อ่านบทความ 'แก้วสรร' : 'สงครามฆ่าตัวตาย' ของ 'ชาติยูเครน'

กันยายนที่ผ่านมา  จูเลีย แมนดอล อดีตโฆษกประธานาธิบดีของ Zelensky ที่แยกตัวกลับใจมาคัดค้านสงครามกับรัสเซียตั้งแต่ปี ๒๕๒๕  ได้นำเสนอภาพหายนะของยูเครนต่อประชาคมโลกใว้อย่างมีน้ำหนัก ทั้งในบทความนิตยสารการเมืองของอังกฤษชื่อ Spectator และในถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสภายุโรป ซึ่งผมได้พิเคราะห์แล้ว พบว่าน่าเชื่อถือเที่ยงตรงต่อเหตุผลและสุจริตใจ จึงขอสังเขปความนำเสนอต่อท่านผู้สนใจ ดังนี้

หายนะแรกที่เธอนำเสนอเป็นความตายของชาติยูเครน คือ “วิกฤตประชากร”  ที่เดิมทีเมื่อแยกจากสหภาพโซเวียตมาถือกำเนิดเป็นชาติใหม่ในปี คศ.๑๙๙๑ นั้น   ยูเครนมีประชากรกว่า ๕๒ ล้านคน  ครั้นผ่านสงครามกับรัสเซียมา ๕๔ เดือน จนปัจจุบันประชากร ก็เหลือเพียงครึ่งเดียว   คุณภาพส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หนุ่มสาวมีน้อยมาก   จนในแต่ละวัน ที่มีอัตราตายจากไป ๔ คนนั้น  จะมีอัตราเกิดเพียง ๑ คน  ทำให้ชาติยูเครนมีคนน้อยลง ๓ คนในทุกวัน   ส่วนยอดสูญเสียตาย-เจ็บทุพพลภาพจากสงคราม ก็อยู่ที่  ๒,๗๐๐ คนต่อเดือน  นับรวมจนปัจจุบันก็เป็นล้านคนขึ้นไป    ส่วนอายุทหารเกณฑ์ใหม่ก็ต่ำลงเรื่อยๆ จนวันนี้ก็เป็นข่าวออกมาว่า ทัพยูเครนมีทหารใหม่อายุ ๑๖ ขวบแล้ว    และหากจะเดินหน้าเปรียบเทียบกำลังคนที่อาจเกณฑ์เป็นทหารได้ต่อไป      ก็พบว่ายูเครนมีกำลังน้อยกว่ารัสเซียถึง ๑ : ๑๐ โอกาสชนะด้วยตนเองจึงมีค่าเป็นศูนย์

ตัวเลขวิกฤตประชากรข้างต้น  หากผนวกกับดินแดนที่เสียให้รัสเซียไปอย่างแน่นอนก็พบว่าเสียไปแล้วกว่า ๒๐ % คิดต่อไปอีก ก็จะเห็นถึงฐานประชากรในอนาคต ที่ยูเครนต้องเสียไปอีกกว่า ๒๕%  เสียฐานอุตสาหกรรมไป ๓๐ %  เสียฐานรายได้โดยรวมหรือ GDP อีก ๓๕%  วิกฤตเสียดินแดนที่ซ้ำเข้ามานี้ ก็ยิ่งซ้ำเติมอนาคตให้มืดดับยิ่งขึ้น  ยิ่งไปกว่านั้น หากเสียแคว้นโอเดสซ่าที่กำลังถูกปิดล้อมโดยกองเรือรัสเซีย  แล้วหากทัพบกรัสเซียเข้ายึดครองอีกเมื่อใด   ยูเคนจะกลายเป็นประเทศ Land Locked หมดเมืองท่าส่งออกหรือนำเข้าสินค้ากับโลกไปในทันที   

