
เปิดลึก กรมการปกครอง-มท. ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ ดันแก้กม.-ออกคำสั่งให้เอาปืนมอบราชการตรวจภายใน 180 วัน แต่ฝ่ายกฎหมายแทงสวน เตือนเสี่ยงโดนร้องใช้อำนาจเกินขอบเขต-สร้างภาระประชาชน
9 ส.ค.2569-ผู้สื่อข่าว”ไทยโพสต์”รายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า จากกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืน และใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน หลังเกิดเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้ เพราะกรมการปกครอง-กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่หลักในการควบคุม ออกใบอนุญาต และกำกับดูแลอาวุธปืน ตามพ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490
จากการตรวจสอบพบว่า กระทรวงมหาดไทยในยุคอนุทิน เป็นรมว.มหาดไทยมาแล้วสี่สมัย คือรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน-แพทองธาร ชินวัตร-รัฐบาลอนุทิน 1 และรัฐบาลอนุทิน 2 พบว่าอนุทิน ให้ความสำคัญกับเรื่องการยกระดับความเข้มข้นในการอนุญาตให้บุคคลซื้อ มี และใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน การอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบป.12) มาตลอด และเริ่มขยับจริงจังมากขึ้นในยุค รัฐบาลอนุทิน 1 ที่อนุทินเป็นนายกฯควบรมว.มหาดไทย จนมีการประสานไปยังกรมการปกครองให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วน
ที่พบว่า สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้”คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย คณะที่1”ที่มี ภาสกร บุญญลักษณ์ รองปลัดก.มหาดไทยเป็นประธาน พิจารณาเรื่อง”ร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย เรื่องให้ผู้รับใบอนุญาตให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ส่งมอบอาวุธปืนและใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแก่เจ้าพนักงานเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว”
ต่อมา คณะกรรมการฯ ที่มีนักกฎหมาย- บุคคลภายนอกร่วมเป็นกรรมการด้วยเช่น ปัญญา อุดชาชน อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วรรณชัย บุญบำรุง อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นำเรื่องดังกล่าวมาหารือเมื่อเดือนพ.ค.2569 ที่ผ่านมา
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมพิจารณาหนังสือของกรมการปกครอง ที่ระบุว่านายอนุทิน นายกฯและรมว.มหาดไทย ขอให้มีการดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้บุคคลซื้อ มี และใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน การอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และการเพิ่มมาตรการให้มีความปลอดภัยรัดกุมมากยิ่งขึ้น กรมการปกครองจึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 17 หน่วยงานเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ โดยที่ประชุมเห็นชอบการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติและกฎหมายลำดับรอง และมีมติเห็นชอบในหลักการในการกำหนดมาตราการควบคุมอาวุธปืน ภายหลังการออกใบอนุญาต และการควบคุมอาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยให้กรมการปกครองจัดทำร่างพ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ…โดยกำหนดให้บุคคลที่ครอบครองอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย สามารถนำมามอบให้แก่ทางราชการ โดยได้รับการยกเว้นความผิดทางอาญา และให้จัดทำร่างคำสั่งสำนักนายกฯและกระทรวงมหาดไทย เรื่องให้ผู้รับใบอนุญาต ให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ส่งมอบอาวุธปืน และใบอนุญาต แก่เจ้าพนักงานเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว ซึ่งเจ้าพนักงานคือ อธิบดีกรมการปกครองสำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนในเขตอำเภอให้เป็นนายอำเภอ ภายใน 180 วันนับแต่วันที่คำสั่งมีผลบังคับใช้ เพื่อเก็บรักษาอาวุธปืน ใบอนุญาตฯ เป็นการชั่วคราว เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง สภาพความพร้อมใช้งาน คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และการดำรงอยู่ของผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ตามแต่กรณีแห่งความจำเป็น
