
26 มี.ค.2565 - พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับสงครามรัสเซียและยูเครน ว่าสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีความเห็นตามสื่อโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายเชียร์ปูตินว่า เซเลนสกี้ก็แค่ยอมรับข้อเสนอง่าย ๆ ของปูติน เช่นประกาศไม่เข้านาโต้ ประกาศเป็นกลาง และยอมรับดินแดนไครเมียและด้านตะวันตกให้เป็นของรัสเซีย ประชาชนจะได้ไม่ล้มตาย
ผมเคยบอกไปแล้วว่า เซเลนสกี้ไม่ใช่คนตัดสินใจอะไรเองแบบปูติน ยูเครนเป็นประชาธิปไตย (และนี่คือสิ่งที่ปูตินกลัว) ถ้าจะตกลงอะไรเขาขอทำประชามติก่อน ซึ่งแน่นอนว่าปูตินไม่รับข้อเสนอ (ทำไมไม่รับ ง่าย ๆ แค่นี้ ต่างหากคือคำถาม ก็เขายอมแล้วไง)
เพื่อให้เข้าใจปูตินยิ่งขึ้นต้องย้อนกลับไปปี 2008 ปีนั้นปูตินก็สั่งบุกจอร์เจีย ยึดดินแดนจอร์เจียไป 1 ใน 5 ประชาชนพลัดถิ่นฐานจำนวนมาก
2014 บุกไครเมียด้วยข้ออ้างไครเมียทำประชามติที่อดีตประธานาธิบดียูเครนที่รับเงินรัสเซียจัดการสังหารคนต่อต้านไป 13,000 คน
ตามการวิเคราะห์ที่นำมาให้อ่าน เขาเชื่อว่าหลังจากปูตินได้ไครเมียแล้วจะไม่หยุดแค่นี้ เป้าหมายต่อไปคงขยายพื้นที่ครอบคลุมจอร์เจียทั้งประเทศ
และส่วนตัวผมเชื่อว่ามอลโดวา ฟินแลนด์และสวีเดนจะเป็นรายต่อไปตราบใดที่ยังไม่เข้านาโต้
ดังนั้นการเข้านาโต้คือความปลอดภัยของประเทศตนเอง ดูในแผนที่ ถ้าการเข้านาโต้เป็นเงื่อนไขให้รัสเซียบุก ทำไมไม่บุกลัตเวีย เอสโตเนีย ที่ใกล้มอสโคว์กว่ายูเครนมาก
เรื่องที่รัสเซียอยากได้ยูเครนนอกจากทรัพยากรทั่วไปแล้ว ชาวยูเครนเป็นคนเก่ง จะสามารถเอามาสร้างความยิ่งใหญ่ให้รัสเซียได้ง่ายกว่ารัสเซียทำเอง
อดีตนายกรัฐมนตรีเดนมาร์กและเลขาธิการนาโต้กล่าวว่า การผนวกดินแดนจอร์เจียในครั้งนั้นยุโรปและนาโต้เพิกเฉยเกินไป ถ้าใส่ใจฟังและหยุดปูตินเสียตั้งแต่ตอนนั้น เรื่องจะไม่บานปลายในวันนี้
เพราะเผด็จการไม่ว่าที่ไหน ปลายทางคือสงครามเสมอ (ไม่ว่าจะกับประเทศอื่นหรือประชาชนตนเองแบบในพม่าและแถวนี้)
ดังนั้นตรรกะว่า ยอม ๆ เงื่อนไขปูตินไปแต่แรกบ้านเมืองก็ไม่เสียหายนั้น จะทำได้เมื่อผู้นำประเทศเป็นเผด็จการผู้ตัดสินใจ แต่ในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีใครใหญ่กว่าประชาชน
และเมื่อประชาชนเป็นใหญ่ เขาก็ตัดสินใจสู้ การที่ประชาชนสู้ ไม่เอาแต่คอยฟังคำสั่งผู้นำ คือการนำมาซึ่งชัยชนะ
ไม่แน่ว่ารัสเซียอาจยึดเมืองทั้งหมดได้ แต่ตราบใดที่ประชาชนสู้ รัสเซียไม่มีวันชนะ
และเมื่อยูเครนชนะ ระเบียบโลกใหม่จะหันมาทางประชาธิปไตยและกติการ่วมกันมากขึ้น ผู้คนจะไม่เชื่อลัทธิกำลังเป็นใหญ่อีกต่อไป
กระแสลมนี้จะพัดไปสู่ประเทศที่ปกครองระบอบเผด็จการและเผด็จการซ่อนรูปอื่น ๆ อย่างรุนแรง
