‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ รพ.พระมงกุฎฯ

17 ก.ย.2566-เวลา 18.25 น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพะนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินาถ ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยมีพลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลเฝ้าฯ รับเสด็จ

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระราชทานของที่ระลึก และประกาศเกียรติคุณ แก่ผู้มีอุปการคุณ ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในแผ่นศิลา 

จากนั้นเสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังชั้น19 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพะนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ เพื่อให้ราษฎรทุกหมู่เหล่าทั่วทุกภูมิภาคมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี อาทิ ด้านการแพทย์ การสาธารณสุข ด้านการทหาร นิทรรศการด้านความเป็นเลิศทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง ศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร และการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะในยามประเทศมีสถานการณ์วิกฤตทั้งในภาวะปกติและภาวะสงครามการเกิดอุบัติภัยหรือการเกิดโรคอุบัติใหม่ โดยได้มีการจำลองเหตุการณ์การช่วยเหลือ13 ชีวิตทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง เป็นต้น

 ทั้งนี้ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสครบรอบพระชนมพรรษา 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม 2555 เพื่อเป็น “ศูนย์รับผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า” มีความสูง 19 ชั้น พื้นที่ใช้สอยมากกว่า 97,337 ตารางเมตร เป็นอาคารรักษาพยาบาลที่ทันสมัย มีเทคโนโลยีและวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ประกอบด้วยส่วนการรักษาพยาบาลและวินิจฉัยผู้ป่วยฉุกเฉิน ห้องสังเกตอาการ ห้องผ่าตัด หอผู้ป่วยวิกฤต หอผู้ป่วยพิเศษ ห้องรังสีวินิจฉัย ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ สามารถรองรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาลได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 400 เตียง

 นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ที่สำคัญ 4 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน, ศูนย์หลอดเลือดสมอง, ศูนย์ส่องกล้อง และ ศูนย์เวชศาสตร์ทหาร มีห้องแยกความดันลบสำหรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อ อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่เคียงข้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรอย่างสง่างาม นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันลันพันของทั้งสองพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในหลวงพระราชทานพวงมาลาวางหน้าหีบศพ รองผอ.- เด็กหญิง เหยื่อเหตุกราดยิง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงในพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ในหลวง พระราชินี ทรงปลอบขวัญ พระราชทานกำลังใจผู้บาดเจ็บ เหตุกราดยิง รร.เทพศิรินทร์นนทบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงเสียพระราชหฤทัยในเหตุการณ์กราดยิงพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานเพลิงศพ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยากรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส

ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้าฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามลำดับดังนี้

ในหลวง พระราชทานเพลิงศพ ศ.เกียรติยศสงคราม-คุณหญิงสุมนา ทรัพย์เจริญ 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพศาสตราจารย์เกียรติยศสงคราม ทรัพย์เจริญ ป.จ.,ม.ป.ช.,ม.ว.ม.,ภ.ป.ร. 3 ,ว.ป.ร.3 และคุณหญิงสุมนา ทรัพย์เจริญ ต.จ.,ป.ม.

ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน 'โครงการหลวง 57' ทอดพระเนตรกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ 'ควีนสุทิดา'

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ภายใต้แนวคิด “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง” (The Blooming Legacy of Royal Flora)