น 1 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นําผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา แล้วเดินไปสักการะพระพุทธมหานวนาคปฏิมากรที่สวนสิรินธราภิรมย์ และสักการะพระรูป สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนา
จากนั้น เดินเข้าสู่ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นำผู้เข้าประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ลุกขึ้นยืนถวายความอาลัย และรำลึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นเวลา 1 นาที แล้วกล่าวถวายความอาลัย
นายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า การประชุมวันนี้เป็นการกำหนดแนวทางมอบนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องดูแลคนในบ้าน ต้องทำให้ประชาชนของเรามีความเข้มแข็ง มีความพร้อมรับโอกาสใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น สุขภาพต้องดี ความปลอดภัยต้องมี การศึกษาและการพัฒนาทักษะต่างๆต้องเข้าถึงทุกระดับและดีขึ้น หากพวกเราทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นไม่ได้ ต่อให้จะมีโอกาสที่สูงมาถึงประตูหน้าบ้านของเรา เราก็จะคว้าโอกาสไว้ไม่ได้หากขาดความพร้อม วันนี้ขออนุญาตสั่งการไม่ได้กำชับ ต้องถือว่าเป็นการสั่งให้จังหวัดทุกจังหวัดดูแลองคาพยพ ในอำนาจของท่าน ให้มีความพร้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย มีเงินใช้ มีความสะดวกจากภาครัฐ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของเขาได้ถูกยกระดับขึ้นมาให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้
ในส่วนเรื่องเร่งด่วนสำหรับช่วงนี้ขอให้ทุกจังหวัดได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษโครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ขอให้มีการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทั้งในส่วนของการให้ข้อมูลความเข้าใจที่ถูกต้องในการเข้าสู่โครงการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการหรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่ใช้สิทธิ์ รวมถึงการให้การสนับสนุนในการดำเนินโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และขอให้หลีกเลี่ยงคำว่าบัตรคนจน เราจะต้องทำให้เขามีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และต้องทำให้เขาพ้นจากคำว่าคนจน ภายใต้การบริหารจัดการของพวกเรา
ด้านความมั่นคงขอเน้นย้ำอีกครั้งขอให้ผู้ว่าฯป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงทุกรูปแบบในพื้นที่ โดยเฉพาะยาเสพติด อันธพาล การบุกรุกที่ดินสาธารณะ และธุรกิจนอมินี ตลอดจนอาชญากรรม การกระทำความผิดต่อกฎหมาย ทุกประเภท เรื่องนี้ผู้ว่าฯต้องใส่ใจมากๆ ถ้ามีกรณีเกิดเหตุที่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญต้องใช้กลไกทุกวิถีทางในการประสานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เหมือนอย่างที่เกาะพะงันชาวต่างชาติขับจักรยานยนต์ชนแพทย์ และสุดท้ายเขาก็เสียชีวิตก็ถือว่าเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ และเป็นสิ่งที่ตอนจับตัวได้ ก็มีการเบ่งกันอีก ซึ่งตรงนี้ได้ทราบกันอยู่แล้ว ตนถือนะครับ อันนี้ทราบกันไว้ก่อนเอาให้ตนพ้นไปก่อนท่านค่อยไม่ต้องทำเรื่องนี้ ตนจะไม่มีวันยอมให้ชาวต่างชาติมารังแกคนไทย อันนี้ต้องถือว่านี่คือนโยบายสำคัญของตน ดังนั้นถ้ามีเหตุการณ์อุกฉกรรจ์เช่นนี้แล้วผู้ต้องหายังสามารถประกันตัวได้ด้วยวงเงินแค่ 1 แสนบาท ตนถือว่าผู้ว่าฯยังทำงานไม่เต็มที่ ไม่ว่าท่านจะบอกว่าอำนาจของท่านมีแค่ไหนก็ตาม แต่อำนาจอยู่ในกระดาษ ความดีอยู่รอบตัวและความใส่ใจอยู่รอบตัวท่าน ขอให้ดำเนินการทุกอย่างเอาใจประชาชน ความเสียขวัญของประชาชนต้องทำให้เขาลดลง ไม่ใช่ไปเพิ่มให้เขา
นายกฯ กล่าวว่า บางทีได้รับรายงานกลับมาว่าเรียบร้อยแล้วประกันตัวไปแล้ว ตนยังไม่เห็นหนังสือสักฉบับจากกระทรวงมหาดไทยหรือจากผู้ว่าฯไปถึงผู้ที่มีอำนาจในเรื่องของการคัดค้านการประกันตัว เราต้องไม่อนุมานไปก่อนว่าไม่ใช่อำนาจของเรา เป็นเรื่องของเขา แต่เราต้องทำอย่างเต็มที่ในส่วนที่เรารับผิดชอบดูแล ตนไม่ได้ตำหนิแต่ตนว่าเลย เพราะตนได้ฝากข้อมูลไปหลายครั้งแล้ว 2-3 ครั้ง ทั้งอธิบดีกรมการปกครองท้องถิ่น เวลาตนตอบท่านต้องตอบกลับมาในเชิงอรรถอธิบาย อย่าเอาแต่ครับ รับทราบครับ ปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ และส่งสติกเกอร์โค้งมาเท่านั้น มันไม่พอ เพราะตนไม่รู้ว่าท่านทำอะไร ตนติดตามต่อไม่ได้ จะได้ไปช่วยท่านคุยกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
“เห็นเมื่อวานผู้ว่าฯภูเก็ตรายงานว่ามีใครคนหนึ่งมีระดับรองผู้ว่าฯบอกว่าจะย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต ใหญ่มาก จะย้ายผู้ว่าฯภูเก็ตให้ได้ ก็เดี๋ยวช่วยบอกด้วยว่าเป็นรองผู้ว่าฯคนไหน ที่บอกว่าใหญ่ในประเทศนี้ ใหญ่กว่าคนทุกคน ใหญ่กว่านายกฯหรือเปล่า เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดูด้วย เพราะแบบนี้ไม่ได้ ถ้าท่านผู้ว่าฯรายงานแบบนี้มา ผมเอาผิดท่านผู้ว่าฯเพราะท่านต้องกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านให้ได้ ไอ้รองผู้ว่าฯคนนี้ มันไม่มีทางที่มันจะใหญ่กว่าผู้ว่าฯ ใหญ่กว่าปลัด รองปลัดหรืออธิบดีที่ไหนเลย อย่ามาเทียบกับนายกฯหรือรัฐมนตรี เอาแค่เกินผู้ว่าฯ ถ้าท่านใหญ่กว่าผู้ว่าฯ ผู้ว่าฯก็ต้องมาใหญ่ในกระทรวงนี้แล้ว มันเป็นไปไม่ได้ รายงานแบบนี้ไม่ได้ ผมรับไม่ได้ และผมเขียนตอบท่านได้ไหม ผู้ว่าฯภูเก็ตไม่ใช่ผู้ว่าฯธรรมดา เป็นผู้ว่าฯที่ยิ่งใหญ่ หมายความว่าผู้ว่าฯเบ้ (เซมเบ้) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร เป็นอดีตอธิบดีกรมการปกครองจะมีใครใหญ่กว่าท่านอีก มีใครย้ายท่านได้ ยกเว้นผม ก็ให้มันรู้ไป เราจะได้รู้ว่ากระทรวงนี้มันไม่ไหวแล้ว”
