19 พ.ย.2564 - นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุด (อสส.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1990/2564 เรื่องให้พนักงานอัยการ ช่วยราชการปฏิบัติราชการและรักษาการในตำแหน่ง โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13 , 15 และ 27 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 จึงมีคำสั่งให้พนักงานอัยการช่วยราชการปฏิบัติราชการและรักษาการในตำแหน่งดังนี้
1.นายสุวิทย์ เทพรินทร์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานอัยการภาค 2 พ้นจากปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 2 และให้รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดพัทยา
2.น.ส.วรรณทนีย์ สุดสัตย์ อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการภาค 2 พ้นจากรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดพัทยา และให้ช่วยราชการสำนักงานคดียาเสพติดปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดี
3.น.ส.วนิดา เศวตทิฆัมพร อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา ช่วยราชการสำนักงานคดีอาญาปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5
4.นายจิรัฏฐ์ เสรีกุลอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยาช่วยราชการสำนักงานคดีอาญาปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา
5.นายกิตติ นันทวงษ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพัทยาช่วยราชการสำนักงานอัยการจังหวัดพัทยาอีกหน้าที่หนึ่ง
6.นายธนกิจ โชติประดิษฐ์ รองอัยการจังหวัดพัทยาช่วยราชการสำนักงานคดียาเสพติดปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด
7.นายคมสัน รักการดี รองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพัทยาช่วยราชการสำนักงานอัยการจังหวัดพัทยาอีกหน้าที่หนึ่ง
8.นายอารักษ์ บัวแก้วอัยการจังหวัดผู้ช่วยสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพัทยาช่วยราชการสํานักงานอัยการจังหวัดพัทยา
9.นายภัทระ วัฒนชัย อัยการผู้ช่วยสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการพ้นจากช่วยราชการสํานักงานคดียาเสพติดและให้ช่วยราชการสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพัทยา ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. เป็นต้นไป
ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า การที่นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุดมีคำสั่งย้ายในครั้งนี้ ไม่ได้สรุปว่าอัยการจังหวัดพัทยาและอัยการผู้รับผิดชอบคดีมีความผิด แต่เมื่อมีประเด็นฟ้องผู้ต้องหาไม่ทันภายในระยะเวลากำหนดฝากขังจนผู้ต้องหาถูกศาลสั่งปล่อยและเกิดประเด็นที่สังคมและสื่อมวลชนมีคำถามและสงสัย อัยการสูงสุดจึงต้องมีคำสั่งให้ย้ายออกนอกพื้นที่ก่อนเพื่อทำการตรวจสอบ เป็นไปตามนโยบายของอัยการสูงสุดที่ได้แถลงไว้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งว่า การทำหน้าที่ของพนักงานอัยการและสำนักงานอัยการสูงสุด มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้เสมอ หากตรวจสอบแล้วไม่มีความผิดก็สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิมได้ แต่ถ้ามีความผิดก็ต้องว่าไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคำสั่งย้ายดังกล่าวมาจากกรณีที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาสั่งฟ้อง นาย จั๋ง หยาง หรือลีโอ ผู้ต้องหาชาวต่างชาติกับพวกในข้อหาอุกฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บไม่ทันเป็นเหตุให้ศาลหมดอำนาจคุมตัว 84 วันจนผู้ต้องหาดังกล่าวต้องปล่อยตัวตามกฎหมายอย่างไรก็ตามในขั้นตอนทางอัยการสูงสุดก็จะตั้งกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าวต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยื้อต่อ 30 วัน! อัยการอนุญาตเลื่อนส่งฟ้อง 'มิน-แซม' คดีดิไอคอน
อัยการคดีพิเศษอนุญาตเลื่อนส่งฟ้อง "มิน-แซม" เป็น 27 เม.ย. เหตุผู้ต้องหาอยู่ระหว่างจัดหาทนายความ-หลักประกัน
อธ.อัยการ แนะหญิงโดนล่วงละเมิดรีบยื่นออนไลน์ขอศาลสั่งลบภาพ
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) โพสต์เฟซบุ๊คเเนวทาง การ
อัยการเจ้าของสำนวนคดีริบทรัพย์ 'ทนายตั้ม' เตรียมอุทธรณ์ทวงคืน 74 ล้าน
เปิดใจ "สุเทพ เยี่ยมศิริ" เจ้าของสำนวนคดีริบทรัพย์ตั้ม เผยไม่ได้เอาผู้เสียหาย-ตำรวจเบิกความเพราะมีเอกสารรับรองคำให้การอยู่เเล้ว ยืนยันทำหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้เข้าข้างใคร เตรียมคัดสำนวนเสนอ อธ.อัยการคดีพิเศษพิจารณาอุทธรณ์
อธ.อัยการภาค 4 รายงาน อัยการจังหวัดพลเสียชีวิตในรถ แจ้ง อสส.แล้ว
นายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4 ในฐานะที่ปรึกษาโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้ากรณีพบอัยการจังหวัดพ
อัยการคุ้มครองสิทธิ เริ่มเปิดบริการประชาชนตามปกติ 3 มกราคมนี้
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ป
ศาลรับอุทธรณ์คดี ม.112 ให้ 'ทักษิณ' ยื่นคำแก้อุทธรณ์ภายใน 15 วัน
พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 ได้ยื่นคำอุทธรณ์คดี ที่ศาลอาญายกฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

