ในหลวง เสด็จฯ กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี ทอดพระเนตรพระราชินีทรงฝึกทำการบินเดี่ยวเครื่องบินขับไล่ Gripen เป็นครั้งแรก พร้อมพระราชทานช่อดอกไม้และประดับอาร์มปักสีทอง Gripen Order Golden Patch แสดงความยินดี ยืนยันพระปรีชาสามารถด้านการบินที่มีชั่วโมงบินรวมทะลุ 1,188 ชั่วโมง
8 ตุลาคม 2569 - เวลา 10.06 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อไปทอดพระเนตรการฝึกทำการบินเดี่ยวกับเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20 หรือGripen ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เป็นครั้งแรก ณ กองบิน7 อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เฝ้าทูลลลอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พร้อมด้วยพลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ นาวาอากาศเอก พศิน สมบัติทวี ผู้บังคับการกองบิน 7 และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารทรงงานกองบิน 7 ทรงรับฟังการถวายบรรยายแผนการบินของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปยังซองจอดเครื่องบินพระที่นั่ง Gripen เพื่อทอดพระเนตร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงทำการตรวจเช็คความเรียบร้อยของเครื่องบินพระที่นั่ง JAS 39 C Gripen ซึ่งเป็นเครื่องบิน 1 ที่นั่ง จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงนำเครื่องบินพระที่นั่ง Gripen ไปยังทางวิ่ง Rwy22 เพื่อทรงทำการบิน
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรการวิ่งขึ้นและลงของเครื่องบินพระที่นั่ง Gripen ตามแผนการฝึกในการฝึกทำการบิน (SOLO) ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกบินเรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จลงจากเครื่องบินพระที่นั่ง Gripen
จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานช่อดอกไม้แสดงความยินดี และทรงประดับเครื่องหมาย Gripen Order Golden Patch (อาร์ม) อันเป็นเครื่องหมายอาร์มปักสีทองทรงเกียรติ ที่มอบให้กับผู้ที่ผ่านการทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ JAS 39 Gripen พระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร
ด้วยพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในด้านการบินเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศมาโดยตลอด โดยทรงเริ่มทำการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม2533 กับเครื่องแบบ T 41 D ฝูงบิน 604 กองบิน 6 และทรงมีชั่วโมงบินกับเครื่องบินแบบต่างๆ ดังนี้
เครื่องบินแบบ Cessna T-41 315.33 ชม.
เครื่องบินแบบ CT 4 E Airtrainer 38.35 ชม.
เครื่องบินแบบ Pilatus PC -9 105.59 ชม.
เครื่องบินแบบ Mooney M-20M 98.40 ชม.
เครื่องบินแบบ Piper PA -34 Seneca 137.50 ชม.
ทรงทำการบินกับเครื่องบินแบบ Boeing 737 โดยมีชั่วโมงบิน Boeing 737-400 จำนวน 27.09 ชม. Boeing 737-800 จำนวน 453.11 ชม. และก่อนที่จะทรงทำการบินเดี่ยว SOLO กับเครื่องบินแบบ JAS 39 C Gripen ได้ทรงทำการบินกับเครื่องบินแบบ JAS 39 D Gripen แบบ 2 ที่นั่งไปแล้วจำนวน 10.13 ชม. โดยทรงมีชั่วโมงบินรวมกับเครื่องบินทุกแบบ 1188.48 ชั่วโมง
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วย เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่ง ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ต่างๆทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก เมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรฏฏานอย่างเป็นทางการ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วย ทรงนำเครื่องบินพระที่นั่งขึ้นและลงจอด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติพาโร ซึ่งถึอเป็นท่าอากาศยานที่นักบินจะนำเครื่องขึ้นและลงจอดยากที่สุดในโลก ได้อย่างปลอดภัยและสง่างาม
แต่กว่าที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี จะทรงทำการบินเดี่ยว (Solo Fight) แบบในวันนี้ได้นั้น ได้ทรงทำการฝึกซ้อมตามมาตรฐานของกองทัพอากาศอย่างเข้มงวด โดยได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปประทับแรม ยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึง 2 ครั้งด้วยกัน คือ วันที่ 20 สิงหาคม–4 กันยายน และ วันที่ 25 กันยายน - 8 ตุลาคม 2569 เพื่อทรงทำการฝึกบินเครื่องบิน Gripen ผ่านเครื่องฝึกบินจำลอง(Simulator) ตามขั้นตอนมาตรฐานของกองทัพอากาศ เพื่อพัฒนาไปสู่การทำการบินเดี่ยว (Solo Fight) โดยมีผู้เชี่ยวชาญดูแล ถวายคำแนะนำตลอดการฝึกอย่างใกล้ชิด ณ กองบินบิน 7 อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นกองบินขับไล่และเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพอากาศไทย
วันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการฝึกทำการบินเดี่ยว
(SOLO) ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โดยทรงขับเครื่องบินพระที่นั่ง JAS 39 C Gripen ได้อย่างสมบูรณ์แบบซึ่งทรงแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของ "สตรีผู้เปี่ยมด้วยพลังความสามารถ" ที่มีความเข้มแข็งและสง่างามอย่างแท้จริง ด้วยพระปรีชาสามารถด้านการบินและทรงสร้างความประทับใจและความเชื่อมันแก่พสกนิกรชาวไทย และทรงเป็นมิ่งขวัญของแผ่นดินเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นจอมทัพไทย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ในหลวง' พระราชทานถุงยังชีพ มอบผู้ประสบอุทกภัย 'กทม.-ปทุมธานี-สมุทรปราการ'
ปลื้มปีติ! องคมนตรี และคณะมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพฯ รวม 10,000 ถุง พื้นที่ปริมณฑล จ.ปทุมธานี-สมุทรปราการ 2,000 ถุง
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน “วันมหิดล”
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

