รัฐบาลบุกปิดดีลดึง 4 บิ๊กเทคและอีวีจีน หอบเงิน 7 หมื่นล้านลงทุนไทย

รัฐบาลบุกปิดดีลดึง 4 บิ๊กเทคและอีวีจีน ทั้ง “ฉางอาน-อินโนไลท์-อีออปโตลิงก์-เสียวหมี่” หอบเงิน 7 หมื่นล้านย้ายฐานหนีภูมิรัฐศาสตร์มาปักหมุดในไทย พร้อมงัดไม้เด็ด “BOI to IPO” ดันบริษัทข้ามชาติเหล่านี้เข้าตลาดหุ้น หวังโกยเม็ดเงินจากทั่วโลกดันเศรษฐกิจไทยให้พุ่งทะยาน

19 กรกฎาคม 2569 – ที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า ความสำเร็จจากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมประเทศไทยเดินสายโรดโชว์ดึงดูดการลงทุน ณ เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้มีการเปิดโต๊ะเจรจาเจาะลึกแบบตัวต่อตัวกับ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับท็อปของจีนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูง ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยคาดว่าจะกวาดเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยได้สูงถึง 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการต่อยอดฐานลงทุนเดิม 50,000 ล้านบาท และเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนใหม่อีกกว่า 20,000 ล้านบาท 

“ปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปรียบเสมือนลมใต้ปีก เร่งให้กลุ่มทุนต้องย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังอาเซียน โดยมีไทยเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ

ปรากฏการณ์นี้ถือเป็น คลื่นการลงทุนลูกใหม่ ที่สามารถเทียบชั้นได้กับยุคทศวรรษที่ 1980 ซึ่งกลุ่มทุนญี่ปุ่นแห่เข้ามาตั้งฐานผลิตในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดจนเกิดเป็นยุคโชติช่วงชัชวาล แต่ในรอบนี้คือการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งเทคโนโลยี AI ยานยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์อัจฉริยะ สอดคล้องกับรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ที่ประเมินว่าประเทศไทยกำลังผงาดเป็นดาวรุ่งด้านเทคโนโลยีระดับโลก“นายเอกนิติ ระบุ

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการเจรจากับ 4 บิ๊กคอร์ปอเรชัน แม้รายละเอียดเม็ดเงินในเชิงลึกยังเป็นความลับทางธุรกิจ แต่มีภาพรวมยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน นำโดย บริษัท ฉางอาน ออโตโมบิล ค่ายรถ EV ระดับท็อปเทียร์ของจีน ที่ฟันธงเลือกไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาแห่งแรกนอกประเทศ โดยตั้งโรงงานที่จังหวัดระยองเพื่อเป็นฮับส่งออกไปยังกลุ่มประเทศที่ไทยมีเอฟทีเอ พร้อมเตรียมขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 200,000 คันต่อปี และดึง SME ไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนได้แล้วถึง 40 แห่ง ในขณะที่กลุ่มนวัตกรรมประมวลผลข้อมูล AI อย่าง บริษัท อินโนไลท์ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ของโลกด้านอุปกรณ์ส่งข้อมูลทางแสง ก็เตรียมขยายฐานผลิตในไทย สร้างการจ้างงานกว่า 20,000 อัตรา พร้อมผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยร่วมวิจัยและพัฒนากับวิศวกรไทยกว่า 1,500 คน

นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลกในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่าง บริษัท อีออปโตลิงก์ เทคโนโลยี ก็ได้เดินหน้าเปิดโรงงานแห่งแรกที่ระยองและกำลังลุยขยายโรงงานแห่งที่ 2 อย่างต่อเนื่อง รวมถึง บริษัท เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน บิ๊กเทคฯ ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ในไทย ซึ่งรัฐบาลได้เจรจาดึงดูดให้เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ (IoT) โดยชูจุดแข็งด้านความพร้อมของซัพพลายเชนกลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ของไทย

นายเอกนิติ ยังได้เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์ใหม่ที่จะมาช่วยติดปีกการลงทุน คือโครงการ “BOI to IPO” เพื่ออำนวยความสะดวกแบบ Fast Track ให้บริษัทเทคโนโลยีต่างชาติที่เติบโตเร็วเหล่านี้ เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเพิ่มเสน่ห์ให้กับตลาดหุ้นไทยแล้ว ยังเป็นการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากกระแสหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังร้อนแรงไปทั่วโลกอีกด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทรงศักดิ์' เชื่อไม่มีสึนามิการเมือง! รับต้องเร่งเคลียร์โกงท้องถิ่นให้เร็ว

'ทรงศักดิ์' ชี้สอบคดีทุจริตเข้าท้องถิ่นควรทำให้เร็ว-ชัดเจน ให้ประชาชนเห็น ยันเดินหน้าเอาผิด 'กิต-ส้ม' หมิ่นประมาท เป็นธรรมดาหลายเรื่องพุ่งใส่รัฐบาล แต่เชื่ออยู่ได้ บอกยิ่งเงียบมาก-ไร้คลื่นลม ยิ่งอันตรายอยู่ไม่นาน

ลอกการบ้านแดนปลาดิบ! ผุดประกันภัยพิบัติ

'ปกรณ์' เผย รัฐผุดแนวคิด 'ประกันภัยพิบัติ' ดึงเอกชนร่วมจ่าย ขณะที่เบี้ยประกันขึ้นอยู่กับความเสี่ยงแต่ละพื้นที่ เชื่อประชาชนได้เงินเร็ว จำนวนมากกว่ารัฐจ่าย รอสรุปตัวก่อนนำหลักการยึดโมเดลญี่ปุ่นชง ครม.โดยเร็ว

ส่งรายงานตรวจสอบทุจริตท้องถิ่นชุดแรก 15 ก.ค.ชุดสอง 27 ก.ค.

'ปกรณ์' เผยคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตท้องถิ่น จ่อส่งรายงานชุดแรก 15 ก.ค. ชุดสอง 27 ก.ค. แจง บทบาท คกก.ชุดนี้ คล้ายชุด 'วิชา' เสนอแนะ-ปิดช่องโหว่-ส่งนายกฯสั่งการ ลุยเอาผิดจริยธรรมปิดทางเข้าการเมือง