อันที่จริงนั้น วันนี้ชาติยูเครน ก็สิ้นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจไปโดยสิ้นเชิงแล้ว  โครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายไปทั้งแผ่นดิน ทั้งอุตสาหกรรม ระบบขนส่ง และพลังงาน สถาบันการเงิน  เสียสิ้นไปหมด จนปัจจุบันนี้เป็นหนี้แตะ ๑๑๐% ของ จีดีพี ส่วนรายได้ทั้งของรัฐและของสวัสดิการประชาชนในแต่ละวัน  ล้วนต้องฝากไว้กับเงินอุดหนุนช่วยเหลือของตะวันตกทั้งสิ้น  น้ำเกลือเศรษฐกิจถุงนี้ มียอดเงินที่ตกลงกันไว้แล้วในปี ๒๐๒๖-๒๐๒๗  ตกปีละ ๕๒ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  แต่มาไตรมาสสุดท้ายในปีนี้ เมื่อรัสเซียรุกหนัก หนักจนเดือนเดียวคืบหน้ากว่าเดือนก่อนถึง ๒ เท่าอย่างนี้   ก็ชัดเจนแล้วว่า ยูเครนยังต้องการน้ำเกลือขวดใหม่เพิ่มอีก ๒๗ พันล้าน   ชาติตะวันตกจะหามาจากไหน ก็ยังนึกไม่ออก  เพราะข้างอเมริกานั้น Trump หลบฉากไปแล้วว่า ยุโรปต้องแบกเองบ้าง ส่วนชาวยุโรปนั้นก็เริ่มขบวนประท้วงรัฐบาลให้ยุติสงครามกันหลายประเทศแล้วเช่นกัน

อนาคตที่สำคัญของชาติอีกข้อหนึ่งคือหลักประกันความมั่นคง  ที่ชัดเจนว่า ยูเครนไม่มีทางได้กำลังช่วยเหลือตามมาตรา ๕ จาก NATO แน่นอนแล้ว   แล้วเช่นนี้ยูเครนจะมีกำลังดูแลตัวเองได้อย่างไร ในเมื่อเป็นชาติที่วิกฤตทั้งผู้คนและเศรษฐกิจอย่างนี้  ส่วนกองทัพยูเครนทุกวันนี้ ก็มีแต่ถอยแล้วตั้งรับ และเฝ้าแต่ยิงโดรนตามที่อังกฤษยัดใส่มือ ยิงเข้ารัสเซียเป็นฝูงๆไปวันๆ เท่านั้นเอง   แม้จะเข้าเป้ายังความเสียหายลึกถึงบ้านรัสเซียได้ก็ตาม   แต่ก็ตามสนองด้วยการถูกถล่มทั้งประเทศจากรัสเซียที่หนักกว่าเดิมในทุกเป้าหมายสำคัญ  ล่าสุดก็ตามด้วยประกาศจากกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย   ให้สถานทูตและบุคลากร รวมทั้งพลเมืองต่างชาติต้องออกจากกรุงเคียฟเพื่อความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด  

ส่วนแผนการบุกแคว้น Kalaningrad ฐานทางยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของรัสเซียนั้น  จาก คำยืนยันเป็นบันทึกทางการ และจากปาก Putin วันนี้ ก็ยืนยันชัดเจนแล้วว่า  หากเกิดขึ้นจริงเมื่อใด ก็จะถูกตอบโต้ตามแผนที่มีอยู่แล้ว ด้วยทุกสรรพกำลังที่รัสเซียมีอยู่ ซึ่งโดยนัยยะก็หมายรวมถึงการใช้นิวเคลียร์ ด้วยนั่นเอง

