
31 ต.ค.2569-นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ออกบทความใหม่ในรูปถาม-ตอบ เรื่อง เอา “บางจาก” ออกจากปากเขมร มีเนื้อหาดังนี้
ถาม เห็นส่วนราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของกลุ่มทุนชั่วในเขมรออกมาแถลงว่า “ วันนี้เราจับเส้นทางเงินได้แล้วว่า มันไหลมุ่งมาซื้อหุ้น บางจาก ,VCI และ MFC จนได้หุ้นขนาดใหญ่ทีเดียว จึงให้ ปปง.เดินหน้าอายัด และยื่นฟ้องศาลเพื่อขอยึดเป็นของแผ่นดินแล้ว ” อาจารย์เห็นว่าข่าวนี้ ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญไหมครับ
ตอบ เรื่องนี้รู้และรอกันมานานแล้วว่า นักฟอกเงินกลุ่มเขมรมีใครบ้าง ข้อมูลจากหน่วยงานในกระทรวงคลังสหรัฐ ก็ชี้บ่งมานานแล้วว่ามันฟอกเข้ามาซ่อนเป็นหุ้นที่ไหน จน ปปง.ไทย ลงมืออายัดหุ้นบางจาก ๑๘% มูลค่ากว่าหมื่นล้านนำขึ้นฟ้องศาล ไปหลายเดือนแล้วด้วย มาวันนี้ถึงออกมายืนยันว่าจัดการกับหุ้นอีกสองบริษัทด้วย ส่วนตัวหัวทางเขมรทั้งเบนสมิธกับพวกนั้น พวกนี้ก็หนีออกจากเมืองไทยไปนอนในเรือยอร์ชกลางทะเลนานแล้ว จะออกหมายจับกี่ฉบับก็ไม่มีความหมายอะไร
ถามว่าที่ทำมาทั้งหมดนี้ พอแก่การแล้วหรือไม่ ผมเห็นว่ายังไม่พอครับ ยังมีงานสำคัญที่ต้องลงมืออีก โดยเฉพาะกรณีหุ้นบางจาก
ถาม หุ้นบางจาก ๑๘% ของเขมรนั้น เราก็ฟ้องคาอยู่ในศาล ขอให้สั่งยึดนานแล้วนี่ครับ มาวันนี้ นาย“ณ.” ที่เป็นตัวแทนบริษัทหุ่นถือหุ้นบางจากแทนเขมร ก็พึ่งจะถูกออกหมายและจับกุมไปแล้วด้วยเมื่อสองวันนี้เอง แค่นี้ยังไม่พออีกหรือ
ตอบ คุณรู้ไหมว่า หลังจากบริษัทหุ่นเขมร โดยนาย ณ.ซื้อหุ้นบางจากแล้ว สองอาทิตย์ต่อมา คณะกรรมการบางจากก็สรรหาและแต่งตั้งให้เขากับตัวแทนอีก ๑ คนเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทบางจากโดยพลัน แล้วตามด้วยลูกพี่ของ นาย“ณ.” อีกคนหนึ่ง
ถาม คณะกรรมการอาจเลือกเขาเข้ามาในฐานะถือหุ้นใหญ่ก็ได้นะครับ
ตอบ ก็อ้างกันอย่างนั้น แต่พอ คุณไชยวัฒน์ โควาวิสารัตน์ CEO บางจาก นำคำแนะนำจากคู่ค้าต่างชาติ และบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก มาติติงว่าการให้ตัวแทนเงินชั่วที่ถูกขึ้นบัญชีในสากลและเป็นคดีฟอกเงินคาศาล มานั่งเป็นกรรมการอย่างนี้ไม่เหมาะสม คณะกรรมการก็ยอมจำนนให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแก้ไขข้อบังคับ กำหนดห้ามตัวแทนหุ้นที่ต้องคดีฟอกเงินมาเป็นกรรมการ ดำริเช่นนี้ก็ช่วยให้รูปการณ์ดูจะดีขึ้น
ครั้นเมื่อถึงขั้นเรียกประชุม ผู้ถือหุ้นรายย่อยกลุ่มหนึ่งก็ค้านว่า จะให้หุ้นเขมร ๑๘% นี้ร่วมโหวตด้วยไม่ได้ แต่ที่ประชุมคณะกรรมการก็กลับลำ กลับมีมติให้โหวตได้ และจนผู้ถือหุ้นรายย่อยต้องแพ้ไปในที่สุด เหตุเพราะมีขนาดหุ้นเล็กจิ๋วสู้หุ้น ๑๘% ของฝ่ายทุนเขมรไม่ได้
ฟังมาถึงตรงนี้ คุณว่า เราไว้ใจคณะกรรมการบางจากกลุ่มนี้ได้ไหม
ถาม ผมว่าไม่ไหวนะครับ บริษัทถูกอายัดหุ้นอยู่เห็นๆ ก็บังอาจหยิบมาเป็นกรรมการ พอผู้คนเคลื่อนไหวจะเขี่ยออกด้วยการประชุมแก้ข้อบังคับ ก็กลับยอมให้ทุนเขมรเขาโหวตอีกทั้งๆที่มีประโยชน์ทับซ้อนอยู่เห็นๆ มันเป็นไปได้ยังไงครับ ที่ไปถือหางหุ้นเขมรอย่างนั้น
