ผุด 'กรรมการนิรโทษกรรม' ผ่าทางตัน ล้างผิด 112 เข้าทางก้าวไกลเป๊ะ

จับตาผุดโมเดล”กรรมการนิรโทษกรรม”ผ่าทางตัน ล้างผิด 112 ตั้ง 13 อรหันต์ พิจารณาคดีแรงจูงใจทางการเมืองในรอบ 20 ปี 2548-2568 พบตรงกับกฎหมายนิรโทษฯของก้าวไกล

19 พ.ค.2567 – นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ และยังเป็น ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและจำแนกการกระทำเพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ที่เป็นอนุกรรมาธิการฯ ในคณะกมธ.วิสามัญศึกษาการตรา พรบ.นิรโทษกรรมฯ เปิดเผยความคืบหน้าการทำงานว่า นอกจากคณะอนุกรรมาธิการฯ จะไปรวบรวม สถิติ-ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่มีแรงจูงใจทางการเมือง ที่อาจจะได้รับการนิรโทษกรรมหากมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแล้ว อนุกรรมาธิการฯ ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมาธิการฯชุดใหญ่ ให้ศึกษาโมเดลการตั้ง ”คณะกรรมการนิรโทษกรรม”ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และหากจะให้มี จะให้มีรูปแบบอย่างไร เช่น ที่มาของคณะกรรมการ-โครงสร้างคณะกรรมการ -อำนาจหน้าที่-วาระการทำงานของคณะกรรมการฯ

นายยุทธพร เปิดเผยว่า การประชุมของคณะกรรมาธิการฯชุดใหญ่เมื่อ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการฯได้เสนอโครงสร้างของคณะกรรมการนิรโทษกรรมฯ แต่ว่ายังไม่มีมติ ซึ่งทางที่ประชุมก็ขอให้มีการพิจารณาปรับแก้ และมีการเสนอความเห็นประกอบเพิ่มเติมมาให้อนุกรรมาธิการฯ ไปพิจารณา โดยเบื้องต้น ตอนนี้โครงสร้างของคณะกรรมการนิรโทษกรรมยังไม่ได้ข้อยุติ แต่เบื้องต้นคณะกรรมการนิรโทษกรรม จะมีกรรมการรวม 13 คน โดยกรรมการประกอบด้วย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ รมว.ยุติธรรม ส.ส.ที่ได้รับเลือกมาที่เป็นตัวแทนของฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล อดีตตุลาการศาลปกครองปกครองสูงสุดหรือตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่ทำหน้าที่อยู่ อดีตอัยการหรืออัยการที่ทำหน้าที่ในปัจจุบัน นักวิชาการ ตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นเลขานุการคณะกรรมการนิรโทษกรรม

 ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาและจำแนกการกระทำเพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางการตราพรบ.นิรโทษกรรม ย้ำว่า  โครงสร้างกรรมการดังกล่าวข้างต้น ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะให้กรรมการนิรโทษกรรมเป็นกรรมการที่ขึ้นอยู่กับส่วนราชการสังกัดใด โดยเบื้องต้นจะให้กรรมการนิรโทษกรรมจะมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาว่าการกระทำใดที่จะเข้าข่ายที่จะได้รับการนิรโทษตามกฎหมายนิรโทษกรรม และการกระทำใดที่อาจไม่ได้อยู่ในฐานความผิดแนบท้ายตามพรบ.นิรโทษกรรมฯ ที่จะออกมา แต่หากมีเหตุที่กรรมการมีข้อสงสัยหรือมีผู้มาร้อง ทางกรรมการนิรโทษกรรมก็มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ว่าเข้าข่ายที่จะได้รับการนิรโทษตามกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ รวมไปถึงการให้สามารถเสนอมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหรือผู้ได้รับความเสียหายต่างๆ ไปยังฝ่ายบริหารก็คือคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาดำเนินการต่อไป เป็นต้น

นายยุทธพร กล่าวว่า สำหรับคดีที่จะได้รับการนิรโทษกรรม เบื้องต้นยังอยู่ที่กรอบเดิมคือ ต้องเป็นคดีที่อยู่ใน  25 ฐานความผิดที่จะเป็นบัญชีแนบท้ายในกฎหมายนิรโทษกรรมที่จะออกมาว่า จะมีฐานความผิดใดบ้างที่จะได้รับการนิรโทษกรรม แต่ก็อาจต้องเปิดช่องไว้ เพราะในอนาคต อาจจะมีฐานความผิดที่อาจจะตกหล่นไป โดยที่คณะกรรมการนิรโทษกรรมสามารถจะหยิบขึ้นมาพิจารณาได้หรือแก้ไขเพิ่มเติม 

