“กุดหมากไฟ” ชุมชนต้นแบบการเรียนรู้ ผู้อนุรักษ์น้ำ ป่า ธรรมชาติ

น้ำ หรือ แหล่งน้ำเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัย หรือทำมาหากิน จึงทำให้การดูแลแหล่งน้ำเป็นเรื่องที่ต้องหยิบยกขึ้นมาให้พูดหรือถกเถียงกันอยู่เสมอ เพราะหากในพื้นที่นั้นๆ มีแหล่งน้ำที่ดีจะสามารถส่งต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่สมบูรณ์ให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวทางการดูแลแหล่งน้ำนั้นมีความหลากหลายและเฉพาะทางแยกไปตามประเภท ซึ่งตัวอย่างการดูแลแหล่งน้ำที่ดีในประเทศไทยนั้นมีอยู่หลายพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือ ชุมชนกุดหมากไฟ ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

ชุมชนกุดหมากไฟ ปัจจุบันถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้การบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนที่เป็นต้นแบบระดับประเทศ ซึ่งความเข้มแข็งจากการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ชุมชนได้รับรางวัล ระดับประเทศมากมาย เช่น รางวัลกล้ายิ้มของบริษัทไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ได้คาร์บอนเครดิตปีละ 50,000 บาท จาก ธกส. และสำนักงานพัฒนาชุมชน รางวัลธงพิทักษ์ป่า (ช้าง 1 เชือก) รางวัลชุมชนอุดมสุข ระดับ ภาค ของ ธกส. และรางวัลชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ระดับภาค ของ ธกส. เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการจัดการป่าร่วมกันเป็นลักษณะเครือข่ายป่าชุมชน กระจายรอบป่าอุทยานแห่งชาติภูเก้าภูพานคำ เทือกเขาภูพานน้อย จำนวน 11 หมู่บ้าน เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน เช่น ด้านอาหาร ยา สมุนไพร การเก็บหาของป่า เป็นต้น และมีแผนในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งยิ่งส่งเสริมให้ป่าชุมชนมีความอุดมสมบูรณ์ จนเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ คือ ลำห้วยหลวง มีความยาวประมาณ 1,200 เมตร ที่หล่อเลี้ยงคนในพื้นที่ตำบลกุดหมากไฟ เพื่อใช้สำหรับการอุโภค บริโภค ตลอดทั้งการเกษตร

ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภายในและภายนอก ให้การสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ เช่น ธกส. ป่าไม้ ท้องที่ ท้องถิ่น โครงการปิดทองหลังพระ เป็นต้น ซึ่งเดิมตำบลกุดหมากไฟเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ มีลำห้วยหลายสายและมีกุดเป็นความยาวประมาณ 1,200 เมตร มีต้นมะไฟอยู่ริมทั้งสองฝั่งจึงขนานนามว่า “กุดหมากไฟ” อยู่ในการปกครองของบ้านห้วยไร่ ตำบลหมากหญ้า และต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็นหมู่บ้าน และแยกการปกครองเป็นตำบลกุดหมากไฟจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีจำนวนหมู่บ้านทั้งสิ้น 11 หมู่บ้าน

แต่ในปี 2556 เกิดการลุกลามของไฟป่าในพื้นที่ป่าของตำบลกุดหมากไฟอันเนื่องมาจากการเผาป่าของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ป่า หน่วยงานด้านการควบคุมไฟป่าของกรมป่าไม้จึงขอประสานความร่วมมือกับกำนัน และผู้นำหมู่บ้านเข้าร่วมดับไฟป่าเพื่อป้องกันการลุกลามเข้าไปยังวัดป่า ที่มีอยู่ในท้องที่ตำบลกุดหมากไฟและตำบลอื่นๆ ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นและจุดเปลี่ยนของชุมชนที่จะเข้ามาดูแลพื้นที่อย่างจริงจัง โดยได้มีการพัฒนาเป็นเครือข่ายป้องกันไฟป่าระดับหมู่บ้านขึ้นที่บ้านกุดหมากไฟ และขยายผลเป็นเครือข่ายป้องกันไฟป่าในระดับตำลในปีต่อมา ประกอบกับได้มีการอบรม ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ในปี 2557