นายอนุทินกล่าวว่า เดี๋ยววันนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าฯต้องหารือและมีคำตอบให้ผม ก่อนที่ผมจะบินไปรัสเซีย ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ แต่จะไม่รอถึงพรุ่งนี้ ขอให้จัดการให้เรียบร้อย เพราะว่าพวกเราสั่งวันนี้แล้วเมื่อไหร่เสร็จ Yesterday จัดการให้เรียบร้อยด้วย ผมไม่ได้ก้าวก่าย ไม่ได้แทรกแซง แต่นี่คือนโยบายว่าถ้ามีผู้ใต้บังคับบัญชาคนไหนใหญ่กว่าผู้บังคับบัญชา ต้องมีอยู่สองอย่าง คือ สองคนนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้แน่ ไม่ผู้บังคับบัญชาถอย ก็คนที่ใหญ่กว่าก็ต้องถอย ก็ต้องแสดงให้ดู ผมดูสิว่ามีใครใหญ่กว่าปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็เดี๋ยวช่วยดำเนินการให้เหมาะสมด้วย เพราะจากรายงานเช่นนี้ ผมในฐานะที่เป็นรมว.มหาดไทยผมรับไม่ได้เช่นกัน ผมคิดว่ามันต้องมีความเพี้ยนที่มันเกิดขึ้นในระบบของเรา ที่ผ่านมาอาจจะมีการปกครองกันเช่นนี้มา แต่วันนี้ไม่มี วันนี้เราเป็นพี่น้องกันเท่านั้นทุกอย่างทำตามหน้าที่และความภาระความรับผิดชอบ
ทั้งนี้ระหว่างการมอบยโยบายของนายอนุทิน ภายหลังที่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รายงานถึงสถานการณ์ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเสร็จสิ้น นายกฯกล่าวถามผ่านการประชุมทางไกลว่า “ไหนใครจะปลดท่านอ่ะ” ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตตอบกลับเพียงว่า “ มีท่านนายกรัฐมนตรีย้ายผมได้คนเดียวครับ”
ขณะที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด เสมือนเป็นนายกรัฐมนตรีในพื้นที่นั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นท่านต้องแก้ไขให้ได้ ยิ่งมีการโพสต์ในที่สาธารณะที่กระทบถึงรัฐบาลว่าไม่บริหารจัดการปัญหากลุ่มเทา ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงต้องรีบออกมาเทคแอ็คชั่น ต้องใส่ใจ บารมีรอบตัว แก้ข่าวเพื่อไม่ให้กระทบกับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี และหากคิดว่าการบริหารงานต่างจังหวัด การเติบโตมาเป็นผู้ว่าฯ ก็ต้องสร้างทีมงานให้ได้ หากอะไรที่เป็นอุปสรรคก็แจ้งเข้ามาได้ที่กระทรวง
ขณะที่นายกฯได้อ่านโพสต์จากหลายบัญชีผู้ใช้ ที่ระบุข้อความต่างๆอาทิ ที่หลังโรงพักเชิงทะเล มีคนสนิทรองผู้ว่าฯบุกรุก , ถึงว่าทำไมหวงอำนาจ เหมือนหมาหวงชามข้าวถูกทีมงานรองฯบุกรุก, ตั้งคำถามคนสนิทรองผู้ว่าฯ บุกรุกหาด คิดหรือว่าประชาชนจะไม่รู้ผลประโยชน์ , หรือกระทั่งรองซีฟู๊ดขี้โม้จะย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต วัดพลังผู้ว่าฯภูเก็ต กับรองฯซีฟู๊ดใครไปก่อนกัน แบ็คใครใหญ่กว่ากัน
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้เชื่อแต่ถือว่าที่ใดมีควัน ที่นั่นมีไฟ และได้มอบนโยบายปราบผู้มีอิทธิพลไปแล้ว หากมีคนเหล่านั้นในองค์กรของเราจะทำอย่างไร นิ้วหนึ่งชี้ไปที่คนอื่น 3 นิ้วชี้ทิ่มเข้าตัว แบบนี้อายเขา
จากนั้นนายกฯ ถามหารองฯซีฟู๊ดว่าอยู่ที่ประชุมหรือไม่ เคยเห็นหน้ากันหรือเปล่า ตนไม่รู้จัก ทำให้ปลัดระทรวงมหาดไทย กล่าวย้ำถามหาถึงรองฯ ซีฟู๊ดอีกครั้งว่า มันมีข่าวทุกครั้งท่านรู้สึกอย่างไร ผลกระทบเกิดกับจังหวัด หากไม่เคยทำท่านก็ชี้แจงมา ท่านนายกฯก็พร้อมฟังอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ย้ำถามหาว่ารองฯซีฟู้ดอยู่หลายครั้ง พร้อมถามผู้ว่าฯภูเก็ต ว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าประชุมครบหรือไม่ จากนั้นผู้ว่าฯภูเก็ต ตอบว่า “เข้าครบครับ” ก่อนที่จะขอให้ปลัดกระทรวงตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายอนุทิน ยังกล่าวเสริมว่า ตอนนี้ไม่ได้บอกว่ารองฯซีฟู๊ดผิด เรารับข้อมูลมาเพื่อดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก่อนที่จะเอ่ยถามรองฯซีฟู๊ดว่าจะไปขอใครให้ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
