7 เดือนปี 69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท

7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาทตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท

18 ส.ค. 2569 -นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนของคนต่างด้าวในช่วง7 เดือนปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 736 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 177 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 559 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 219,208 ล้านบาท

โดยนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่   1. จีน 133 ราย คิดเป็น 18% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 38,603 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำปรึกษาด้านเทคนิค และการออกแบบการวางผังเครื่องจักร และระบบอัตโนมัติให้กับลูกค้า เป็นต้น, ธุรกิจบริการออกแบบด้านวิศวกรรม ก่อสร้างและติดตั้งระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ, ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย และ- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากกระดาษรีไซเคิล Electric Vehicle Charger เป็นต้น

2.สหรัฐอเมริกา 121 ราย คิดเป็น 16% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 6,226 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ , ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม, ธุรกิจโฆษณา, ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอยและ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Circuit Breaker ระบบควบคุมการปฏิบัติงานด้วยสมองกลเอง เม็ดพลาสติก เป็นต้น

3.สิงคโปร์ 97 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 61,112 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจผลิตไม้วีเนียร์ (Wood Veneer) ธุรกิจบริการ Data Center ที่ใช้พลังงานประสิทธิภาพสูง ธุรกิจบริการให้ใช้ช่วงสิทธิแฟรนไชส์ (Franchising) เพื่อประกอบธุรกิจการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม  ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น อาหารสัตว์ ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป โลหะรีไซเคิล เป็นต้น

4.ญี่ปุ่น 94 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 45,085 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำปรึกษาและแนะนำทางเทคนิคในการเลือกเครื่องจักรและอุปกรณ์ การวางผังเครื่องจักร การตรวจสอบชิ้นงานและการปรับปรุงกระบวนการผลิต เป็นต้น  ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า   ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์   ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ เป็นต้น

และ5. ฮ่องกง 72 ราย คิดเป็น 10% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 14,077 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย  ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้า พลังงานลม สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม  ธุรกิจบริการพัฒนา/ปรับปรุงซอฟต์แวร์   ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น  ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องดูดควัน เครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรม เป็นต้น

นายพูนพงษ์ กล่าวว่าเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 153 ราย (26%) (เดือน ม.ค.-ก.ค. 2569 อนุญาต 736 ราย / เดือน ม.ค.-ก.ค. 2568 อนุญาต 583 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 59,748 ล้านบาท (37%) (เดือน ม.ค.-ก.ค. 2569 ลงทุน 219,208 ล้านบาท / เดือน ม.ค.-ก.ค. 2568 ลงทุน 159,460 ล้านบาท) รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 5,229 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 1,144 คน (22%) (เดือน ม.ค.-ก.ค. 2569 จ้างงาน 5,229 คน / เดือน ม.ค.-ก.ค. 2568 จ้างงาน 4,085 คน) 

นอกจากนี้ ยังพบว่า การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 360 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 736 ราย มูลค่าลงทุน 157,328 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

1.ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Aircraft Engine Case เครื่องจักรอัตโนมัติ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

2.ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค

3.ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น บริการ Data Center บริการพัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services

นายพูนพงษ์ กล่าว่า สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วง 7 เดือน ปี 2569 (เดือนมกราคม - กรกฎาคม) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 220 ราย คิดเป็น 30%  ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 44 ราย (25%) (เดือน ม.ค.–ก.ค. 2569 ลงทุน 220 ราย / เดือน ม.ค.–ก.ค. 2568 ลงทุน 176 ราย) โดยมีมูลค่าการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 85,615 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจาก *จีน 80 ราย ลงทุน 30,042 ล้านบาท *ญี่ปุ่น 31 ราย ลงทุน 22,636 ล้านบาท *ฮ่องกง 26 ราย ลงทุน 4,803 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 83 ราย ลงทุน 28,134 ล้านบาท

โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ ธุรกิจซ่อมบำรุง Aircraft Nacelle และชิ้นส่วนของ Nacelle ของอากาศยานทางการทหาร  ธุรกิจการแปรรูปไม้เพื่อใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์  ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย  ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ Printed Circuit Board Assembly (PCBA) เป็นต้น      

 ทั้งนี้ เฉพาะเดือนกรกฎาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย 96 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 26 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 70 ราย เงินลงทุนทั้งสิ้น 31,594 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจาก จีน สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 960 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมหลุมขุดเจาะปิโตรเลียม องค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและการดูแลรักษาเครื่องมือ Clean Energy Equipment และองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการแม่พิมพ์เครื่องจักรที่ใช้สำหรับผลิตรถยนต์ เป็นต้น

สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในเดือนกรกฎาคม 2569 ได้แก่  ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย ธุรกิจบริการ Data Center ที่ใช้พลังงานประสิทธิภาพสูง ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ Switchgear, Electric Vehicle Charger เป็นต้น.

 

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พาณิชย์เผย 7 เดือนต่างชาติขนเงินลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท

7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาท ตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท

พาณิชย์เปิดเกมรุก AI Commerce จัด Thailand e-Commerce Expo 2026 ผนึกกว่า 50 พันธมิตร ปั้นผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก คาดเงินสะพัดกว่า 300 ล้านบาท

กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เปิดเวที Thailand e-Commerce Expo 2026 มหกรรมการค้าออนไลน์แห่งปี ภายใต้แนวคิด “งานเดียวครบ จบเรื่อง e-Commerce”

“พาณิชย์” ผนึกมหาดไทยลุยปราบนอมินีห้วยขวาง

“พาณิชย์” ร่วมทีมมหาดไทยส่งทีมปราบนอมินี ตรวจสอบโรงแรม ร้านอาหาร เครื่องดื่มและ และร้านบิวตี้ ย่านห้วยขวาง พบทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีคนต่างชาติทำงานไม่มีใบอนุญาต บางรายอ้างผู้มีอำนาจขอเคลียร์ทางโทรศัพท์ ส่วนบริษัทที่ดูแลธุรกิจ พบเป็นนอมินี เหตุสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีดำเนินการจัดตั้งและหาผู้ถือหุ้นคนไทยให้

'พาณิชย์'ยกระดับสกัดนอมินี สั่งยื่น Bank Statement ก่อนจดบริษัท เริ่ม 1 ส.ค.นี้

พาณิชย์ยกระดับสกัดนอมินี ขอจดทะเบียนจัดตั้งและแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุน Bank Statement มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ส.ค.69 เป็นต้นไป