จึงไม่แปลกใจที่ขบวนการรับการโฆษณาชวนเชื่อจากรัสเซียจึงแพร่กระจายรุนแรงอย่างแข็งขันในไทย
กรณีไทย ถ้าใครอยากได้ภาคอีสาน ภาคใต้ของไทย เราก็ควรต้องยกให้ โดยไม่ต้องถามประชาชนเลยใช่ไหมครับ ฉันใดก็ฉันนั้น มีคนเคยเถียงว่า ทำไมอยุธยาจึงทำสงครามกับพม่า ไม่ยกช้างเผือก ยกเมืองให้เขาไปง่าย ๆ ล่ะ คนจะได้ไม่ล้มตาย ไหน ๆ ก็จะแพ้แล้ว
หรือเห็นการยึดอำนาจแล้วก็วิ่งเอาดอกไม้ไปให้ เขาเขียนกติกาอะไรมาก็รับ ๆ ไปก่อน ไม่ชอบความวุ่นวาย
ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศการมีอำนาจอธิปไตย คือประเทศหนึ่ง ไม่ว่าด้วยเหตุผลไหนก็ไม่มีสิทธิรุกรานเขาทั้งนั้นในโลกสมัยใหม่นี้
แต่ก็เพราะเหมือนรัสเซียกลัวนาโต้ที่ไม่เคยไปรุกรานดินแดนใครนั่นแหละครับ นาโต้ไม่ได้เอาชนะที่กำลังทหาร แต่เป็นอุดมการณ์ประชาธิปไตยและเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรี ไม่ว่าจะแบบทุนอนุรักษ์หรือทุนแบบรัฐสวัสดิการก็ตาม
ล้วนทำลายล้างระบอบเผด็จการทั้งสิ้น ตรงนี้ต่างหากที่เหล่าเผด็จการกลัวจนลนลานครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สเปน คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยว่าเป็นกองเรือเงาของรัสเซีย ไปยังท่าเรือโมร็อกโก
ทางการสเปนระบุว่า กำลังคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกองเรือเงาของรัสเซีย ที่ประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง
รัสเซียอันตรายเกลื่อนภูเก็ต ตร.รวบยกแก๊งคอลเซ็นเตอร์-บัญชีม้า
ตำรวจภูเก็ต จับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขณะที่ตม.รวบหนุ่มชาวรัสเซีย ตามหมายจับบัญชีม้า
ไม่ขำ! ‘ดร.ปลอด’ ยัวะ ‘อนุทิน’ รับลูก รัฐมนตรีเขมร ใช้คำพูดศัตรูมันไม่งาม
เพจ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความว่า เขมรทะลึ่งมาก แค่แผนโง่ๆ
เยอรมนี พร้อมให้การสนับสนุนยูเครนในการหยุดยิง
ในการประชุมสุดยอดระหว่างปารีสและยูเครน นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ประกาศว่ากองทัพเยอรมนีสามารถช่วยผลักดันให้เกิดการหยุดยิงในยูเครนได้ นอกจากนี้เขายังเรียกร้องไปยังบรรดาชายหนุ่มชาวยูเครนด้วย
ทางการรัสเซียตีตราวงดนตรีพังก์ ‘Pussy Riot’ เป็นองค์กรหัวรุนแรง
ทางการรัสเซีย จัดให้วงดนตรีพังก์เฟมินิสต์ Pussy Riot เป็น “กลุ่มหัวรุนแรง” ศาลในกรุงมอสโกประกาศเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า ได้อนุมัติคำร้องจากสำนักงานอัยการให้ “รับรองวงดนตรีพังก์ Pussy Riot ว่าเป็นองค์กรหัวรุนแรง และห้ามดำเนินกิจกรรมใด ๆ ในดินแดนของสหพันธรัฐรัสเซีย” ซึ่งหมายความว่าการติดต่อใด ๆ กับคนกลุ่มนี้ในรัสเซียถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงการ “กดไลก์” ในโซเชียลมีเดียด้วย

