เริ่มแล้ว! ตร. สั่ง 1 ต.ค. ทำบัญชีแต่งตั้ง 'รอง ผบก. - สว.' คลอดภายใน 30 พ.ย.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งทุกหน่วยเตรียมข้อมูลแต่งตั้ง ‘รอง ผบก. – สว.’ เริ่ม 1 ต.ค. เคาะคำสั่งภายใน 30 พ.ย.นี้

18 ก.ย. 2569 – ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) ลงนามในบันทึกข้อความ ลงวันที่ 10 กันยายน 2569 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ แจ้งผู้บัญชาการ จเรตำรวจ หัวหน้าจเรตำรวจ ผู้บังคับการในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ให้เตรียมความพร้อมสำหรับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจวาระประจำปี 2569

หนังสือดังกล่าวกำหนดว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ลงมาถึงสารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2569 ให้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และต้องออกคำสั่งแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2567 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้งมีข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วน

สำหรับการจัดทำบัญชีอาวุโส ให้หน่วยงานดำเนินการจัดทำและประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.ลงมาถึงรองสารวัตร (รอง สว.) ตามหลักเกณฑ์ พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติการเลื่อนตำแหน่ง ข้อจำกัดในการเลื่อนตำแหน่งตามกลุ่มสายงาน รวมถึงหลักเกณฑ์เฉพาะของสายงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งบางตำแหน่งสามารถดำรงตำแหน่งควบและปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง

ส่วนหน่วยงานที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้จัดทำลำดับอาวุโสระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ลงมาถึงรอง สว. ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และประกาศให้ทราบทั่วกันในวันที่ 16 กันยายน 2569 ขณะที่ลำดับอาวุโสจำนวนปีสะสมของรองผู้กำกับการสายงานสืบสวนสอบสวนที่ดำรงตำแหน่งควบฯ กำหนดประกาศในวันที่ 6 ตุลาคม 2569

สำหรับการขอแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียน ตำรวจระดับรอง ผบก.ลงมาของหน่วยที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หากสมัครใจไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่นแต่ไม่สามารถหาคู่สับเปลี่ยนได้ หรือหน่วยต้นสังกัดต้องการกำลังพลทดแทนแต่ไม่สามารถหาผู้สับเปลี่ยนได้ สามารถจัดส่งบันทึกสมัครใจหรือคำร้องตามแบบที่กำหนดถึง ตร. ผ่านสำนักงานกำลังพล ภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศลำดับอาวุโส

ขณะที่ตำรวจระดับรอง ผบก. ลงมาในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งประสงค์ขอสับเปลี่ยนหมุนเวียนในระดับตำแหน่งเดิมภายในสังกัด หรือขอไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่น ให้ยื่นคำร้องผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น โดยหัวหน้าหน่วยต้องพิจารณาพร้อมเสนอความเห็นมายัง ตร. ผ่านสำนักงานกำลังพล ภายในกรอบ 30 วันนับแต่วันประกาศลำดับอาวุโสเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้หนังสือย้ำว่า คำร้องขอรับการแต่งตั้งเป็นเพียงข้อมูลแสดงความสมัครใจ เพื่อประกอบการพิจารณาของผู้มีอำนาจ มิได้ผูกพันให้ต้องดำเนินการตามคำร้อง โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และต้องไม่กระทบต่อสถานภาพกำลังพลของหน่วย หากผู้ยื่นคำร้องประสงค์เปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกความสมัครใจ รวมถึงเปลี่ยนคู่ย้าย ต้องแจ้งเป็นหนังสือผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพื่อป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อน

สำหรับตำรวจที่ไปช่วยราชการโดยขาดจากต้นสังกัด หรือรักษาราชการแทนโดยขาดจากต้นสังกัด ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของหน่วยที่ไปปฏิบัติงานส่งผลการปฏิบัติงานกลับไปยังหน่วยต้นสังกัด เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่ง ส่วนผู้ที่ไปช่วยราชการนอกสังกัด ตร. ให้ต้นสังกัดประสานขอผลงานจากส่วนราชการที่ไปปฏิบัติหน้าที่มาประกอบการพิจารณาด้วย

ส่วนตำรวจระดับ ผกก.ลงมาถึง รอง สว. ในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานกำลังพลจะจัดทำและประกาศลำดับอาวุโส หากผู้ใดตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้ยื่นเรื่องผ่านหน่วยต้นสังกัดเพื่อรวบรวมส่งสำนักงานกำลังพล เสนอผู้มีอำนาจพิจารณาทบทวนภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศลำดับอาวุโส

ขณะเดียวกันตำรวจระดับ ผกก.ลงมาถึง รอง สว. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้จัดเตรียมผลการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะผลงานดีเด่นที่เกิดจากการปฏิบัติด้วยตนเอง เพื่อใช้ประกอบการจัดทำข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่ง โดยสำนักงานกำลังพลจะแจ้งกรอบเวลาและวิธีการส่งผลงานให้หน่วยงานทราบต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ลงนามในบันทึกข้อความ ลงวันที่ 16 กันยายน 2569 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจและประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจ ครั้งที่ 1 แจ้งหน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เตรียมความพร้อมรองรับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.ลงมาถึง สว. วาระประจำปี 2569

