"บิ๊กตู่" สมัครสมาชิกรทสช. ก่อนขึ้นเวทีร่ายยาว 33 นาที แจงเหตุมาอยู่ "รวมไทยสร้างชาติ" นอนไม่หลับหลายวัน สัญญาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด สิ่งสำคัญปท.ไทยต้องไปต่อ
9 ม.ค.2566 - เวลา 17.35 น. ที่ห้องรับรอง ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถือฤกษ์ลงนามในใบสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และได้เสียเงินค่าสมาชิก 2,000 บาท เป็นสมาชิกตลอดชีพ
ทั้งนี้ช่วงเซ็นใบสมัคร มี นายพีระพันธ์ หัวหน้าพรรคและนายเอกนัฏ เลขาธิการพรรค เป็นสักขีพยาน จากนั้น นายพีระพันธ์ เป็นผู้สวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีขาวของพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมถ่ายภาพ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ทำมือมินิฮาร์ท ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังเปลี่ยนเสื้อด้านในจากเสื้อเชิ้ตเป็นเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินของรวมไทยสร้างชาติ และสวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสีขาวของพรรค
ก่อนที่เวลา 18.50 น. นายพีระพันธุ์ เดินไปรับ พล.อ.ประยุทธ์ ในห้องรับรอง และนำเดินโชว์ตัวแก่สมาชิกพรรคภายในงาน ท่ามกลางเสียงเชียร์ลุงตู่สู้ๆ ลุงตู่อยู่ต่อ เป็นกำลังใจให้นะ
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเวทีกล่าว Mission และทิศทางก้าวต่อไปเพื่อคนไทยทั้งชาติ รวม 33 นาที โดยกล่าวช่วงหนึ่งว่า วันนี้ขอขอบคุณด้วยใจจริง ตนเดินมาท่ามกลางหัวใจดวงเดียวกัน พวกเราคือคนไทยหัวใจเดียวกัน ทั้งคนที่นี่และที่อยู่ทางบ้านทุกฝ่ายในฐานะคนไทย วันนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองและเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ ทุกคนคงคุ้นเคยเพราะตนอยู่มาหลายปี คงจำหน้าได้ วันนี้อยากบอกว่าตนลบภาพลักษณ์ของเราไม่ได้ เป็นทหารมาทั้งชีวิตแต่พยายามปรับตัวมาตลอด
เมื่อนายกฯ พูดถึงช่วงนี้มีผู้มาร่วมงานส่งเสียงกรี้ดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า พูดจนเขิน อะไรก็ดีไปหมด ที่ตนมีวันนี้ได้เพราะพวกเรา เพราะเราคือประเทศไทย คือแผ่นดินที่ศักดิ์สิทธิ์ เราเกิดที่นี่หากินที่นี่ บางท่านก็อยู่ที่นี่ บางท่านก็ไม่อยู่แล้ว แต่เราต้องดำรงรักษาแผ่นดินนี้ให้มากที่สุด รู้สึกตื้นตันใจ ตนไม่เคยตื่นเต้นมาก่อน วันนี้ได้พูดกับผู้บริหารพรรคว่าตื่นเต้น ปกติไม่กลัวอะไรอยู่แล้วเพราะเป็นทหารมาทั้งชีวิต แต่วันนี้กลัวความรักที่ให้กับท่านจะเพียงพอกันไหม เพราะรักทุกคนจริงๆ เพราะเราคือเจ้าของแผ่นดินนี้ อยากที่บอกว่าตนเป็นทหารมาทั้งชีวิต ได้รับสั่งสอนมาแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่เป็นทหารชั้นผู้น้อยมาจนเดินหน้าการบริหารประเทศ ยืนยันจะทำเพื่อความเจริญก้าวหน้าประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เราต้องยึดมั่นในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ นี่คือหัวใจของคนไทยทั้งชาติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด คนเป็นทหารมาทั้งชีวิตผ่านการถวายสัตย์มาไม่รู้กี่ครั้ง ต้องซื่อสัตย์สุจริต และตนเป็นทหารเสือราชินี มีเครื่องหมายเสือสองตัวหัวใจตรงกลาง