21 จังหวัดยังอ่วม 'กทม.' จมน้ำ 48 ชั่วโมง จับตา 27 ก.ย.ฝนหนักถล่มซ้ำ

ถนนลาดพร้าวและพื้นที่โดยรอบเผชิญน้ำท่วมขังหลายจุด หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้การจราจรติดขัด รถเล็กสัญจรลำบาก เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569

ประมวลสถานการณ์น้ำท่วม พบ 21 จังหวัดยังอ่วม กระทบวงกว้าง ขณะที่ กทม.เจอฝนต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง หลายเส้นทางจมน้ำ การจราจรปั่นป่วน “ชัชชาติ” เผยฝั่งพระนครรับน้ำฝนแล้ว 223 ล้าน ลบ.ม. หากฝนหยุดยังต้องใช้ 2-3 วันระบาย “อนุทิน” ส่งข้อความจากลอนดอน เร่งกลับไทยพร้อมเข้าพื้นที่ทันที ด้านกรมอุตุฯ เตือน 27 ก.ย. หลายพื้นที่ยังเจอฝนหนักถึงหนักมาก

26 กันยายน 2569 - สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมยังเป็นปัญหาใหญ่ในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังเผชิญฝนตกต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง ส่งผลให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมสูง การจราจรติดขัดอย่างหนัก ขณะที่ต่างจังหวัดยังมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 21 จังหวัด และต้องจับตาปริมาณน้ำในลุ่มเจ้าพระยาหลังกรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา

ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ เวลา 07.00 น. ระบุว่า ยังมีสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด 93 อำเภอ 350 ตำบล 1,425 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,109 ครัวเรือน รวม 84,605 คน ขณะที่กรุงเทพมหานครมีน้ำท่วมขังบนผิวการจราจร 44 จุด โดยภาพรวมพื้นที่ส่วนใหญ่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง

หากนับสถานการณ์สะสมระหว่างวันที่ 16-26 กันยายน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 36 จังหวัด 143 อำเภอ 506 ตำบล 1,966 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,302 ครัวเรือน 102,957 คน ส่วนกรุงเทพมหานครมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 22 เขต 66 จุด

กทม.อ่วมฝน 48 ชม.

กรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก หลังฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน โดยช่วงเช้าวันที่ 26 กันยายน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า กทม.เผชิญฝนตกต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง ปริมาณฝนสะสมบางพื้นที่เข้าใกล้ 300 มิลลิเมตร โดยพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักมาก

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ระดับน้ำในคลองหลายสายอยู่ในระดับสูง กทม.ต้องเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง พร้อมบริหารระดับน้ำในคลองสายหลัก ทั้งคลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร รวมถึงเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง

ช่วงบ่าย นายชัชชาติแถลงสถานการณ์เพิ่มเติมว่า ฝนเริ่มเบาบางลง แต่ปริมาณฝนที่ตกลงมามีจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งพระนครมีปริมาณน้ำฝนรวมประมาณ 223 ล้านลูกบาศก์เมตร

ผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า น้ำจากพื้นที่ด้านในต้องใช้เวลาเดินทางไปยังสถานีสูบน้ำ ขณะที่เครื่องสูบน้ำต้องเดินเครื่องต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วันจึงจะสามารถระบายน้ำและทำให้สถานการณ์ค่อย ๆ คลี่คลาย

กทม.ยังแจ้งเตือนถนน 13 สายที่รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ พร้อมเปิดศูนย์พักพิง 233 แห่ง รองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ก่อนหน้านี้ กทม.ได้ขยายประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต เพื่อให้สามารถระดมทรัพยากรและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วขึ้น พร้อมเตรียมกระสอบทราย ดูแลผู้ป่วยติดเตียง และเปิดโรงเรียนสังกัด กทม.ที่ไม่ได้รับผลกระทบเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว

วิภาวดีน้ำเกือบเมตร-รถติด 4 ชม.

ผลกระทบจากฝนหนักปรากฏชัดในหลายเส้นทาง โดยบริเวณห้าแยกลาดพร้าวมีน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร จนต้องปิดสะพานบางช่วง ส่วนถนนวิภาวดีรังสิตบริเวณหน้าไทยพีบีเอสมีรายงานระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร รถจำนวนมากติดค้างอยู่บนถนนนานประมาณ 3-4 ชั่วโมง

สถานการณ์น้ำท่วมบนถนนวิภาวดีรังสิตยังส่งผลให้ต้องปิดด่านขึ้นทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ชั่วคราว 3 จุด ได้แก่ ด่านแจ้งวัฒนะขาเข้า ด่านหลักสี่ขาออก และด่านลาดพร้าวขาออก