ตรงนี้ใช่ไหมที่ทำให้อาจารย์ชี้ว่า วันนี้ “บางจาก..อยู่ในปากเขมร”
ตอบ คือพวกผมมองว่า บริษัทบางจากมีมาเฟียพลังงานไทยกับขุนนางกังฉิน ครอบงำยึดครองคณะกรรมการมาเป็นสิบปีแล้ว และขณะเดียวกันคนในกลุ่มนี้ก็รับจ๊อบทำงานให้ระบอบทักษิณมาหลายครั้ง
หากวันนี้ “การยึดครองบางจากโดยทุนเขมร” จะถูกยกเป็นเป้าหมายของ กิจการร่วมค้า “ ฮุน – ษิณ “ แล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่อำนาจมาเฟียพลังงาน ในบางจาก จะร่วมมือยกให้เขาขึ้นมามีอำนาจในบางจากได้
ถาม เรื่องมันไปถึง “ฮุน – ษิณ” ได้อย่างไรครับ
ตอบ เมื่อระบอบทักษิณส่ง เศรษฐากับอุ๊งอิ๊งขึ้นเป็นนายกฯนั้น ชัดเจนว่ามีสามงานหลักที่สังคม สงสัยคลางแคลงกันมาก ว่า เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ คือ โครงการสร้างระบบเงินคริปโตเพื่อใช้ผันเงินทั่วประเทศ, โครงการเอาที่ดินรัฐมาร่วมทุนกับต่างชาติสร้าง คาสิโน ทุกภูมิภาคมีตัวหลักอยู่ที่ที่ดินท่าเรือคลองเตย, กับ โครงการลงนามใน MOU 44 เพื่อแบ่งปันพลังงานอ่าวไทยบนพื้นที่ที่เขมรอ้างว่าทับซ้อน
ทั้งสามโครงการนี้ เราสงสัยว่าการยึดบางจากด้วยทุนจากเขมร แท้จริงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่สาม ที่“ฮุน-ษิณ”วางแผนจะให้บางจากรับสัมปทานจากทั้งสองประเทศ ขุดเจาะน้ำมันขึ้นมาแบ่งส่วนส่งให้ทั้งไทยและเขมร ตามอัตราที่ตกลงกันได้ ใน MOU44 นั่นเอง
ถาม มันจะสงสัยไกลไปหน่อยไหมครับ
ตอบ กลุ่มคนที่ครองอำนาจครอบงำคณะกรรมการบางจาก กับกลุ่มคนในวงการการเงินการคลังที่ร่วมมือช่วยฟอกเงินเขมรซื้อบางจากครั้งนี้ พิเคราะห์แล้ว มองเห็นเป็นคนกลุ่มเดียวกันได้ชัดเจน และคนสำคัญในกลุ่มก็ยังมีสัมพันธ์แนบแน่นเป็นลูกมือ เป็นรัฐมนตรีทำงานสนองรัฐบาลในระบอบทักษิณมาตลอดอีกด้วย มีอดีตอธิบดีกระทรวงคลังที่ช่วยแปรรูป ปตท. ๑ คน อดีตปลัดคลัง ๒ คน ผู้กว้างขวางในวงการพลังงานที่เคยขึ้นเป็นรัฐมนตรีคลัง ๑ คน และนายธนาคารที่เกือบจะได้เป็นรัฐมนตรีอีก ๑ คน
เห็นอย่างนี้แล้ว การจัดการคนพวกนี้ให้สิ้นโอกาสฟอกเงินให้ต่างชาติ และสิ้นอำนาจในบางจากจึงต้องถือเป็นเรื่องจำเป็นยิ่ง
ถาม ถ้ารัฐบาล นายกฯอนุทิน เห็นว่าเรื่องฟอกเงินหุ้นบางจากมีปัญหาเบื้องลึก เช่นนี้จริงอาจารย์และพวกพ้องที่ร่วมคิดอ่านขุดคุ้ย มีข้อเสนอให้รัฐบาลทำอะไรบ้าง
ตอบ มีอยู่ ๓ ข้อ ดังนี้ครับ
๑)ให้ตรากฎหมายแก้ไข พรบ.บริษัทมหาชน หรือ พรบ.ฟอกเงิน ระบุห้ามมิให้ ตัวแทนผู้ถือหุ้นที่ต้องคดีฟอกเงินเข้าเป็นกรรมการบริษัท โดยจะเร่งออกเป็นพระราชกำหนดเลยก็ยิ่งดีครับ
๒)ให้ใช้อำนาจของ ปปง.และ ดีเอสไอ สืบสวนและสอบสวน นำตัวคนไทยมาลงโทษตามกฎหมายฟอกเงิน ทั้งกลุ่มลำเลียงเงินเข้าสถาบันการเงินไทย กลุ่มพันธมิตรช่วยประสานงานให้เข้าถือสิทธิในหลักทรัพย์ไทย และกลุ่มตัวแทนเชิดที่ถือครองหลักทรัพย์ไทยแทนทุนดำทั้งหลายด้วย