ถามว่าทำไมหัวใจสีม่วงไม่ใช่สีแดง เพราะผู้บังคับบัญชาต้องมีหัวใจแห่งความซื่อสัตย์ สีม่วงเป็นหัวใจคนใกล้ตายต้องไม่โกหก คนใกล้ตายต้องไม่โกหก ไม่รู้วันนี้เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ วันนี้ความมุ่งหมายจะมาพบทุกคนเพื่อดูว่าเรายังคงรักกันเหมือนเดิมหรือไม่ และได้คำตอบในห้องนี้ก็เยอะจริงๆ ไม่เคยเจอคนเยอะแบบนี้ วันนี้ทราบว่าทุกคนมาด้วยใจ หัวใจเป็นสิ่งที่แสดงออกเห็นถึงความรัก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า พูดไปชักหายตื่นเต้น บางทีเครื่องร้อนเร็ว บางทีอุณหภภูมิขึ้นเร็ว วันนี้ไม่ได้มาในฐานะนายกฯ แต่มาเพื่อบอกว่าทำไมตนต้องอยู่ รู้หรือไม่ว่าทำไม จะบอกว่าทำไมมายืนตรงนี้วันนี้เมื่อเรามีหัวใจดวงเดียวกัน ทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน เป็นหลัก เราต้องป็นที่พึ่งประชาชนทุกโอกาส เราต้องร่วมมือร่วมใจ วันนี้หลายคนสงสัยว่าตนอยากเป็นต่อหรือไม่ ตนไม่ได้อยากเป็นใหญ่ ไม่ได้อยากมีอำนาจ อำนาจมีเยอะแล้วมีมาทั้งชีวิต แต่อำนาจมาพร้อมความรับผิดชอบ การมีอำนาจต้องใช้ให้ถูกต้องเป็นธรรม ตามกระบวนการ ที่มาวันนี้ไม่ได้อยากเป็น ไม่ได้อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ แลไม่อยากรับผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น วันนี้ที่มายืนตรงนี้เพราะตนเคารพในกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทย ไม่ได้มาเพราะอยากอยู่ต่อ แต่อยากพูดกับทุกคนว่าประเทศไทยต้องไปต่อ บนพื้นฐาน ความมีศักยภาพ ความมั่นคง เพื่อเดินหน้าสู่การเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ตลอดจนการพัฒนาประเทศ วันนี้ถ้ารวมใจ รวมคนไทย รวมไทยสร้างชาติ ทุกอย่างเราแก้ได้แน่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฝากถึงทางบ้านด้วยเชียร์ออกทีวี ถ้าเข้าใจตน ยิ้มที่บ้านก็พอ วันนี้ย้อนกลับดูว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ซึ่งตนไม่สามารถแก้คนเดียว ต้องมีทีมงานที่เรียกพรรคการเมือง หลายคนหาว่าไม่เคารพกระบวนการ วันนี้จำเป็นด้วยเหตุผลประเทศไทยต้องไปต่อสู่อนาคตที่มั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน จึงตัดสินใจเข้าพรรคซึ่งตนคิดแล้วคิดอีกมาหลายเดือน ถ้ารู้แบบนี้มานานแล้ว เพราะไม่แน่ใจจะมีคนรักตนอีกหรือไม่ อย่าเป็นคนขี้เบื่อเร็วนัก
ช่วงหนึ่งมีกองเชียร์ตะโกนว่า'รักลุงๆ' พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เหมือนสามีภรรยา ต้องอย่าเบื่อกันต้องรักมากขึ้นตามเวลา ยิ่งแก่ก็ยิ่งรักมากขึ้นทุกวัน ตนปากหวานแต่จริงใจ อย่างไรก็ตามย้อนไปตั้งแต่ปี 2562 เราเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่มีงานของเราที่ทำไม่จบตนจึงจำเป็นก้าวมาสู่ตรงนี้ หลายอย่างต้องทำต่อ ทำใหม่ ทำเพิ่ม ทำอย่างไรให้เดินหน้าไปให้ได้ และในเมื่อตัดสินใจทางการเมืองร่วมกับพรรคนี้ หวังว่ามีโอกาสทำเรื่องต่างๆได้ วันนี้ต้องทำให้เราเข้มแข็งก่อน ประเทศไทยมีอยู่แล้วความมีเสถียรภาพ ความรัก และความสามัคคี ต้องไม่ให้ใครมาทำลายความรักความสามัคคี ซึ่งคนไทยรักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาดต้องต่อสู้ฟันฝ่าไปข้างหน้า ดังนั้นงานที่ตนจำเป็นต้องทำต่อจำเป็นต้องมายืนตรงนี้ ประเทศไทยไม่ใช่ของใคร