ป.ป.ช. ลุยตั้งกก.ไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' เป็นคดีพิเศษ พุ่งเป้า 4 กลุ่ม รวมอธิบดี สถ.

ป.ป.ช. ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษ พุ่งเป้า 4 กลุ่ม “อธิบดี สถ.-จนท.จัดแข่งสอบ-นายหน้าเรียกรับเงิน-บุคคลอื่นที่ผิด” ประสานตำรวจ-ดีเอสไอ เป็นผู้ช่วยเหลือกรรมการไต่สวน

8 กรกฎาคม 2569 - นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เคยแจ้งความคืบหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทยดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่านโดยจะรวบรวมพยานหลักฐานและเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการไต่สวนและดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น

เจ้าหน้าที่ได้มีการรวบรวมข้อมูล และพยานหลักฐานในเรื่องดังกล่าวแล้ว พบว่า จากข้อเท็จจริงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า อธิบดี สถ.กับพวกดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่านซึ่งมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อไปได้

อีกทั้งเรื่องดังกล่าวยังเป็นเรื่องกล่าวหาที่มีความสำคัญระดับประเทศที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และยังเป็นเรื่องที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวางซึ่งเข้าลักษณะเป็นคดีพิเศษตามแนวทางในการพิจารณาและการบริหารคดีพิเศษจึงได้นำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณารับเรื่องกล่าวหาดังกล่าวไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษวันนี้

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วมีมติให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่านไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ โดยตั้งคณะกรรมการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 51 เพื่อดำเนินการไต่สวนกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้

1. ผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2. กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบและประกาศผลสอบ 3. กลุ่มบุคคลที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่แก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบกลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ และกลุ่มบุคคลที่ได้รับการแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ 4. บุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ทั้งนี้ ในการดำเนินการไต่สวนเรื่องกล่าวหาข้างต้น สำนักงาน ป.ป.ช. จะได้ประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอพนักงานเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานดังกล่าวมาเป็นผู้ช่วยเหลือคณะกรรมการไต่สวนต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รังสิมันต์ลุยบี้ ‘สุชาดา-สามี’ แจง‘กมธ.กม.’

ดีเอสไอไล่แกะหุ้น-เส้นเงิน “สมชาติ” หลังเข้าแจงฐานะพยาน ส่องบริษัทกฎหมายโยงถือครองอสังหาฯ-นอมินีต่างชาติ ขยายตรวจภาพรวมภูเก็ต "โรม" จ่อเรียก "ไอเดียร์-สามี" เข้าแจง กมธ.กฎหมายฯ 7 ต.ค.นี้

ยังไม่ชงคดีพิเศษ! ดีเอสไอขอเวลาแกะเส้นเงิน สส.ภูเก็ต พรรคส้ม ก่อนสรุปฟันนอมินีต่างชาติ

ดีเอสไอไล่แกะหุ้น-เส้นเงิน สส.สมชาติ พรรคประชาชน หลังเข้าแจงฐานะพยาน ส่องบริษัทกฎหมายโยงถือครองอสังหาฯ นอมินีต่างชาติ ขยายตรวจภาพรวมภูเก็ต ย้ำยังไม่ชงรับคดีพิเศษ รอรวบหลักฐานครบ

พรรคประชาชน บุก ป.ป.ช. ยื่นเอาผิด กกต. ลงมติคดีฮั้ว สว. จงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว

พรรคประชาชน บุกยื่น ป.ป.ช. ตั้งคณะไต่สวนคดีฮั้ว สว. ยันมีหลักฐานแน่น ตั้งแต่พฤติการณ์ยันพยานบุคคล ด้าน 'ไอติม' ชำแหละคดีนี้มีช้าง 3 ตัว หวังวิปรัฐบาล-วุฒิสภา เปิดทางบรรจุวาระถกแก้ รธน.รายมาตรา ต.ค.นี้ ระยะยาว

สาวให้ถึงตัวการใหญ่! 'โรม' งัด พรบ.อำนาจเรียก 'อนุทิน-นฤชา-อธิการบดี มศว' แจงโกงสอบท้องถิ่น

"โรม" ซัด "อนุทิน" เมินแจง กมธ.กฎหมาย ไม่ส่งผู้แทนให้ข้อมูลปมโกงสอบท้องถิ่นสักครั้ง เผย อธิการบดี มศว ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ บอก ’ทองเจือ‘ ไม่ได้คุยเรื่องจัดสอบ สงสัยคุยเรื่องอะไรกัน เผย พบหลักฐานโยงเส้นเงินกว่า 70 คน ชี้ อาจสูงถึงกว่าระดับสส.-รัฐมนตรี ดักคอ หากเบี้ยวอีกงัดกฎหมายจัดการ ตกใจ ป.ป.ช. เข้าไม่ถึงข้อมูลคณะทำงาน ‘รองปกรณ์’ ยังไม่คืบตรวจกระดาษคำตอบ อ้างไม่มีเงินเช่าเครื่องตรวจ

'ศรีสุวรรณ' บุกร้อง ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง 2 สว. กลับคำให้การคดีฮั้ว สว.

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงคณะกรรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่กลับคำให้การในคดีฮั้ว สว. อันถือได้ว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่