
รองหัวหน้ารทสช. วอนนักการเมืองเลิกประดิษฐ์คำพูดโจมตีฝ่ายเห็นต่าง ย้ำชัดการไปชวนอดีต นปช.และคนเสื้อแดงมาร่วมทำงาน เพื่อลดความขัดแย้ง ร่วมพัฒนาบ้านเมือง ซัดกลับรัฐบาลที่อ้างว่าเป็นปชต.ผู้ชุมนุมตายไป 23 คนเจ็บกว่า 800 คนแต่รัฐบาลประยุทธ์ที่ว่าเผด็จการ ไม่มีผู้ชุมนุมตายสักคน
24 ก.พ.2566 - ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย โจมตีอดีต นปช.หรือคนเสื้อแดง ที่มาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติไม่มีอุดมการณ์ ว่าเป็นความพยายามประดิษฐ์คำพูดขึ้นมาโจมตีกัน ผลักใสให้ไปอยู่ฝ่ายตรงข้ามถือว่าไม่เป็นธรรม การที่ตนไปชักชวนอดีตนปช.หรือคนเสื้อแดงในภาคอีสาน ตนไม่ได้คิดว่าใครเป็นฝ่ายไหน ตอนเข้าไปพูดคุยก็บอกตรงๆว่าเคยเป็นอดีตแกนนำ กปปส.ต้องการให้มาร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองยุติความขัดแย้ง กระทั่งวันนี้สิ่งที่เราต้องทำคือยุติความขัดแย้งภาคประชาชนได้เพื่อให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอด
นายวิทยา กล่าวว่า การกล่าวหาว่าใครมาอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นฝ่ายที่หนุนเผด็จการไม่ถูกต้อง เพราะพล.อ.ประยุทธ์ก็มาจากการเลือกในสภาเลือกจากส.ส.ที่ผ่านการเลือกตั้งจะมากล่าวหาเผด็จการได้อย่างไร หรือต้องเป็นฝ่ายที่กล่าวหาเท่านั้นถึงจะเป็นประชาธิปไตยเอาอะไรมาวัด วันนี้บ้านเมืองเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้วไปสู้กันในสนามเลือกตั้งเอานโยบายมานำเสนอให้ประชาชนได้เลือกจะดีกว่า อย่ามัวแต่ประดิษฐ์คำพูดโจมตีกันอยู่เลย
“รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและเป็นเผด็จการเราก็เจอมาเยอะ รัฐบาลที่ทำการปฏิวัติรัฐประหารพอเวลาผ่านไปเขาเป็นประชาธิปไตยเราก็เห็น ยกตัวอย่างวันที่ผมและกปปส.ชุมนุมกันรัฐบาลเป็นประชาธิปไตยไหม นายกฯมาจากการเลือกตั้งใช่หรือไม่ ทำไมพวกผมตายไป 23 คนบาดเจ็บกว่า 800 คน การไปตีตราต่อว่าพล.อ.ประยุทธ์รัฐบาลเผด็จการ อยากถามว่าตั้งแต่ท่านปฏิวัติมา จนมาเป็นนายกฯของสภาฯ 8 ปีเต็ม ถามว่ามีใครตายสักคนไหมผมไม่เคยเห็นใครจากการชุมนุมตายสักคน ดังนั้นจะวัดการเป็นเผด็จการไม่เป็นเผด็จการ วัดที่วิถีปฏิบัติ อย่าให้บอกชื่อเลยว่าใครเป็นใครประชาชนก็รู้อยู่แล้ว”นายวิทยากล่าว
รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวด้วยว่า การยุติความขัดแย้งของทั้งหมดเป็นความตั้งใจของคนที่อยู่คนละฝั่งแล้วมาจับมือกันเพื่อทำงานให้บ้านเมือง ลดความขัดแย้งในหมู่ประชาชนอย่าให้ใครมายุยงให้เริ่มจากความสามัคคีสิ่งที่ตนกับเพื่อนๆมาร่วมกันจับมือกันทั้งหมดในทางอีสานคือส่งเสริมบ้านเมืองยุติความขัดแย้งและไปได้ เรากำลังสร้างประชาธิปไตยจริงๆ ไม่ใช่ประชาธิปไตยด้วยวาจาและจิตใจคับแคบคิดแบบเผด็จการ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯในรอบ 4 ปีหลังท่านเกิดจากรัฐสภา ในวันข้างหน้าพล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนักการเมืองจะลงเลือกตั้งแล้วจะวัดความเป็นเผด็จการตรงไหน ในยุครัฐบาลประชาธิปไตยเมื่อก่อนนั่นแหละคือเผด็จการ ดังนั้นอย่าสร้างวาทกรรมโจมตีกันเลย เพราะถ้าตนพูดบ้างก็จะเจ็บกันเปล่าๆ ถ้าอยากชนะเลือกตั้งก็ไปหาประชาชนไปนำเสนอนโยบายที่ประชาชนตอบรับ
“พรรครวมไทยสร้างชาติอยากให้ลุงตู่ชนะเลือกตั้ง เราก็ไปหาประชาชน ไปหาทุกกลุ่มสีไม่ได้แบ่งแยกใครดีหรือเลว คิดตรงกันอยากทำเพื่อชาติบ้านเมืองก็มาอยู่ด้วยกันมาเป็นเพื่อนมิตรสหายกัน วันที่วิธีคิดต่างกันก็เผชิญหน้ากัน วันที่ปรับความเข้าใจกันได้ ก็รู้ว่าควรจะอยู่ยังไง เพราะทุกคนเห็นแก่ชาติบ้านเมือง ไม่ใช่เห็นแก่ประโยชน์ใคร ผมมาทำตรงนี้ไม่ได้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวของลุงตู่ และผมก็เชื่อว่าคนอย่างลุงตู่ก็ไม่ได้เข้ามากอบโกย อดีตนปช.หรือคนเสื้อแดงเขาก็คิดได้ และผมก็คิดว่า 8 ปีสิ่งที่พี่น้องชาวอีสานรู้สึกมากและภูมิใจลึกๆว่าเขามีลูกหลานคนอีสานที่ซื่อสัตย์สุจริตสิ่งนี้อาจจะเป็นเรื่อง ที่ทิ่มแทงใจใครบางคนและบางพรรคการเมือง” นายวิทยา กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปชน.' ผิดหวัง! กกต. ไม่สั่งนับคะแนนใหม่ 'ชลบุรี เขต 1'
'ปชน.' ผิดหวัง กกต. ไม่มีมติให้นับคะแนนใหม่ 'ชลบุรี เขต 1' ให้ปชช.สิ้นสงสัย บี้เผยแพร่แบบขีดคะแนน-รายงานผลนับรายหน่วย
กกต.มีมติไม่นับคะแนนใหม่ เลือกตั้ง สส. เขต 1 ชลบุรี
กกต. แถลงหลังประชุมเกือบ 5 ชั่วโมง ชี้คำร้องเขต 1 ชลบุรีมีแต่ข้อกล่าวอ้าง ไม่พบหลักฐานบ่งชี้นับคะแนนผิดพลาด สั่งนับใหม่ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ย้ำใช้เวลาไต่สวน 2 วัน กฎหมายให้ 60 วันรับรอง ส.ส. ไม่ได้ล่าช้า พร้อมยืนหยัดทำตามหลัก
ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการใช้อินเตอร์เนท, การเข้าชม website ของพรรคการเมือง กับ การชนะการเลือกตั้ง
จังหวัดที่ใช้อินเตอร์เนทน้อยที่สุด คือ แม่ฮ่องสอน พรรคที่ชนะการเลือกตั้งแบบเขต ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 1: พรรคกล้าธรรม (ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ) คะแนนเบื้องต้น: ประมาณ 33,691 คะแนน
🛑LIVE ภารกิจบทใหม่ พรรครักชาติ | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"
ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