เมื่อถามว่า ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการออกกฎหมายนิรโทษกรรม มองกระแสสังคมที่บางฝ่ายต้องการให้มีการนิรโทษกรรมคดี 112 รวมอยู่ใน 25 ฐานความผิดในกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างไร นายยุทธพรกล่าวว่า  25 ฐานความผิดที่กรรมาธิการพิจารณา ไม่เคยมีการตัดฐานความผิดเรื่อง 112 ออกไปแต่อย่างใด

“แต่เรื่องการจะให้นิรโทษกรรมคดี  112 หรือไม่ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ยังมีความแตกต่างทางความคิดกันอยู่ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นในชั้นกรรมาธิการหรือในสังคมก็ตาม ดังนั้น เป็นเรื่องที่ต้องมีการพูดคุยกัน และหาข้อสรุปร่วมกัน เพราะไม่เช่นนั้น หากแต่ละฝ่ายยืนอยู่ในจุดของตัวเอง โอกาสที่เราจะหาทางออกหรือทำให้สังคมเดินหน้า มันก็ทำให้สังคมเดินไปไม่ได้ วันนี้ต้องพูดคุยกันว่า จะมีกลไกหรือกระบวนการอย่างไรในมาตราดังกล่าวนี้” นายยุทธพร ระบุ

ประธานอนุกรรมาธิการฯ  ศึกษาและจำแนกการกระทำเพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางการตราพรบ.นิรโทษกรรมฯ เปิดเผยด้วยว่า สำหรับช่วงระยะเวลาการกระทำความผิดของผู้ถูกดำเนินคดีที่จะได้รับการนิรโทษกรรม อนุกรรมาธิการฯมีการเสนอให้แบ่งออกเป็น 4 ช่วงคือ ช่วงที่หนึ่ง นับตั้งแต่ 1 มกราคม 2548 ถึงช่วงปี 2551,ช่วงที่สอง คือช่วงตั้งแต่ปี 2552 ถึงช่วงปี 2555,ช่วงที่สาม คือช่วงตั้งแต่ 2556 ถึงช่วงปี 2562,ช่วงที่สี่ คือช่วงตั้งแต่ ปี 2563 ถึงช่วงปี 2567 หรือวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้

“การนิรโทษกรรมครั้งนี้ คือการนิรโทษกรรมครั้งที่ใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยทำมา ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่เคยมีการให้นิรโทษกรรมในช่วงเวลาที่ยาวนานถึงเกือบยี่สิบปีขนาดนี้ เจตจำนงของการนิรโทษกรรม ต้องนำไปสู่การสร้างความสมานฉันท์ สร้างความปรองดองในสังคม ถ้าจะนิรโทษกรรมแล้วสร้างความขัดแย้งใหม่ มันก็ไม่ใช่การนิรโทษกรรม

ทั้งนี้ มีรายงานว่าโมเดลการให้มีคณะกรรมการนิรโทษกรรม ฯ จะทำหน้าที่เหมือนกับคณะกรรมการาชทัณฑ์ ที่คอยพิจารณาเรื่องการให้นักโทษได้รับการพักโทษหรือได้รับการลดโทษในแต่ละช่วง เช่น วันสำคัญของประเทศ

ซึ่งโมเดลคือ หากมีกฎหมายนิรโทษกรรมมีผลบังคับใช้แล้ว กลุ่มผู้ถูกดำเนินคดี-จำเลย-ผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีตาม บัญชีแนบท้ายฐานความผิดที่ได้รับการนิรโทษกรรม หน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานศาลยุติธรรม ก็จะส่งรายชื่อไปให้คณะกรรมการฯ พิจารณาว่าใครบ้างที่จะได้รับการนิรโทษกรรม หรืออาจให้อำนาจกรรมการพิจารณาว่า ฐานความผิดประเภทใดบ้างที่ควรยกเว้นไม่นิรโทษกรรม หรือนิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข ซึ่งรายละเอียดดังกล่าว ยังมีการถกเถียงกันอยู่ในชั้นอนุกรรมาธิการฯและคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหญ่ๆ

“เดิมที โครงสร้างของ กรรมการนิรโทษกรรม อนุกรรมาธิการฯ  มีการเสนอให้มีตัวแทนที่เป็นผู้พิพากษาหรืออดีตผู้พิพากษาที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาด้วย แต่ก็มีตัวแทนจากฝ่ายศาลยุติธรรม มาให้ความเห็นว่าไม่เหมาะสมเพราะศาลเป็นผู้พิจารณาคดีและตัดสินคดี หากมาให้เป็นกรรมการนิรโทษด้วย จะเกิดปัญหาได้ ทำให้ ต่อมาก็มีการตัดตัวแทนจากศาลยุติธรรมออก”แหล่งข่าวจากกรรมาธิการฯ ระบุ