ขณะที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยรายงานว่า ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังส่งผลกระทบต่อทางขึ้นและทางลงทางพิเศษบางแห่ง ต้องติดตามและปรับการจราจรตามสถานการณ์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งทุกหน่วยงานในสังกัดยกระดับเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งระบบถนน ทางราง และทางน้ำ พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร ยานพาหนะ และอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชน โดยกำชับให้แจ้งข้อมูลเส้นทางที่ได้รับผลกระทบให้ประชาชนทราบโดยเร็ว

‘อนุทิน’ โพสต์จากลอนดอนเร่งกลับไทย

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อช่วงสายวันเดียวกันว่า “ส่งกำลังใจไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผมกำลังเร่งเดินทางกลับแล้วเข้าพื้นที่ทันทีครับ”

ตามกำหนดการที่รัฐบาลเผยแพร่ไว้ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน เริ่มจากญี่ปุ่น ก่อนเดินทางไปนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 และเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร

กำหนดการเดิมระบุว่า วันที่ 26 กันยายน นายกรัฐมนตรีและคณะจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานลอนดอนสแตนสเต็ดกลับประเทศไทย และเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ในช่วงเช้าวันที่ 27 กันยายน

ระหว่างอยู่ต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ และสั่งการผ่านกระทรวงมหาดไทยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และหลายจังหวัดในภาคกลาง

สั่งผู้ว่าฯ ตั้ง War Room 24 ชม.

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัยว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบข้อสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง ติดตามข้อมูลลงไปถึงระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน พร้อมประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า ไม่รอให้สถานการณ์รุนแรงแล้วจึงเข้าแก้ไข

ทุกจังหวัดต้องจัด War Room ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงข้อมูลฝน ระดับน้ำ ต้นน้ำ และสถานการณ์ของจังหวัดข้างเคียง เพื่อประเมินแนวโน้มล่วงหน้า

ระบบแจ้งเตือนต้องเข้าถึงประชาชนทั้งผ่านผู้นำชุมชน หอกระจายข่าว สื่อสังคมออนไลน์ และระบบ Cell Broadcast พร้อมตรวจสอบศูนย์พักพิง เส้นทางอพยพ จุดจอดรถ และพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรไว้ในพื้นที่เสี่ยง

นายนิรัตน์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้จัดลำดับการช่วยเหลือโดยเน้นการช่วยชีวิตเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หากพื้นที่มีความเสี่ยงต้องประสานหน่วยงานสาธารณสุขเตรียมเคลื่อนย้ายออกก่อนเกิดน้ำท่วม

เจ้าพระยาเพิ่มระบาย 1,950 คิว

อีกสถานการณ์ที่ต้องติดตามควบคู่กับฝนในกรุงเทพฯ คือปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน หลังสำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท รายงานช่วงเช้าว่า เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนทยอยเพิ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ชั่วโมงละประมาณ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนถึงอัตรา 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงบ่าย และจะคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง

กรมชลประทานจึงแจ้งประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ท้ายเขื่อน และพื้นที่ริมแม่น้ำน้อย ให้ติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับระดับน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลง

ส่วนพื้นที่รังสิต จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นอีกแนวสำคัญก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่เร่งบริหารน้ำผ่านคลองรังสิตและสถานีสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาและลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาสมทบกับน้ำฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ

การบริหารน้ำในภาคกลางยังเน้นการพร่องน้ำในลำน้ำและคลองสาขา กระจายการระบายน้ำผ่านระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร และเจ้าหน้าที่ตามพื้นที่เสี่ยง

น้ำท่วม 21 จังหวัด-กว่า 8.4 หมื่นคน

ปภ.รายงานว่า พื้นที่ซึ่งยังมีสถานการณ์น้ำท่วม 21 จังหวัด ได้แก่พื้นที่ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยภาพรวมส่วนใหญ่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีบางจังหวัดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว เป็นพื้นที่ที่บางจุดระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่อีกหลายจังหวัดระดับน้ำทรงตัวหรือลดลง

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำชับศูนย์ ปภ.เขต สำนักงาน ปภ.จังหวัด และหน่วยงานในสังกัด เตรียมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยไว้ในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า

หากพื้นที่ใดมีสถานการณ์รุนแรง เข้าถึงยาก หรือกำลังในพื้นที่ไม่เพียงพอ ให้ประสานกำลังสนับสนุนจากพื้นที่ใกล้เคียงและส่วนกลาง รวมถึงอากาศยานปีกหมุน KA-32 ตามความจำเป็น

ทหารกว่า 1 หมื่นนายลุยช่วยน้ำท่วม

ด้าน พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งหน่วยทหารทั่วประเทศระดมกำลังช่วยเหลือประชาชน โดยมีกำลังพลออกปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมงกระจายในพื้นที่ประสบภัยกว่า 10,000 นาย พร้อมรถบรรทุกและรถเครื่องมือกว่า 1,000 คัน

รมว.กลาโหมกำชับให้ทุกหน่วยเข้าถึงพื้นที่และช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็ว พร้อมเตรียมกำลังสำหรับขั้นตอนฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อช่วยประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติให้เร็วที่สุด

กองทัพบกยกระดับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย จัดกำลังพลหมุนเวียนปฏิบัติงาน พร้อมเตรียมศูนย์พักพิง รถครัวสนาม ทีมแพทย์ และระบบประสานอากาศยานกู้ภัยสำหรับพื้นที่วิกฤตหรือพื้นที่เข้าถึงยาก

ขณะที่กองทัพเรือเตือนพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้บางส่วนรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมกระโชกแรง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมกำชับชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังจากคลื่นลมในทะเล

ระดมสูบน้ำ 3 จังหวัด

รัฐบาลยังระดมเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่ปราจีนบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมส่งเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเร่งระบายน้ำ

ที่ จ.ปราจีนบุรี มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและประตูระบายน้ำคลองบางกระเจ็ด ส่วน จ.สิงห์บุรี ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำจากชุมชนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยประชาชนประมาณ 150 ครัวเรือน หรือกว่า 700 คน

ขณะที่ จ.สระบุรี มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฮดรอลิกขนาดใหญ่เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากผิวการจราจรลงสู่คลองระบายน้ำ

กระทรวงศึกษาธิการออก 5 มาตรการรองรับผลกระทบต่อโรงเรียน นักเรียน ครู และผู้ปกครอง เปิดทางให้สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบสามารถปิดเรียนหรือปรับรูปแบบการเรียนตามสถานการณ์ พร้อมยืดหยุ่นเวลาเรียน การส่งงานและการประเมินผล รวมถึงเตรียมทีมอาชีวศึกษาเข้าซ่อมแซมบ้านเรือนและสถานศึกษาหลังน้ำลด

อุตุฯ เตือน 27 ก.ย.ยังไม่จบ

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 10 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก มีผลกระทบถึงวันที่ 27 กันยายน โดยระบุว่า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง

สาเหตุมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคกลางตอนล่างและกรุงเทพมหานครรวมทั้งปริมณฑล เคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนระวังฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมสะสม น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

สำหรับวันที่ 27 กันยายน พื้นที่ภาคกลางยังมีหลายจังหวัดเสี่ยงฝนหนัก ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังอยู่ในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง

สถานการณ์น้ำในคืนวันที่ 26 กันยายนจึงยังไม่ถือว่าสิ้นสุด แม้ฝนในกรุงเทพฯ จะเริ่มเบาบางลง เพราะยังมีทั้งมวลน้ำที่ตกสะสมและรอการระบาย ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน รวมถึงความเสี่ยงจากฝนระลอกใหม่ในวันที่ 27 กันยายน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าสถานการณ์ในกรุงเทพฯ ภาคกลาง และพื้นที่น้ำท่วมหลายจังหวัดจะคลี่คลายได้เร็วเพียงใด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไขกระจ่าง! นักอุตุนิยมวิทยา อธิบายปรากฏการณ์ฝนตกหนักสะสม ไม่ใช่ 'ฝน 1,000 ปี'

ดร.วัฒนา กันบัว ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาและการพยากรณ์อากาศของประเทศไทย และอดีตผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไขข้อข้องใจ: ปรากฏการณ์ฝนตกหนักสะสม "ฝน 1000 ปี" จริงหรือ? หรือเกิดจากกลไกทางอุตุนิยมวิทยาแบบไหนกันแน่

วิกฤตน้ำท่วมปากน้ำ! ร้านสะดวกซื้อเกลี้ยงชั้น ชาวบ้านลุยน้ำตุนของ

สมุทรปราการยังวิกฤต ฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมหลายพื้นที่ ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ แห่ตุนของจากร้านสะดวกซื้อ หวั่นระดับน้ำเพิ่มสูง

เอาไม่อยู่! 'ทรงศักดิ์' ยอมรับฝนตกเกินคาดการณ์ ทำระบายน้ำไม่ทัน

รองนายกฯทรงศักดิ์ ลงพื้นที่สมุทรปราการ ติดตามสถานการณ์น้ำและการระบายน้ำ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พบหลายพื้นที่มีฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร สูงกว่าที่ประเมินไว้ ยอมรับสถานการณ์ขณะนี้ “เอาไม่อยู่” เหตุน้ำในคลองหลายแห่งเต็มจนไม่สามารถรองรับน้ำจากพื้นที่ชั้นในได้ พร้อมเร่งสูบน้ำลงทะเล เปิดทางระบบระบายน้ำ และเตรียมศูนย์พักพิงรองรับประชาชนหากจำเป็นต้องอพยพ

ไม่ต้องรอนายกฯกลับถึงไทย! 'อนุทิน' สั่ง รมต.-ผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่น้ำท่วมทันที

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงหนึ่งในการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมถึงงบประมาณแก้น้ำท่วมว่า ในด้านงบประมาณหากกรุงเทพฯ