
นายกฯ หัวโต๊ะประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ อีสาน สั่ง เฝ้าระวังใกล้ชิด พร้อมเร่งฟื้นฟูเยียวยาประชาชน ให้ ปภ.เร่งหาแอปพลิเคชันใหม่ยกระดับการอัพเดทข้อมูลให้ทันสมัยที่สุด ขอบคุณ “ยศชนัน” ลงพื้นที่ทันที
23 สิงหาคม 2569 – เวลา 11.05 น. ที่ห้องประชุมพระเจ้าศรีสุริยพงษ์ผริตเดช ศาลาว่ากลางจังหวัดน่าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และส่วนราชการ รวมถึงประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 37 จังหวัด ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยจังหวัดที่นำเสนอคือ จังหวัดน่าน สุโขทัย และนครพนม
จากนั้น นายอนุทิน กล่าวเปิดประชุมว่า ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งทุกความสูญเสียที่เกิดขึ้น เราขอยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตตลอดจนผู้ประสบภัยทุกรายอย่างเต็มที่ ในช่วงที่ผ่านมาก่อนที่จะมีสถานการณ์นั้น ตนได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดนี้ ได้มีการกำกับดูแลในแต่ละภาค โดยภาพเหนือมีนายยศชนัน ภาคใต้มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ภาคกลางมีนายเอกนิติ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภาคอีสานมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี โดยแต่ละท่านจะมีการปฏิบัติหน้าที่แทนตนในการสั่งการ และรับมือกับเหตุอุทกภัย และเหตุภัยทางธรรมชาติทุกเหตุ ซึ่งทุกคนได้รับมอบอำนาจอย่างเต็มที่ในการสั่งการ และกำหนดนโยบายความช่วยเหลือต่างๆ โดยกรณีนี้ตนต้องขอขอบคุณนายศชนันเป็นอันมาก เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้น ท่านได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ทันทีในช่วงที่ตนติดราชการที่ต่างประเทศ แต่เราได้มีการประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตนได้รับทราบสถานการณ์มาโดยตลอดจากการรายงานนายยศชนัน และทราบด้วยความมั่นใจว่า ท่านจะสามารถกำกับดูแลควบคุมสถานการณ์ได้ และขอบคุณรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกคนได้เข้ามาช่วยนายศชนันในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ซึ่งขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยภาพรวมถือว่ามีการคลี่คลายลงไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เรายังไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากยังอยู่ในฤดูฝนและพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากฝนตกหนัก และจากปรากฏการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม แม้บางพื้นที่จะมีน้ำลด และจะเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูแล้ว แต่เรายังคงต้องตรึงทรัพยากรต่างๆ เอาไว้เพื่อให้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ นายอนุทินได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมด้วยว่า ขอให้ ปภ.เร่งสำรวจความเสียหายและเร่งเยียวยา ฟื้นฟูพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ และระดมเครื่องสูบน้ำเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ และพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อสูบน้ำท่วมขังให้พื้นที่กลับเข้าสู่ปกติโดยเร็ว พื้นไหนน้ำลดแล้วขอให้เร่งเข้าฟื้นฟูทันที ทั้งบ้านเรือน ถนน สะพาน ไฟฟ้า ประปา สถานพยาบาล พื้นที่การเกษตร รวมถึงเร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือเยียวยาให้เร็วที่สุด ซึ่งเรามีมาตรการแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยาอยู่แล้ว พร้อมทั้งขอให้มีการติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ให้ติดตามและคาดการณ์สถานการณ์ฝนในพื้นที่ จังหวัดที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่ต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง และให้มีการวิเคราะห์และชี้เป้าพื้นที่ที่มีแนวโน้มจุดที่มีฝนตกหนักและหนักมาก และทำแผนที่น้ำท่วมและการคาดการณ์ และแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที อีกทั้งขอให้ สทนช. และกรมชลประทาน รวมถึงสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ร่วมกันติดตาม ประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำข้อมูลปริมาณฝน น้ำท่า มาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อประเมินปริมาณและช่วงเวลาที่มวลน้ำเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจและอำเภอเมือง อำเภอใหญ่ๆ รวมถึงพื้นที่ท้ายน้ำ พร้อมปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาประกอบการตัดสินใจในการแจ้งเตือนประชาชน