แต่เป็นของพวกเราทุกคน ปัญหาที่ผ่านมาทุกคนทราบดีอยู่แล้ว หลายอย่างๆ ค้างอยู่เราต้องเดินหน้าสานต่อให้ได้ พวกเราต้องไปร่วมกันให้ได้ จับมือชูไปด้วยกัน ไม่มีอะไรเอาชนะไม่ได้ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน เราทุกคนถึงต้องมายืนตรงนี้ในนาม'รวมไทยสร้างชาติ' เป็นสิ่งที่ตนตัดสินใจมายืนตรงนี้ แม้เหนื่อยเครียดก็พยายามอดทน เพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า แต่ไม่ใช่ตนพูดแล้วจะได้เลย ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เสียงของประชาชนตัดสินใจ ตนไปกำหนดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว
ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จริงๆ คิดมาหลายวันคิดมาหลายเดือนว่าไปตรงไหนดี กลับบ้านนอนเลยดีกว่า แต่ก็คิดว่าแล้วเราจะนอนหลับหรือไม่ ตนก็ต้องเลือกว่าทำอย่างไรต่อไปดี รวมไทยสร้างชาติเป็นคนพูดคำนี้ไว้เองว่า ถ้าประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าต้องรวมไทยสร้างชาติ แล้ววันนี้เอาชื่อที่ตนพูดตั้งชื่อพรรค เดี๋ยวคงต้องเรียกลิขสิทธิ์
จากนั้นในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ ได้นำร้องเพลงศรัทธา ของวงหินเหล็กไฟ พร้อมตะโกนดังๆว่า รวมไทยสร้างชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปีเตอร์ พีรพัฒน์ สส.สตูล "รัชกิจประการ"รุ่น 2 นิวเจนรุ่นใหม่ พรรคสีน้ำเงิน
หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง8 ก.พ. ไทยโพสต์ ได้สัมภาษณ์สส.-นักการเมือง รุ่นใหม่-สส.สมัยแรก ไปหลายคน และสัปดาห์นี้มาถึงคิว"นิวเจน-สส.สมัยแรก นักการเมืองรุ่นใหม่พรรคภูมิใจไทย พรรคแกนนำรัฐบาล"ที่ชื่อ "พีรพัฒน์ รัชกิจประการหรือปีเตอร์ สส. เขต 1 จังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย"ที่ชนะการเลือกตั้งมาด้วยคะแนนประมาณ 38,000 คะแนน
นายกฯ สั่งการด่วน! กอ.รมน. ลุยปราบกักตุนน้ำมัน-ลอบส่งนอก
นายกฯ ในฐานะผอ.รมน. สั่งการ กอ.รมน. เดินหน้าปราบปรามการกักตุนและลักลอบส่งออกน้ำมันนอกประเทศ เร่งตรวจสอบทั้งระบบ 'ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ' สร้างความมั่นใจให้ประชาชน
'พีระพันธุ์-อรรถวิชช์' เคลื่อนไหวเดือด! ปรับขึ้นราคาน้ำมัน พรวดลิตรละ 6 บาท
"พีระพันธุ์-อรรถวิชช์" เคลื่อนไหวทันควัน! หลังปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด พรวดลิตรละ 6-8 บาท
'อรรถวิชช์' แฉกลางสภา 'ไอ้โม่ง' คือ โรงกลั่น กักตุนน้ำมัน รอขายเมื่อราคาสูง
"อรรถวิชช์" แฉ "ไอ้โม่ง" คือโรงกลั่น ชี้ให้ไปถามว่าน้ำมันหน้าปั๊มไปไหน ยกปัญหากลไก 2 ราคา ค้าปลีกลดลง-ค้าส่งแพงขึ้น ทำให้หน้าปั๊มขาดแคลน แนะนายกฯ ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว
นักวิชาการ ยื่นหลักฐานบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน
"อ.เรือบิน-ธนารัตน์" ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด เชื่อมถึงคนลงคะแนน ยันรู้แน่เลือกใคร รับหากไม่ถ่ายเห็นต้นขั้วติดบัตร ก็เชื่อมโยงไม่ได้ วอนศาลรธน.เรียกเป็นพยานความจริงกระจ่างแน่
'อนุทิน' ถอยรถไฟฟ้าป้ายแดงมาทำงานไร้รถนำขบวน
'นายกฯอนุทิน' ถอยรถไฟฟ้าป้ายแดงมาทำงาน ไร้รถนำขบวน ร่วมประหยัดพลังงาน ท่ามกลางวิกฤตน้ำมัน