โดย บช.น. จัดทำลำดับอาวุโสตำรวจในสังกัดเรียบร้อยแล้ว พร้อมประกาศบัญชีระดับ ผกก. ลงมาถึง รอง สว. ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และเปิดโอกาสให้เจ้าตัวตรวจสอบข้อมูล หากพบความคลาดเคลื่อนหรือไม่ครบถ้วน ให้หน่วยต้นสังกัดยื่นเรื่องพร้อมหลักฐานผ่านฝ่ายอำนวยการ 1 กองบังคับการอำนวยการ บช.น. ภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศ หากพ้นกำหนดให้ถือว่าการจัดลำดับอาวุโสถูกต้อง

นอกจากนี้ บช.น. กำหนดให้หน่วยงานระดับกองบังคับการตรวจสอบประวัติตำรวจระดับรอง ผบก.ลงมาถึง สว. ทุกราย รวมถึง รอง สว.ที่มีคุณสมบัติเลื่อนขึ้นเป็น สว. และรายงานมายัง บช.น. ภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยข้อมูลครอบคลุมผู้ได้รับรางวัลข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นประจำปี 2569 ผู้เคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรืออยู่ระหว่างสอบสวนความผิดทางวินัย ผู้ถูกตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงพร้อมผลการพิจารณา ตลอดจนผู้ที่ถูกสั่งให้ช่วยราชการโดยขาดจากต้นสังกัดเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน

รวมถึงให้รวบรวมข้อมูลตำรวจผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจระดับ ผกก. ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเดิมติดต่อกันครบ 4 ปี เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการแต่งตั้งในวาระดังกล่าว

ด้านข้อมูลผลงานของผู้มีคุณสมบัติเลื่อนตำแหน่ง บช.น. กำหนดให้จัดทำผลงานที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการ โดยเฉพาะผลงานดีเด่นที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตลอดช่วงดำรงตำแหน่ง พร้อมรับรองความถูกต้องทุกหน้า และจัดทำบันทึกสรุปไม่เกิน 3 หน้ากระดาษ A4 ส่งภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ

สำหรับตำรวจที่ไปช่วยราชการหรือรักษาราชการแทนโดยขาดจากต้นสังกัด ให้หน่วยที่ไปปฏิบัติหน้าที่ส่งผลการทำงานกลับมายังต้นสังกัดเพื่อประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง ส่วนผู้ที่ไปช่วยราชการนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ต้นสังกัดประสานขอผลการปฏิบัติงานจากส่วนราชการนั้นเช่นเดียวกัน

ส่วนผู้ประสงค์ขอรับการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนระดับรอง ผบก. ลงมา ทั้งภายในและนอกสังกัด บช.น. ให้ยื่นคำร้องตามแบบพร้อมเอกสารประกอบ โดยกรณีขอย้ายภายในนครบาล หรือขอย้ายออกนอกสังกัดแต่ไม่สามารถหาคู่สับเปลี่ยนได้ ให้ส่งเรื่องมายัง บช.น. ภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2569

อย่างไรก็ตาม คำร้องขอรับการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลแสดงความสมัครใจเพื่อประกอบการพิจารณาของผู้มีอำนาจ มิได้ผูกพันว่าจะต้องดำเนินการตามคำร้อง โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการและไม่กระทบต่อสถานภาพกำลังพลของหน่วย หากผู้ยื่นคำร้องแบบจับคู่ย้ายประสงค์เปลี่ยนคู่ ต้องแจ้งยกเลิกคำร้องเดิมผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพื่อป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อน

ท้ายหนังสือ พล.ต.ท.สยาม กำชับทุกหน่วยให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเอกสารประกอบการแต่งตั้งมีข้อมูลประวัติส่วนบุคคล ผลการปฏิบัติงาน และความประสงค์ขอรับการแต่งตั้งของข้าราชการตำรวจ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือน SMS มิจฉาชีพแอบอ้างมี ‘ใบสั่งจราจรค้างชำระ’  ระวังสูญเงิน

รัฐบาล เตือน ระวัง SMS มิจฉาชีพแอบอ้างมี “ใบสั่งจราจรค้างชำระ” หลอกกดลิงก์-กรอกข้อมูลบัตร ย้ำ “หยุดก่อนคลิก เช็กก่อนจ่าย” 

ตร.ตั้งข้อหาหนัก 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' ยึดทรัพย์ 215 ล้าน ค้นกุฏิซุกเงิน-ทองเพียบ

กองปราบแถลงจับ 'สมีโชติ' อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยึดทรัพย์ได้ 215 ล้านบาท ค้นกุฎิเจอทั้งเงินสด-ทองแท่ง พบในบัญชี 290 ล้าน รวมถึงบ้านสีกาเอ๋ ตำรวจแจ้งข้อหาหนักร่วมกันฟอกเงิน

สภาผ่านงบมาตรา 27 ไร้ปัญหา 270 ต่อ 124 เสียง

'กมธ.งบ' เผย ผบ.ตร.ร้องขอให้ช่วยด้วย ถูกปรับลด 5 หมื่นล้าน กระทบ ตร.ชั้นผู้น้อย ส่วนการตั้งด่านถ้าพบตำรวจไม่ดีก็ตัดทิ้ง ส่วนรายระเอียด EOD ขอส่งเป็นเอกสารชี้แจง

'รอมฎอน' กลัวแสงหาย! อภิปรายขอตัดงบ สตช. 229 บาท

'รอมฎอน' ตัดงบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 229 บาท เบรกเก็บ DNA ไม่สมัครใจ-ซื้อเทคโนโลยีเจาะข้อมูลโทรศัพท์ชายแดนใต้ 57 ล้านจากอิสราเอล เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