ทั้งนี้ มีการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันผ่านเวทีประชุมสัญจรตำบลที่จัดขึ้นทุกเดือน และกรณีมีปัญหาเฉพาะเรื่องที่สำคัญจะมีการประชุมหารือและร่วมกันแก้ไขหรือดำเนินการในรูปเครือข่าย การจัดหาทุนจะร่วมกันพิจารณาเพื่อเสนอโครงการขอรับการสนับสนุนจากแหล่งทุน ตลอดจนมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชีพต่างๆ ในชุมชนเพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยคนในชุมชนมีกฎ-กติกาการใช้ประโยชน์ป่าชุมชน ดังนี้ 1.ห้ามตัดไม้ ทำลายป่าทุกชนิดในเขตป่าชุมชน 2.ห้ามเผาป่า ในเขตป่าชุมชน 3.ห้ามล่าสัตว์ป่าทุกชนิด 4.ห้ามบุกรุกพื้นที่ในเขตป่าชุมชน 5.ห้ามเก็บหาหน่อไม้ ในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี 6.ห้ามเท ทิ้งขยะในเขตป่าชุมชน และ 7.ห้ามนำกล้วยไม้ออกจากป่าชุมชน

นอกจากนี้ชุมชนยังมีกระบวนการการสืบทอดของคนรุ่นใหม่ โดยเครือข่ายได้มีการพัฒนากลุ่มเยาวชนผ่านการจัดทำค่ายเยาวชนรักษ์ป่า การพัฒนาเยาวชนผู้นำเที่ยว ชุมชน และมีการถ่ายทอดงานด้านการจัดการป่าชุมชนให้กับคณะกรรมการป่าชุมชนและสมาชิกป่าชุมชนแต่ละหมู่บ้าน เช่น การปรับปรุงคณะกรรมการให้มีคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อม ทางการบริหารที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการป่าที่ต้องอาศัยคนรุ่นใหม่ เป็นต้น

และทางชุมชนเองก็ยังมีแผนงานในอนาคต โดยพัฒนาให้ป่าชุมชนมีฐานข้อมูลด้านความหลากหลายชีวภาพและมีการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทั้งในและนอกพื้นที่ รวมทั้งมีการพัฒนาต่อยอดผลผลิตความหลากหลายทางชีวภาพในป่าให้เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น ผลิตภัณฑ์จากไผ่ เครือและเถาวัลย์ สมุนไพรในป่า ขณะเดียวกันยังมีการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และการบริหารจัดการไปยังชุมชนสาธารณชนโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน

แน่นอนว่าจากการดำเนินงานที่หลากหลายของชุมชน จึงทำให้ “กุดหมากไฟ” เป็นสถานที่ศึกษาดูงานด้านการจัดการป่าแบบมีส่วนร่วมสู่การจัดการที่ยั่งยืนของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) และถือว่าเป็นชุมชนต้นแบบที่สามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการพัฒนาได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องป่า เรื่องน้ำ เนื่องจากเป็นชุมชนที่นำเอาประโยชน์ด้านการบริการของป่า เช่น น้ำ ทิวทัศน์ ธรณีสัณฐาน น้ำตก เป็นต้น มาเป็นแหล่งเรียนรู้และป่านันทนาการ เชื่อมโยงกับเกษตรกรรมและวิถีชีวิตอย่างสมดุล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ยศชนัน' ลุยอุดรฯ ลั่นทวงคืนเมืองหลวงเสื้อแดง!

'ยศชนัน' เปิดเวทีแรกอุดรฯ ประกาศทวงคืนเมืองเพื่อไทย ขอเหมา 10 เขต ขณะที่ 'ณัฐวุฒิ' ขอให้ ปชช.ตัดสินใจให้เด็ดขาด สั่งสอนคนย้ายพรรค “ไผเป็นไผ” ทำเอาเกือบหาคนลงไม่ทัน

“Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์” ปตท. เชิญชวนคนไทยร่วมซาบซึ้งในความงดงามแห่งพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านการแสดงและกิจกรรมสุดประทับใจ ใจกลางสวนเปรมประชาวนารักษ์

ปตท. เชิญคนไทยร่วมงาน “Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์” งานเทิดพระเกียรติที่ถ่ายทอดความรัก ความเมตตา และพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านศิลปะการแสดงและกิจกรรมสร้างสรรค์ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันร่มรื่น

กลุ่ม ปตท. ปลุกพลังเด็กและเยาวชน สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน ในงานวันเด็ก กลุ่ม ปตท. ประจำปี 2569

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกลุ่ม ปตท.

'ส้ม' ท้าชน 'พท.' ยกทัพใหญ่บุกอุดรธานี เมืองหลวงคนเสื้อแดง 'เท้ง' ลั่นปักธงทั่วอุดรฯ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ไปหาเสียงที่อุดรธานี ที่เป็นเหมือนเมืองหลวงของคนเสื้อแดง