รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นำทีมเจรจาสหรัฐอเมริกา แก้ปมไต่สวนมาตรา 301-122 ย้ำไทยยึดผลประโยชน์ประเทศ รักษาอธิปไตยทางการค้า ไม่รับเงื่อนไขจำกัดการค้ากับประเทศคู่ค้า พร้อมผลักดันลดภาษีสินค้าไทยกลับสู่ระดับ 10% และไม่ลดมาตรฐานสารเร่งเนื้อแดง
11 กรกฎาคม 2569 - นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 15-17 กรกฎาคม 2569 จะนำคณะเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเจรจากรณีที่ไทยถูกไต่สวนตามมาตรา 301 และมาตรา 122 ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ (Trade Act of 1974) โดยเฉพาะมาตรา 122 ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดอายุการบังคับใช้ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569
การเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของภาคการส่งออกไทย พร้อมหารือจัดทำข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement of Reciprocal Trade) เพื่อปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไทยจากปัจจุบัน 12.5% ให้กลับมาอยู่ที่ 10% เทียบเท่ากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย
นางศุภจี กล่าวว่า การเจรจากับสหรัฐฯ เป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูงเป็นอันดับ 7 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยภารกิจสำคัญคือการสร้างความเข้าใจและหาทางออกร่วมกันที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย
สำหรับประเด็นด้านภาษี ไทยยังมีข้อเสียเปรียบจากการถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ยังไม่มีการรับรองด้านกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับแรงงานบังคับ ซึ่งไทยอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการออกกฎหมายและสร้างกระบวนการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าไม่มีการใช้แรงงานบังคับในกระบวนการผลิต
ส่วนการไต่สวนตามมาตรา 301 สหรัฐฯ มีข้อกังวลว่าไทยอาจเป็นเส้นทางผ่านสินค้าจากจีน (Circumvention) แต่ไทยมีข้อมูลยืนยันว่า สินค้าใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เครื่องจักร ยานยนต์ และผลิตภัณฑ์ยาง มีสัดส่วนการผลิตภายในประเทศ (Local Content) สูงถึง 70-90% และไม่มีรายการใดมีสัดส่วนต่ำกว่า 60%
นอกจากนี้ ไทยจะชี้แจงว่ามูลค่าการได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ กว่า 30% แท้จริงแล้วเกิดจากสินค้าของบริษัทสหรัฐฯ ที่เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย และส่งออกกลับไปยังตลาดสหรัฐฯ
นางศุภจี กล่าวว่า ในการเจรจาครั้งนี้ ไทยมีประเด็นที่ถือเป็น “เส้นแดง” ซึ่งจะไม่ยอมอ่อนข้อ ได้แก่ มาตรฐานสารเร่งเนื้อแดง โดยไทยจะไม่ลดมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสินค้าเนื้อสัตว์ตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ
พร้อมยืนยันว่า ไทยให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการดำเนินนโยบายการค้า และจะไม่ยอมรับเงื่อนไขที่อาจจำกัดการค้ากับประเทศคู่ค้า เช่น จีน เพื่อรักษาอธิปไตยทางการค้าและผลประโยชน์ของประเทศไทย
ทั้งนี้ ไทยเตรียมเสนอรายการสินค้า 6 กลุ่ม (Exempt List) เพื่อขอยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าเข้าสหรัฐฯ อาทิ ข้าวหอมมะลิ โดยจะชี้แจงให้ฝ่ายสหรัฐฯ เห็นว่าการเพิ่มภาษีอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอาหารและค่าครองชีพของประชาชนสหรัฐฯ เนื่องจากสินค้าหลายรายการเป็นสินค้าที่สหรัฐฯ ผลิตเองไม่ได้ หรือหาแหล่งทดแทนได้ยาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศุภจี' เผยเจรจา FTA ไทย–EU คืบหน้า เข้าสู่โค้งสุดท้าย ปิดดีลได้ 8 ประเด็น
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความขอบคุณสภาหอการค้าแห่งปร
'ศุภจี' แจงสื่อ ไม่ได้หายไปไหน ทำงานทุกวัน หลังโลกโซเชียลถามหากันให้ควั่ก!
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบคำถ
'ศุภจี' ไม่ได้แก้ปัญหาเกษตรด้วยการอุ้มราคา แต่แก้ด้วยการออกแบบระบบมูลค่าใหม่
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความว่าคุณศุภจีไม่ได้มองสินค้าเกษตรเป็นแค่ “ผลผลิต” แต่มองเป็น “ระบบเศรษฐกิจครบวงจร”
‘ศุภจี’ ชูโมเดลใหม่เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย
“ศุภจี” หนุนขับเคลื่อนมูลค่าสินค้าเกษตร ด้วย The Harmony Model เริ่มจากการผลิตสินค้าที่ใช่ หาตลาดให้เจอ และผลักดันเป็นความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มโอกาสการขายในตลาดโลก ยันพาณิชย์พร้อมช่วยสนับสนุนเต็มที่
สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ยันขยับราคาขึ้น 20 สต.แล้ว จะไม่มีการปรับขึ้นอีก
สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืนยันไม่ขึ้นราคาเพิ่ม “พาณิชย์” ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด คาดไข่ไก่ราคาลดลง ส.ค. นี้