ด้วยวิกฤตที่กล่าวมา ทั้งการสิ้นสลายของประชากร เศรษฐกิจที่ตายนิ่ง น้ำเกลือตะวันตกใกล้หมดขวด   ความมั่นคงที่มองไม่เห็น  ผนวกด้วยความมืดมิดทางการเมืองทั้งการเลือกตั้งใหม่และสิทธิพื้นฐานของพลเมือง  ทั้งหมดนี้นี่เองที่ Julia สรุปว่า Zelensky ได้พาชาติยูเครนมาสู่ความตาย  เป็นการฆ่าตัวตายของชาติชาติหนึ่ง โดยแรงยุยงอุดหนุนของชาวตะวันตก ที่ยังพากันส่งเสียเชียร์และอยู่กินอย่างสุขสบาย แล้วส่งเสียงขับไล่ยูเครนอพยพหลายสิบล้านออกจากบ้านเมืองของตนไปพลางๆ จนทุกวันนี้  

สงครามยูเครนจะจบอย่างไร ชัยชนะที่น่าเศร้าของฝ่ายใดจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครยืนยันได้   แต่วันนี้แน่นอนว่า “ชาติ”ยูเครนสิ้นลมหายใจแล้ว  ส่วน “ชาติไทย”จะตายหรือไม่ในวิกฤตโลกที่กำลังคืบคลานมานั้น   นี่ก็เป็นคำถามที่เรายังไม่ช่วยกันคิด กันถาม และเตรียมการใดๆ เช่นที่ควรเลย 

ในสภาพของชาติที่มีเลือกตั้งแต่ยังไม่มีเจ้าของเป็นประชาชนที่เข้มแข็งอย่างนี้ ย่อมพาชาติผ่านวิกฤตได้ยาก  เจอวิกฤตจริงจนแก๊สหมด ปั๊มปิด ธนาคารล่ม ตกงานเกลื่อนเมืองเมื่อใด ก็ต้องทะเลาะกันบ้านแตก โดนแทรกแซง เกิดศึกรอบทิศ  จนสิ้นชาติอย่างโง่เขลาไปได้ง่ายๆ  

ผมจึงใคร่ขอทุกท่านได้โปรดพร้อมเพรียงกันกราบอาราธนาสักการะถวายกำลังใจให้องค์พระสยามเทวาธิราชท่าน ทรงพระกรุณาแบกรับอดทนบากบั่นดูแลบ้านเมืองแทนพวกเรา โดยเข้มแข็งไม่ย่อท้อทุกทิวาราตรีต่อไป ตลอดชั่วกาลนาน เทอญฯ

                                                                                                 แก้วสรร อติโพธิ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทหารยูเครนครวญ ประจำการแนวหน้าสี่เดือนไม่ได้หยุดพัก

กลุ่มทหารยูเครนที่กำลังต่อสู้แนวหน้ากับรัสเซีย ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้บังคับบัญชากองทัพผ่านทางวิดีโอ อนาโตลี ไซชุค ผู้บัญชาการหมวดจากกองพลน้อยที่ 121 บ่นในคลิปว่า ทหารของพวกเขาไม่ได้รับการผลัดเปลี่ยนกำลังมาเป็นเวลาสี่เดือนแล้ว อีกทั้งต้องอดอาหารและน้ำดื่มเป็นเวลาหลายวัน วิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติลงมติสนับสนุนยูเครน สหรัฐฯ งดออกเสียง

ในโอกาสครบรอบ 4 ปีของการเริ่มต้นสงครามรุกรานของรัสเซีย สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ลงมติรับรองร่างมติสนับสนุนยูเครน

'แก้วสรร' แนะ 'ติ่งส้ม' หยุดก่อกวน แล้วเอาเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไปร้องศาลรธน. เดี๋ยวนี้!

นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เผยแพร่บทความในรูปแบบ ถาม-ตอบ เรื่อง "หยุดก่อกวน...เอาเรื่องบาร์โค๊ดขึ้นศาลรัฐธรรมนูญเดี๋ยวนี้!!!" มีเนื้อหาดังนี้

อ.แก้วสรร วิเคราะห์ชัดๆใครโง่?...คนต่างจังหวัด-คนกรุงเทพ หรือคนตั้งคำถาม

นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีต คตส. เผยแพร่บทความเรื่องใครโง่?...“คนต่างจังหวัด” หรือ “คนกรุงเทพ”