“โดยหากตรวจสอบแล้ว พบว่ามีความถูกต้องตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานคืนอาวุธปืน ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนทันทีหรืออย่างช้าภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่ได้รับมอบอาวุธปืนและใบอนุญาตฯ แต่หากเป็นกรณีตรวจสอบแล้วปรากฏว่า อาวุธปืน ใบอนุญาตฯ มีความไม่ถูกต้อง ให้แก้ไขให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย แล้วส่งมอบอาวุธปืน ใบอนุญาต กลับคืนอย่างช้าภายในสี่สิบแปดชั่วโมง แต่หากกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายได้ ให้เจ้าพนักงานเก็บรักษาอาวุธปืน และใบอนุญาต ไว้ตรวจสอบจนกว่าการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะสิ้นสุด”หนังสือกรมการปกครองระบุ
หนังสือดังกล่าวของกรมการปกครองระบุอีกว่า กรมการปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจากมีความจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและความปลอดภัยสาธารณะ ลดอาชญากรรม และควบคุมสถานการณ์ให้บ้านเมืองกลับมาเป็นปกติ จึงเห็นควรใช้อำนาจตามมาตรา 6 ประกอบมาตรา 57 ของพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มีคำสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ส่งมอบอาวุธปืนและใบอนุญาต ฯ แก่เจ้าพนักงานเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว จึงนำเรียนรมว.มหาดไทยเพื่อโปรดพิจารณา ลงนามในร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย และมีหนังสือกราบเรียนนายกฯเพื่อโปรดพิจารณาลงนามในร่างคำสั่งดังกล่าว โดยเมื่อนายกฯและรมว.มหาดไทยลงนามแล้ว จะส่งสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
อย่างไรก็ตาม พบว่าสำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย มีความเห็นแย้งว่า การให้ผู้รับใบอนุญาต ให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ส่งมอบอาวุธปืน และใบอนุญาตฯ แก่เจ้าพนักงานเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว เพื่อดำเนินการตรวจสอบฯ อาจเป็นการดำเนินการเกินกรอบอำนาจของมาตรา 57 พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ จึงเห็นควรให้กรมการปกครองเสนอเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย ให้ความเห็นประกอบ
มีรายงานว่า ผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย คณะที่ 1 สรุปว่า หลังจากพิจารณาตรวจร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย และฟังคำชี้แจงจากตัวแทนกรมการปกครอง มีความเห็นโดยสรุปดังนี้
-มาตรา 57 พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ บัญญัติเงื่อนไขการใช้อำนาจดังกล่าวไว้อย่างจำกัด โดยให้ใช้ในกรณี”เหตุฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน”เท่านั้น อีกทั้งเจตนารมณ์ของบทบัญญัติดังกล่าวมุ่งเน้นการให้เจ้าพนักงานเรียกเก็บรักษาอาวุธปืนไว้เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันภยันตรายหรือการนำอาวุธปืนไปใช้ในการก่อเหตุอาชญากรรม
ประกอบกับกระทรวงมหาดไทย เคยออกคำสั่งที่ 200/2554 ลงวันที่ 18 เมษายน 2554 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 57 ดังกล่าว โดยอ้างเหตุเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยก่อนมีการเลือกตั้งสส.เป็นการทั่วไป ต่อมาทางศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งดังกล่าวและมีการฟ้องคดีขอให้เพิกถอนเป็นจำนวนมาก กระทวงมหาดไทย จึงมีคำสั่ง เมื่อ 17 มิถุนายน 2554 ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ดังนั้น การออกคำสั่งทางปกครองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 57 ต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นและข้อเท็จจริงอย่างชัดแจ้งให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
-เนื่องจากการใช้อำนาจตามมาตรา 57 ดังกล่าว เป็นมาตรการทางปกครองที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิ์ในทรัพย์สินและเสรีภาพของประชาชนในวงกว้าง ดังนั้นการจัดทำร่างคำสั่งดังกล่าวต้องยึดหลักความพอสมควรแก่เหตุเป็นสำคัญ โดยพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างประโยชน์สาธารณะที่คาดว่าจะได้รับกับภาระที่ประชาชนต้องแบกรับ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะต้องไม่เป็นการสร้างภาระแก่ประชาชนเกินความจำเป็น และต้องมีมาตรการรองรับ ที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม
– การกำหนดระยะเวลาดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน180 วันนับแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว มีผลบังคับใช้ อาจมีข้อขัดข้องในทางปฏิบัติ เนื่องจากปริมาณอาวุธปืนที่มีจำนวนมหาศาลไม่สอดคล้องกับศักยภาพและอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาในการรับบริการและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ทันตามกำหนด
