กรมการปกครอง คืนเก้าอี้ให้ 'ปลัดจังหวัดภูเก็ต' หลังเปิดหน้าชนอธิบดี สั่งเด้งปมเรียกรับส่วยสถานบันเทิง

กรมการปกครอง ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯภูเก็ต คืนเก้าอี้ "ปลัดจังหวัดภูเก็ต" ให้ "รุ่งเรือง ธิมาบุตร" หลังถูกสั่งเด้งให้ไปช่วยราชการครบ 1 เดือน การสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้ว จากปมถูกกล่าวหาเรียกรับส่วยจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง-บางลา

 25 มิถุนายน 2569 - นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามหนังสือ ที่ มท.0306.1/19029 เมื่อ 24 มิถุนายน 2569 ถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เรื่องให้ข้าราชการกลับมาปฏิบัติราชการต้นสังกัด

สาระสำคัญ ระบุว่า ตามคำสั่งที่อ้างถึง กรมการปกครองได้ให้ข้าราชการช่วยราชการ กรมการปกครอง เป็นการประจำ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

บัดนี้ กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงของกรมการปกครองได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ประกอบกับครบกำหนดระยะเวลาตามค่ำสั่ง กรมการปกครอง จึงขอส่งตัวข้าราชการ ราย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตำแหน่งปลัตจังหวัดภูเก็ต กลับมาปฏิบัติราชการต้นสังกัด

ทั้งนี้ หากข้าราชการรายดังกล่าวมารายงานตัวเมื่อใดโปรดแจ้งให้กรมการปกครองทราบด้วย อนึ่ง ในปีงประมาณ พ.ศ. 2569 ข้าราชการผู้นี้มีวันลากิจ - วัน ลาป่วย - วัน วันลาพักผ่อนสะสมและวันลาพักผ่อนประจำปีคงเหลือรวม 12 วัน

ทั้งนี้ เพื่อให้ข้าราชการปฏิบัติตน เป็นแบบอย่างที่ดี รักษาเกียรติศักดิ์และวินัยของข้าราชการ จึงขอให้จังหวัดแจ้งกำชับข้าราชการปฏิบัติราชการตามกฎหมาย ระเบียบ และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวม 5 ราย ได้ถูกย้ายออกนอกพื้นที่เกิดขึ้นเนื่องจากอธิบดีกรมการปกครองต้องการป้องกันการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หลังผู้ประกอบการและพนักงานสถานบันเทิงในพื้นที่เข้าร้องเรียนและจัดกิจกรรมประท้วง จากกรณีถูกกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองชุดจับกุม (รวมถึงปลัดจังหวัด) มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากสถานบันเทิงในพื้นที่

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย พร้อมขอให้ตั้งกรรมการสอบวินัยไล่ออกจากราชการได้เลย ตนยังรอคำตอบจาก นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในเรื่องนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รมว.สุชาติ' ลั่นไม่หวั่นถูกฟ้องศาลปกครอง ย้ำเดินหน้าทวงคืนแผ่นดินไทยจากนายทุนรุกป่า ยึด 'ภูเก็ตโมเดล' ตามนโยบายนายกฯ อนุทิน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการดำเนินการตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 กรณีพื้นที่หาดนุ้ย จังหวัดภูเก็ต ว่า ตนไม่หวั่นไหวแม้จะมีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพราะตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งใจไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องเดินหน้าทวงคืนผืนแผ่นดินไทยจากกลุ่มนายทุนหรือผู้บุกรุกที่นำพื้นที่ของรัฐไปใช้ประโยชน์เสมือนเป็นทรัพย์สินของตนเอง

ส่ง 5,925 รายชื่อ ถอดจากราชการ ปมโกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เดินหน้าตามมาตรการจัดการปัญหาทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยส่งรายชื่อและข้อมูลผู้ที่พบว่ามีการเพิ่มคะแนน จำนวน 5,925 ราย ให้แก่หน่วยงานตามบันทึกความร่วมมือ (MOU) จำนวน 5 หน่วยงาน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

กรมการปกครองผนึกตำรวจ ดัน ‘ทีมอำเภอ’ ลุย 9 ภารกิจความมั่นคง เดินหน้า 90 วันพิฆาตยาเสพติด

กรมการปกครองผนึกกำลังตำรวจ ขับเคลื่อน “ทีมอำเภอ” รับนโยบายรัฐบาล ลุย 9 ภารกิจความมั่นคงทั่วพื้นที่ ยกระดับการทำงานฝ่ายปกครอง-ตำรวจเป็นทีมเดียวกัน เชื่อมข้อมูล One Data พร้อมเดินหน้า “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ในปฏิบัติการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด

อธิบดีปกครอง เคลียร์ปมแจกปืน 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' ยันล็อก ป.3 ทั่วประเทศ

"นฤชา" ยันรางวัลกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน ไม่มีการแจกปืน เปลี่ยนเป็นสิ่งของหรือเงินสดมูลค่าเท่ากัน เผยกรมการปกครองล็อกระบบระงับออกใบ ป.3 ทั่วประเทศ

ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ภูมิใจไทย คุมเข้มปืน-เพิ่มโทษ

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ร่างแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับภูมิใจไทย สอดรับสังคมยุคดิจิทัล คุมเข้มครอบครอง-พกพา เพิ่มโทษปืนเถื่อน หวังยกระดับความปลอดภัยประชาชน พร้อมสวน “วิโรจ

ปค.สั่งด่วนนายทะเบียนทั่วประเทศคุมเข้มอาวุธปืน!

อธิบดีกรมการปกครองขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี สั่งด่วนนายทะเบียนทั่วประเทศ คุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ เร่งปรับกฎหมายภายใน 60 วัน