'อดีตทูตนริศโรจน์' ถามตรง 'พิธา' เรื่องบินกลับจากนิวยอร์ก

อดีตทูตนริศโรจน์ถามตรงๆ หัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ได้นั่งเครื่องบินกลับไทยตอนปฏิวัติ 2549 เพราะมีนามสกุลเดียวกับมือขวาทักษิณใช่หรือไม่ บอกสุดโชคดีที่ไม่ใช่ลูกชาวบ้านธรรมดาจริงๆ

26 เม.ย.2566 - นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า คุณพิธาครับ ผมมีคำถามที่อยากทราบ ขอถามกันตรงๆ เลยนะครับว่า

การที่คุณได้นั่งเครื่องบินร่วมกับ ขรก.อีก 20-30 คน จาก นิวยอร์กกลับ กทม. โดยเครื่องพิเศษนี้ลงที่สนามบิน บก.ทอ. ในกองทัพอากาศ เพราะเป็นเครื่องเที่ยวบินพิเศษที่รัฐบาลตอนนั้นเช่าเหมาลำจาก TG (เครื่อง A340-500) พาคุณทักษิณไปนิวยอร์ก แต่พอคุณทักษิณถูกปฏิวัติปี 49 เครื่องบินเลยต้องบินตีกลับ กทม.พร้อม ขรก.ที่เหลือซึ่งต้องเดินทางกลับไทยพร้อมเครื่องตามที่คุณเล่าในรายการคุณสรยุทธ และคุณแหม่ม สุริวิภา นั้น เป็นเพราะคุณอาของคุณ ที่ชื่อ ผดุง (นามสกุลเดียวกับคุณ) ที่ทำงานเป็นมือขวาคนสนิทของคุณทักษิณ ฝากให้คุณได้นั่งมากับเครื่องลำนั้นใช่มั้ยครับ ?

คุณโชคดีจังนะครับ นี่ถ้าเป็นลูกชาวบ้านธรรมดาคงต้องหาไฟลท์บินกลับกันเองจนวุ่นวายและลำบากกว่านี้มาก

หมายเหตุ เครื่อง A340-500 ของ TG รุ่นนั้น ผลประกอบการขาดทุนย่อยยับ ถูกจอดทิ้งเป็นซากขายไม่ออกอยู่ที่อู่ตะเภา ว่างๆ ก็พาสมาชิกพรรค ก.ก. ไปเยี่ยมชมได้นะครับ จะได้เป็นกรณีศึกษาเรื่องการคอร์รัปชันซื้อเครื่องบินหวังค่าคอมมิชชั่น!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เท้ง' นำทีม ปชน. เปิดกระบวนท่าโกง 'เกิด แก่ เจ็บ ตาย'

'ผู้นำฝ่ายค้าน' พบประชาชน จัดฟอรัม 'เกิด แก่ เจ็บ โกง' ชี้ทุจริตเกิดขึ้นทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย เปิดกระบวนท่าคอร์รัปชัน ทุกปีงบรั่วไหล 3 แสนล้านบาท

'หมอยง' ชี้ 'ไม่โกง' ปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความซื่อสัตย์ ไม่คดโกงต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก

ดึงสติ! อย่าปล่อย 'คอร์รัปชัน' กลายพันธุ์เป็นวัฒนธรรมของชาติ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "วันที่การโกงไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป" มีเนื้อหา ดังนี้

ระบบตรวจสอบต้องเข้มแข็ง! 'อาสพลธ์' ชี้ 'ปราบโกง' ให้ได้ผล ต้องมีระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งรัฐสภา-ประชาสังคม-ประชาชน ต้องสัมพันธ์กัน

ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดคอร์รัปชั่นได้จริง เมื่อระบบตรวจสอบเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม คณะกรรมาธิการจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงในเอกสาร แต่ต้องปรากฏผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน" นายอาสพลธ์ กล่าว