มีรายงานว่า โมเดลการให้มีกรรมการนิรโทษกรรม ดังกล่าว ไปสอดคล้องกับ เนื้อหาใน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากการเหตุการณ์ขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. … หรือร่างพรบ.นิรโทษกรรมฯของพรรคก้าวไกล ที่ยื่นเข้าสภาฯไปและผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว

โดยร่างของพรรคก้าวไกล เสนอให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรม จำนวน  9 คน ซึ่งประธานรัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้ง

มีกรรมการประกอบด้วย อาทิเช่น ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ผู้นำฝ่ายค้านในสภา, บุคคลที่ได้รับเลือกโดย ครม., บุคคลที่ได้รับเลือกโดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 2 คน, ผู้พิพากษา/อดีตผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา, ตุลาการ/อดีตตุลาการศาลปกครองซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด, พนักงาน/อดีตพนักงานอัยการซึ่งได้รับเลือกโดยคณะกรรมการอัยการ และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ซึ่งแนวทางการเสนอให้มีคณะกรรมการนิรโทษกรรมฯ เพื่อให้ มีการเขียนไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการออกพรบ.นิรโทษกรรมฯ  เริ่มถูกกรรมาธิการฯ จากพรรคฝ่ายรัฐบาลจับตามองว่า อาจเป็นทางออกหนึ่งในกรณีหากไม่มีการให้นิรโทษคดี 112 รวมไว้ใน 25 ฐานความผิดที่จะให้นิรโทษกรรมฯ ก็ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการนิรโทษกรรมพิจารณาแทนก็ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงแรงต่อต้านกรณีจะมีการนิรโทษกรรมคดี 112 โดยใช้เหตุว่าได้รับการนิรโทษกรรมเพราะเป็นการกระทำที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง  ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอดูผลการหารือต่อไป. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แกะรอยปฐมบทฮั้วสว. แฉบันทึกประชุม สนช. ปี 60 ใช้ 5 พันล้านยึดประเทศ

‘นักวิชาการ’ เปิดบันทึกประชุม สนช.ปี 60 ชี้มีการพูด-เปิดช่องฮั้ว-โกง สว. ตั้งแต่ออกแบบระบบเลือกกันเอง ย้อนคำพูดมีระบบกามิกาเซ่-โค้ช-กาโพย ใช้ 5 พันล้านยึดประเทศได้

'หมอสุภัทร' ยื่นสอบ 'สธ.' ใช้เงินรพ.จัดอีเวนต์ 'รักชนก' รับลูกเร่งชง กมธ. สังคายนา

'หมอสุภัทร’ บุกสภา ยื่นสอบ ‘สธ.’ ใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลจัดอีเวนต์ 'รักชนก' ’รับลูกเตรียมชงเข้า กมธ.ติดตามงบฯ สังคายนา

'สส.ปชน.' ชงหั่นงบ 70 ค่าใช้จ่ายสัมมนา-บินนอก-พีอาร์

'ภัณฑิล' เรียกร้อง ‘อนุฯกมธ.’ ตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายที่อาจซ้ำซ้อน มองโครงการไม่จำเป็น-ไม่เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน ควรปรับลดงบ เพื่อความคุ้มค่ากับภาษีประชาชน

ญาติวีรชนฯกระตุกคนคาใจกฎหมายนิรโทษฯ แนะฟังเสียงส่วนใหญ่

“ประธานญาติวีรชนฯ” กระตุกคนที่ยังคาใจกฎหมายนิรโทษกรรม ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ วอนทุกฝ่ายรู้รักสามัคคีเดินหน้าสร้างสังคมสันติสุขตามเจตนารมณ์ ย้ำหลักการ คดี ม.112 เป็น ”พระราชอำนาจ” ผู้ใดจะละเมิดมิได้เผยผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีส่วนใหญ่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเกือบหมดแล้ว แนะคนที่โดนคดีม.112 ให้ขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลได้  

'จตุพร' ฟาดคนเชียร์นิรโทษฯ 112 แค่สร้างภาพ ไม่ช่วยคนติดคุก

“จตุพร” วิจารณ์ผู้ที่หยิบประเด็นคดี ม.112 มาพูดโดยไม่สามารถช่วยผู้ต้องโทษออกจากเรือนจำได้ ระบุการเคลื่อนไหวที่หวังเพียงคะแนนนิยมไม่แก้ปัญหา พร้อมชี้ช่องทางขอพระราชทานอภัยโทษเป็นทางเลือกที่มีโอกาสมากที่สุด

'อานนท์' แท็กถึง 'ปิยบุตร' ค้านนิรโทษกรรม ม.112 แนะขอพระราชทานอภัยโทษได้

รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ โพสต์ข้อความแท็กถึง "ปิยบุตร แสงกนกกุล" คัดค้านข้อเสนอให้นิรโทษกรรมผู้กระทำผิดมาตรา 112 ที่เป็นเยาวชน ระ