“บิ๊กตู่” เดินตลาดสันติสุข-ตลาดกิมหยง เมืองหาดใหญ่ ย้ำไม่เคยลืมภาคใต้ ขอทุกคนช่วยกันสร้างสันติสุขในพื้นที่ ขอโทษปชช.พลาดจับมือ บอกยังเจ็บแผลอยู่ ขณะเสียงเชียร์ลุงตู่กระหึ่มตลอดทาง
11 มี.ค.2566 - เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตร และรมว.กลาโหมพร้อมคณะได้เดินทางมาพบปะประชาชนชาวหาดใหญ่ ที่ตลาดสันติสุข และตลาดกิมหยง ซึ่งเป็นตลาดขายของฝากและของที่ระลึกขนาดใหญ่ในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยทันทีที่พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาถึง ได้เดินพบปะทักทายประชาชน โดยมีประชาชนทั้งบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวมาเลเซีย ที่มาเดินจับจ่ายที่ตลาดสันติสุขและตลาดกิมหยง เข้ามาถ่ายภาพและบางส่วนได้มอบดอกไม้พร้อมตะโกนให้กำลังใจ ลุงตู่สู้ๆ ,ลุงตู่อยู่ต่อ ,ลุงตู่ทำต่อ ,คนสงขลาหาดใหญ่ชอบคนสู้ ,ให้ลุงตู่สู้ต่อไปเพื่อชาวสงขลา ,รักลุงตู่มากๆขอกอดหน่อย
โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวผ่านโทรโข่งว่า "ภาคใต้จังหวัดสงขลาต้องมีสันติสุข พวกเราต้องช่วยกัน และช่วยรัฐบาล ช่วยให้บ้านเมืองสงบสุข ขอบคุณน้ำใจไมตรี รัฐบาลจะดูแลทุกคน" พร้อมกล่าวด้วยว่า "ไม่นึกว่าคนจะเยอะขนาดนี้ รบกวนทำให้ตลาดวุ่นวายไปหมด แต่ถึงไม่ได้มาก็คิดถึงเสมอและติดตามสถานการณ์ภาคใต้มาโดยตลอด ซึ่งก็มีงานเยอะดูแลทุกภาคทุกจังหวัด แต่ไม่เคยลืมภาคใต้ เมื่อเช้าก็ไปรับฟังปัญหาและรับจะไปดูแลภาคใต้"
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวกับประชาชนด้วยว่า ดีใจที่ได้มาเจอ ไม่ว่าจะมาที่หาดใหญ่กี่ครั้ง ก็ได้รับการต้อนรับอย่างแสนอบอุ่นเช่นนี้เสมอ และวันนี้ได้เห็นหน้าตาที่แจ่มใสของทุกคน ก็ปลื้มใจที่พี่น้องชาวหาดใหญ่ พี่น้องชาวสงขลาต่างก็มีความสุขกันถ้วนหน้า ทำให้ตลาดกิมหยงกลับมาครึกครื้น มีชีวิตชีวาอีกครั้ง และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องมาเยือนให้ได้ หากใครที่มาจังหวัดสงขลาแล้วไม่ได้มาเดินเล่นที่ตลาดกิมหยง ก็นับได้ว่ามาไม่ถึงจังหวัดสงขลาเช่นกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การมาลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อติดตามและมอบแนวทางการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาลตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดเสมอมาสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอให้คนไทยก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกันเพื่อประเทศไทยของเรา เพื่อความสุขของคนไทยทุกคนตลอดไป ทั้งนี้นายกฯรักคนไทยทุกคน โดยเฉพาะคนปักษ์ใต้ ซึ่งวันนี้ได้ฝึกพูดปักษ์ใต้ด้วยเช่นกัน หรอยจังหู้ พรือมั้ง บายดีม้าย ซึ่งภาษาปักษ์ใต้เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่นที่มีความโดดเด่น ตนดีใจเพราะไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ไหนในประเทศไทย ก็ยังเคยได้ยินคนพูดภาษาใต้เสมอ ถือเป็นสิ่งที่ดีลูกหลานได้มีการสืบทอด อนุรักษ์ อัตลักษณ์ประจำถิ่นให้คงอยู่คู่ประเทศไทยต่อไป
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำอยู่เป็นระยะว่า มือยังเจ็บอยู่และยังเป็นแผล จึงต้องขอโทษที่ให้จับไม้จับมือไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ รับเลิกตรึงดีเซลส่งผลราคาสินค้าแต่จะใช้กลไกกระทรวงต่างๆ ดูแล!
'นายกฯ' ยอมรับเลิกตรึงดีเซลกระทบ ปชช. ยันทุกคนกำลังทำงานอยู่ ชี้ต้องใช้กลไกกระทรวงแก้ไข
'อนุทิน' เผย 'วันนอร์' ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ
'อนุทิน' เผย 'วันนอร์' ตอบรับนั่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯแล้ว ช่วยดูสร้างสันติภาพ - ความสงบสุขในพื้นที่
ม็อบบุกทำเนียบฯ บี้ 'หนู' เลิกภาษีน้ำมัน-ลดค่าไฟ-แก้ของแพง
'14 กลุ่มภาคประชาสังคม' จี้ 3 ข้อ 'รัฐบาลอนุทิน' แก้ปัญหาพลังงาน-ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปูดศูนย์กลางปั่นราคาอาจอยู่ทำเนียบฯ จี้รื้อสัญญานายทุนผูกขาด ทำค่าไฟแพง ซัดผู้นำบริหารล้มเหลว
สลค. คึกคัก! 'ครม.อนุทิน 2' แห่ยื่นเอกสารเช็กคุณสมบัติ
ว่าที่รัฐมนตรี 'ครม.อนุทิน 2' ทยอยส่งทีมงาน ยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติ ตัวแทน 'ประเสริฐ-รุทธพล-ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ' ถึง สลค.
นั่งไม่ติด! นายกฯ ยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบฯตลอดวัน เรียก 'รมต.' ถกด่วนสถานการณ์น้ำมัน
นายกฯเรียกหารือสถานการณ์น้ำมัน พร้อมรับฟังรายงานผลการตรวจสอบคลังน้ำมัน
'โสภณ สุภาพงษ์' แนะฝ่าวิกฤตน้ำมัน ต้องมี 'นายกฯ' ที่สุจริต ไม่มี รมต.ใกล้ชิด 'คดโกง-กักตุน'
โสภณ เล่าเคยถูกตามตัวมาดูแลแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำมันในไทยให้นายกรัฐมนตรีพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เนื่องจากวิกฤตการณ์น้ำมันโลกที่ขาดแคลน ราคาสูงขึ้น 400-500%ในปีคศ.1973และ1980 วิกฤตครั้งนั้นรุนแรงกว่าปัจจุบัน

