ในหลวง ทรงเปิดอาคาร 'มหิตลาธิเบศร'

ในหลวง ทรงเปิดอาคาร “มหิตลาธิเบศร” อาคารรวมสภาวิชาชีพทางการแพทย์แห่งแรกของไทย ณ กระทรวงสาธารณสุข 

20 พ.ย.2565 – เมื่อเวลา 18.47 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารมหิตลาธิเบศร สถาบันมหิตลาธิเบศร และห้องประชุมวชิรเวช กับทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก  ณ อาคารมหิตลาธิเบศร  กระทรวงสาธารณสุข อำเภอเมืองนนทบุรี  จังหวัดนนทบุรี 

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล

จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสมศรี  เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดสร้างอาคารมหิตลาธิเบศร  และขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารมหิตลาธิเบศร สถาบันมหิตลาธิเบศร และห้องประชุมวชิรเวช

พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายอาคารมหิตลาธิเบศร ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระนามาภิไธย “มหิตลาธิเบศร” ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม  พระบรมราชชนก ซึ่งเป็นสมเด็จพระบรมราชชนกในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นสมเด็จพระบรมอัยกาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นชื่ออาคาร เพื่อความเป็นสิริมงคล

ภายในอาคารเป็นที่ทำการของ 5 สภาวิชาชีพ ได้แก่ แพทยสภา ทันตแพทยสภา สภาเภสัชกรรม สภาเทคนิคการแพทย์ และสภากายภาพบำบัด รวมทั้งเป็นที่ทำการของหน่วยงานภายใต้แพทยสภา คือ สถาบันมหิตลาธิเบศร ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม และศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ นับเป็นอาคารรวมสภาวิชาชีพทางการแพทย์แห่งแรกของประเทศไทย ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จบแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลอากาศโท นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา กราบบังคมทูลเบิกบุคคลต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ดังนี้ 

  – ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์อุดม  คชินทร  รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พิศาล ไม้เรียง และนายแพทย์วรวิทย์  ตันติวัฒนทรัพย์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเข็มแพทย์ดีเด่น ประจำปี 2565 

– ผู้มีอุปการคุณในการสร้างอาคารมหิตลาธิเบศร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก

– ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสมศรี  เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท 

ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

– นายสมชาย  เจิดเสริมอนันต์ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายชุดตรวจหาเชื้อโรคโควิด 19  (ชุดตรวจ ATK) เพื่อพระราชทานตามพระราชอัธยาศัย

– ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์  วัฒนาภา ที่ปรึกษานายกแพทยสภา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท 

ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเข็มกลัดที่ระลึก แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เลขาธิการแพทยสภา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแผ่นศิลา เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังโถงชั้น 1  อาคารมหิตลาธิเบศร   ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงคม และทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก  ซึ่งทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการต่อวงการแพทย์ สาธารณสุข และการอุดมศึกษาของประเทศไทย จึงทำให้ทรงได้รับการถวายพระสมัญญานาม พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน พระบิดาแห่งการสาธารณสุขไทย และพระบิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย 

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องประทับรับรอง ชั้น 13  ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องประชุมวชิรเวช ชั้น 14 ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิม ป้ายชื่อห้องประชุมวชิรเวช และป้ายสถาบันมหิตลาธิเบศร เสร็จแล้ว เสด็จเข้าห้องประชุมวชิรเวช ซึ่งเป็นห้องประชุมใหญ่ภายในอาคารมหิตลาธิเบศร ที่ได้รับพระราชทานชื่อ “วชิรเวช” เพื่อเฉลิมพระเกียรติที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการแพทย์และการสาธารณสุขเสมอมา  สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลแนะดูแลสุขภาพห่างไกล 'วัณโรค' พบผู้ป่วยใหม่แสนราย

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยสุขภาพประชาชน ย้ำเตือนดูแลสุขภาพห่างไกลจากวัณโรค แนะหากมีอาการสงสัย ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ' อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ เป็นองคมนตรี

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง แต่งตั้งองคมนตรี มีเนื้อหาระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรแปลงเกษตรตามแนวพระราชดำริ ร.9 ที่เวียงจันทน์

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) เมืองนาซายทอง เวียงจันทน์ ทอดพระเนตรแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ร.9 ต้นแบบความร่วมมือการพัฒนาที่ยั่งยืนสองประเทศ

กระทรวงสาธารณสุข ผนึก ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือระดับชาติ. เร่งยุทธศาสตร์พลิกโฉมสาธารณสุขไทยด้วย AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพดิจิทัลและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อยกระดับบริการสาธารณสุข ระหว่าง

ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จฯ เยือนประเทศลาว ทอดพระเนตรตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเป็นโรงแรมที่ประทับ ไปยังหอคำ (ทำเนียบประธานประเทศ) เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง

ในหลวง พระราชินี เสด็จฯถึง สปป.ลาว แล้ว ทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่าง วันที่ 16-18 มีนาคม 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการนี้ ทรงทำการบินด้วยพระองค์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วย