๓) ให้ใช้อำนาจผู้ถือหุ้น ๑๐% ของกระทรวงคลังในกองทุนวายุภักษ์ และ ๑๔% ของกองทุนประกันสังคม ร่วมกับเสียงผู้ถือหุ้นรายย่อย แก้ไขข้อบังคับบริษัทบางจาก ส่วนที่ว่าด้วยที่มากรรมการบริษัท ให้เปิดกว้างต่อการมีส่วนของผู้ถือหุ้น เพื่อทำลายระบบพวกพ้องที่ส้องสุมอำนาจมาเนิ่นนานให้สิ้นไป โดยกำหนดให้กรรมการปัจจุบันทุกคนพ้นจากตำแหน่งทั้ แล้วเริ่มสรรหากรรมการใหม่ทั้งหมด ทั้งของตัวบางจากและบริษัทลูก
ถาม ข้อเสนอข้างบน ที่มุ่งจะเอาบางจากออกจากปากเขมรนี้ มีใครร่วมคิดอ่านบ้างครับ
ตอบ มีผมที่เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยคนหนึ่งในบางจาก กับน้องๆที่ถือหุ้นด้วยเหมือนกันครับ วันนี้เรากำลังเตรียมการจะล่ารายชื่อ มีหนังสือเสนอรัฐบาลกันอยู่ในธันวาหน้า พอดีเห็นทางการเดินหน้าลงมือจับตัวกรรมการบางจาก ๑ คน ที่เป็นตัวแทนเขมรแล้ว เราก็ดีใจว่าเป็นนิมิตที่ดี วันนี้ผมก็เลยขอนำข้อวิเคราะห์ของเรามาเสนอเป็นบทความ หนุนส่งรัฐบาลไปเสียก่อนเลย
ถาม ถ้ารัฐบาลลงมือเอาจริงอย่างนี้เมื่อไหร่ จะมีผลต่อการอภิปรายทั่วไปธันวานี้หรือไม่
ตอบ ถ้าจะให้ฝ่ายค้านชมเชยรัฐบาลแทนประชาชน ก็คงฝืนใจเค้ามาก คงต้องอภิปรายไปติดอ่างไปตลอดวาระเป็นแน่ ส่วนบางคนที่มีเบื้องหลังฟอกเงินติดตัวอยู่ด้วยนั้น ก็คงสะเทือนใจ ขอถอนตัว งดอภิปราย นั่งตัวสั่นเงียบไปเลย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รัฐบาล' ชวนเที่ยว 'มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569' คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้านบาท
รัฐบาลชวนเที่ยว ‘มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569’ โชว์ความยิ่งใหญ่ 32 สวนนานาชาติ พรรณไม้กว่า 1 ล้านต้น เปิดบ้านไทยต้อนรับคนทั่วโลก 1 พ.ย. นี้ คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้านบาท
'ปกรณ์' ชง ครม. กลาง พ.ย. เคาะ 'เออร์ลีรีไทม์' ขรก. เริ่มก่อน 1 ต.ค. 70
'รองนายกฯ' เผยเคาะเกณฑ์เออร์ลีรีไทร์ ขรก.พลเรือน ได้สูงสุด 15 เท่า ชี้ เริ่มก่อน 1 ต.ค. 70 ตั้งเป้า 5 ปี ลด 3 หมื่นคน จ่อชง ครม. กลาง พ.ย.นี้
นานสุด! 'หญิงหน่อย' ค้นสถิติ ยื่นญัตติ 60 วัน ถึงได้ซักฟอก
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 60 วัน กว่าจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ
'โบว์ ณัฏฐา' เย้ยเจ็บ! ไม่มีใครดิสเครดิต 'พรรคส้ม' มีแต่ทำตัวเองทั้งนั้น
น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความว่า มีคนบอกว่าตอนนี้ดูเหมือนรัฐบาลมียุทธศาสตร์ดิสเครดิต และทำให้คนเกลียดพรรคส้ม ดูแล้วไม่น่าใช่หรอกค่ะ …
สะกิดฝ่ายค้าน! ปล่อยหมัดน็อกซักฟอกต้น ธ.ค. ดีกว่าชกพร่ำเพรื่อ ม.152
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แนะฝ่ายค้าน ซักฟอกตามมาตรา 151 ดีกว่า 152
'โรม' รับ สส.ปชน. จ่อยื่นอภิปรายทั่วไป ม.152 ดัดหลังรัฐบาล
'โรม' อุบตอบปม 'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'อภิปราย ม.152' ดัดหลัง 'รัฐบาล' โยนถาม 'วิป' บอกไม่ได้อยู่ในกระบวนการ รับผิดชอบแค่ซักฟอก 151