จากนั้นปลัดกระทรวง ได้ถามย้ำหารองผู้ว่าฯ ที่ชื่อเป็นสัตว์ทะเล ซึ่งนายกฯได้กล่าวแทรกเข้ามาว่า “ชื่อกุ้งใช่ไหม“ ก่อนที่รองผู้ว่าฯ กุ้ง จะชี้แจงในที่ประชุมว่า ตนชื่อกุ้งเหมือนกับรองผู้ว่าฯ อีกคนหนึ่ง ซึ่งกระแสข่าวที่เกิดขึ้นตนขออนุญาตนำเรียนข้อมูลเป็นเอกสารให้นายกฯ เนื่องจากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลายบุคคล
โดยนายอนุทิน ขอให้รองฯกุ้ง ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวง โดยยังคงย้ำว่ารองผู้ว่าฯ จะใช้สิ่งใดไปปลดผู้ว่าฯ การพูดถึงสิ่งแบบนี้เหมือนเป็นอากาศธาตุ
“คนที่พูดก็ปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าราชการจังหวัด มท.1 นั่งหัวโด่ตรงนี้ จะปลดยังไงผมอยากจะรู้ หรือจะปลด มท.1 ของแบบนี้พูดไปอายเขาด้วย เราเป็นข้าราชการ นี่ถือเป็นความผิดพลาดในการบริหารบุคคล เดี๋ยวผมจะสอบท่านปลัดด้วยเอง และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือการที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วม สนับสนุนให้มีการกระทำผิดกฎหมาย และต้องไม่เกิดในกระทรวงมหาดไทย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “รองผู้ว่าฯซีฟู๊ด” ที่นายอนุทินถามหา หรือ “รองผู้ว่าฯกุ้ง” นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ชิ่งตอบแชตหลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย' แจง ดรามา 'รองผู้ว่าฯซีฟู๊ด' ไร้ปัญหา
อนุทิน ย้ำมอบนโยบายผู้ว่าฯทั่วประเทศไม่เดือด แจงรองผู้ว่าฯซีฟู๊ดไร้ปัญหา ปัดตองแชตหลุกช่วยน้ำเงินด้วย
นายกฯ จ่อบินคาซาน พบ 'ปูติน' ร่วมเวทีสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย
นายกฯ จ่อบินคาซาน ใช้เวทีอาเซียน-รัสเซีย ขยายโอกาสการค้า การลงทุน เดินหน้าการทูตเศรษฐกิจ มุ่งเปิดตลาดใหม่ สร้างความมั่นคงพลังงาน ดันโอกาสธุรกิจไทย
นายกฯ ดัน 'อุตสาหกรรมเกม' เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ นำไทยสู่ฮับอาเซียน
นายกฯ ดัน 'อุตสาหกรรมเกม' เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ สร้างงานรายได้สูงให้คนรุ่นใหม่ มอบ 'ดีอี' ปั้นไทยสู่ฮับเกมอาเซียน
อันตรายห้ามสัมผัส แมงกะพรุนหมวกเรือรบโปรตุเกสบุก 3 หาดรวดในภูเก็ต
เตือนภัย! พบแมงกะพรุนหมวกเรือรบโปรตุเกส รวม 3 หาด หาดในหาน หาดกะตะน้อย และหาดกะตะ พิษร้ายแรง ห้ามสัมผัสเด็ดขาด
ส้มเขย่าอนุทิน 'มาเฟียหาดบางเทา' กำราบไม่อยู่ ท้าทายอำนาจรัฐ ไล่ฟ้องดะสื่อ-ปชช.
'เฉลิมพงศ์' ฉะ มาเฟียหาดบางเทา ท้าทายอำนาจรัฐ กลับมาไล่ฟ้องสื่อ-ปชช. หลัง 'นายกฯ' ลงพื้นที่แต่ยังมีอิทธิพลอยู่ ปูดมีแบ็ค ขรก.ใหญ่หนุนหลัง
รวบหนุ่มรัสเซียหนีหมายแดง โกงอื้อกว่า 150 ล้าน
ตม.ภูเก็ตจับหนุ่มรัสเซีย ซุกวิลล่าหรู หนีหมายแดงอินเตอร์โพล คดีโกง-ปลอมเอกสารเสียหายกว่า 150 ล้านบาท