อีกทั้งอาวุธปืนเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง สถานที่จัดเก็บในปัจจุบันอาจยังมีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไม่เพียงพอ เสี่ยงต่อการชำรุดเสียหายหรือสูญหาย กรมการปกครองจึงควรจัดทำแผนการบริหารจัดการทรัพย์สิน มาตรการรักษาความปลอดภัย และกำหนดหลักเกณฑ์การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีทรัพย์สินของประชาชนเกิดความเสียหายให้ชัดเจนก่อนเริ่มดำเนินการ
-ร่างคำสั่งดังกล่าว อ้างถึงบทลงโทษทางอาญาตาม 79 สำหรับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง อย่างไรก็ดี หลักการตีความตามกฎหมายชนและการบังคับใช้โทษอาญาคำสั่งทางปกครอง ที่นำจากไปสู่การลงโทษอาญา จำต้องมีความชัดเจนแน่นอนและมีองค์ประกอบที่สมบูรณ์ เมื่อร่างในคำสั่งปัจจุบันยังปรากฏข้อบกพร่องในด้านโครงสร้างและเนื้อหาที่ขาดความชัดเจนในเรื่องหน้าที่ของประชาชน การนำบทลงโทษอาญามาบังคับใช้ในลักษณะนี้ จึงอาจไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม อาจถูกโต้แย้งเรื่องความไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องเพื่อเพิกถอนคำสั่งต่อศาลปกครองในภายหลังได้
คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายกระทรวงมหาดไทย จึงมีมติให้กรมการปกครองรับฟังความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยไปพิจารณาประกอบการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวทางของกรมการปกครองในการกำหนดให้บุคคลที่ครอบครองอาวุธปืน สามารถนำมามอบให้แก่ทางราชการ โดยได้รับการยกเว้นความผิดทางอาญา และให้จัดทำร่างคำสั่งสำนักนายกฯและกระทรวงมหาดไทย เรื่องให้ผู้รับใบอนุญาต ให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ส่งมอบอาวุธปืน และใบอนุญาต แก่เจ้าพนักงานเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว ถูกมองว่าเป็นแนวทางเพื่อรีเซ็ตการครอบครองอาวุธปืนทั่วประเทศ ที่ไม่แตกต่างจากการนิรโทษกรรมผู้มีอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ให้มาเข้าระบบ รีเซ็ตกันใหม่ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คณะทำงานพิจารณาร่างกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย มีความเห็นดังกล่าวออกไป จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวออกมาว่า กรมการปกครอง จะมีการออกมาตราการ เพื่อควบคุมอาวุธปืนและใบอนุญาตฯ อย่างไร และการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ จะมีการแก้ไขประเด็นอะไรบ้าง หลังจากล่าสุดนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ย้ำว่า จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนให้มีความเข้มข้นมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ลิซ่า' ท้า 'โกแพ' ประเดิมบ้านใหญ่สตูลที่แรกฟันไม่เลี้ยงโกงท้องถิ่น
“ลิซ่า”ถาม 'กสถ.' หลังเด็กเส้นหลุดหมด จบเรื่องเลยหรือไม่ พร้อมจี้ 'วรศิษฎ์' จัดการบ้านใหญ่พัวพันทุจริตสอบท้องถิ่น ท้าเริ่มจากสตูลก่อนเลย
เอ๊ะ! 'อนุทิน' โพสต์วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่มันก็เจ็บหัวอีก
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul
ตร.ชี้ปมเด็กกราดยิง หลายปัจจัยเชื่อมโยงพบศึกษาข้อมูลปืนในออนไลน์เกือบ 2 ปี
รอง ผบช.ภ.1เรียกประชุมคณะทำงานคดี ม.3กราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เผยสอบปากคำพยานไปแล้ว 17 ปาก ชี้ชนวนเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องครอบครัว มีปัญหากับเพื่อน เสพสื่อโซเชียล พบเคยสั่งซื้อปืนบีบีกันทางออนไลน์มาโรงเรียนแต่ถูกครูยึด เร่งตรวจสอบมือถือ-คอมพิวเตอร์ โยงเหตุสลด
มท. สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศ ยกระดับ 4 มาตรการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนภายในสถานศึกษาพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาวุธปืน เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
กราดยิงปุ๊บ 'ก่อแก้ว' ถอดบทเรียนปั๊บ! โชว์กึ๋นฝากข้อคิดถึงเจ้าของปืน
รองหัวหน้าเพื่อไทยถอดบทเรียนเหตุกราดยิงในโรงเรียน ชี้เจ้าของปืนยากปัดความรับผิดชอบ พร้อมฝากถึง
'สุรเดช' จวกคุมปืนหละหลวม ชงจำกัดกระสุน-ยกระดับความปลอดภัย รร.
'สุรเดช' เสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต- บาดเจ็บ เหตุกราดยิงในรร. จวก ล้มเหลวเชิงโครงสร้าง มาตรการความปลอดภัยไม่ได้ถูกใส่ใจอย่างจริงจัง ระบุ ตอกย้ำให้เห็นมาตรการคุมปืนหละหลวม ชง ออกกม.กำหนดปริมาณครอบครองกระสุน ลดความเสี่ยงก่อเหตุกราดยิง แนะสถานศึกษาเข้มตรวจยาเสพติด ติดเครื่องตรวจอาวุธในที่สาธารณะ