“ผมขอเน้นย้ำว่า หากรู้ว่ามวลน้ำไปถึงที่พื้นที่ใด ขอให้แจ้งให้ประชาชนทราบโดยทันที อย่ารอให้น้ำมาถึงแล้วค่อยแจ้ง เพื่อให้ประชาชนได้มีเวลาเตรียมตัวยกของ ย้ายรถ และที่สำคัญที่สุด คือการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางออกจากเคหะสถาน ออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว รวมถึงขอให้ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำให้พร้อมหากฝนมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงให้สามารถเข้าช่วยช่วยเหลือได้ทันที” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอให้มีการติดตามสถานการณ์กรณีดินโคลนถล่มจากกรมทรัพยากรธรณีอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับเครือข่ายต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังในพื้นที่และแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมและอพยพได้ทันท่วงที รวมถึงการฟื้นฟูคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐาน ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งสำรวจและตรวจสอบสะพานโครงสร้างพื้นฐานที่อาจจะได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำ และให้ระดมเครื่องจักรเพื่อเข้าเปิดเส้นทางโดยเร็วและปลอดภัย โดยกรมชลประทานได้เตรียมพร้อมเครื่องมือเครื่องจักรที่จะมาช่วยในยามฉุกเฉิน เช่น สะพานแบริ่ง กรณีที่มีการตัดขาดของถนนโดยกระแสน้ำ ทำให้การสัญจรไปมาได้รับผลกระทบโดยจะต้องเร่งไม่ให้เกิดอุปสรรคในการสัญจรให้ได้เร็วที่สุด
“การเข้าไปฟื้นฟูแก้ไขซ่อมแซม โครงสร้างต่างๆ ในการสัญจรไปมา จากที่เคยเจอเหตุการณ์ปีที่แล้ว เลยมั่นใจว่าปีนี้จะมีความพร้อมมากกว่า เพราะได้สั่งการไปแล้ว ทั้งการไฟฟ้า และน้ำประปา เชื่อว่าสถานการณ์ทั้งหลายจะไม่เกินความสามารถของพวกเรา” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนในระยะยาว ตนจะให้ สทนช. เสนอแผนการแก้ไขอุทกภัยเข้ามา และวันนี้ให้มีการมาระดมสมองและรับนโยบายเพื่อสร้างและหาแนวทางในการป้องกันการหลากของน้ำให้เต็มที่และให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและรายได้ รวมถึงการท่องเที่ยว ก็ขอให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุด ส่วนการเฝ้าระวังขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งประสานงานกับ ปภ. โดยหลักๆ คือ เรื่องของการเตือนภัย ให้มีการอัพเดตข้อมูลตลอดเวลา ซึ่ง ปภ.ต้องมีแอพพิเคชั่นใหม่มาหรือยังเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัยที่สุด และขอให้เร่งดำเนินการทันที และขอให้เชื่อมต่อการกระจายข้อมูลต่างๆ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และให้ผู้ว่าสร้างข่ายประชาชนสัมพันธ์ ไปยังระดับตำบลหมู่บ้านเพื่อให้เตรียมพร้อมและประสานงานส่วนท้องถิ่นตลอดเวลา และขอให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานอย่างเป็นเอกภาพ และขอให้ยึดถือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นเป้าหมาย ช่วยเหลือเยียวยาเต็มที่ ให้ประชาขนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว ขณะที่ในพื้นที่ไหนที่น้ำลดแล้วขอให้เร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่มีความเสี่ยงให้คงการเฝ้าระวังและการแจ้งเตือนในระดับสูงสุด และพื้นที่ท้ายน้ำที่น้ำจะไปถึง ขอให้เตรียมรับมือและขอให้เกิดความเสียหายให้ได้น้อยที่สุด เรื่องไหนที่ติดขัดและเกินกำลังขอให้รายงานเป็นลำดับขั้น และตนเองพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกท่านที่ได้รับข้อสั่งการและนำไปสู่การปฏิบัติโดยทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ยกคณะบินน่าน ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ก่อนบ่ายไปอุบลฯ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์
เสธ.ทบ.ยัน ทหารช่วยเหลือประชาชนที่น่านเต็มที่
ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวก่อนร่วมคณะนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.น่าน
นายกฯเรียกฝ่ายความมั่นคงถกเครียด ปมเหตุป่วนใต้หลายจุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
‘นายกฯอนุทิน’ เผยบินน่านวันนี้เร่งเยียวยาเต็มที่
“นายกฯอนุทิน” เผยบินน่าน เร่งเยียวยาเต็มที่ ชี้หากงบจังหวัดไม่พอ มีงบสำนักนายกฯสำรองอยู่ มั่นใจทุกจังหวัด มีแผนเผชิญเหตุ รับมือหน้าน้ำ
'สุริยะ' ห่วงชาวสวนยางน่าน เร่งสำรวจความเสียหาย กยท.ออก 3 มาตรการด่วนช่วยผู้ประสบภัย
“สุริยะ” สั่ง กยท.เร่งสำรวจความเสียหายชาวสวนยางน่าน หลังอุทกภัยกระทบเบื้องต้นราว 3,500 ราย พื้นที่ 35,000 ไร่ ด้าน “วีริศ” ออก 3 มาตรการด่วน พร้อมสนับสนุนปัจจัยยังชีพ และเตรียมพิจารณาสวัสดิการช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบภัย รายละไม่เกิน 3,000 บาท
รัฐบาลจับตาฝนระลอกใหม่ 23 ส.ค. เฝ้าระวังพื้นที่ต้นน้ำ 'น่าน'
รัฐบาลติดตามสถานการณ์อุทกภัยน่านต่อเนื่อง หลังหลายพื้นที่น้ำเริ่มทรงตัวและลดลง เตรียมรับฝนเพิ่มในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่าน 23 ส.ค. คาดฝนสะสม 50-70 มม. ห่วงดินอุ้มน้ำ เร่งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

