ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องปมตั้ง 'พิชิต' แต่มีมติ 5:4 ให้ 'เศรษฐา' ทำหน้าที่ต่อได้

23 พ.ค.2567 - ข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่เรื่องประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 17/2567 ) จากกรณีสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 40 คน ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) ว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 2) เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าผู้ถูกร้องที่ 2 ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากผู้ถูกร้องที่ 2 เคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกเป็นเวลาหกเดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริตและมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ
มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ
มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ ผู้ร้องจึงส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82

ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (9) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (6 ต่อ 3) (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ) มีคำสั่งรับคำร้องผู้ถูกร้องที่ 1 ไว้พิจารณา และให้ผู้ถูกร้องที่ 1 ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 54 สำหรับกรณีของผู้ถูกร้องที่ 2 ได้มีคำร้องของผู้ถูกร้องที่ 2 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 แจ้งว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ผู้ถูกร้องที่ 2 ได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (2) กรณีไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยคดีต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 51 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (8 ต่อ 1) (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม) มีคำสั่งไม่รับคำร้องเฉพาะส่วนของผู้ถูกร้องที่ 2 ไว้พิจารณาวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณีขอให้ผู้ถูกร้องที่ 1 หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้อง ในชั้นนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (5 ต่อ 4) (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย นายปัญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์) ไม่สั่งให้ผู้ถูกร้องที่ 1 หยุดปฏิบัติหน้าที่ แจ้งให้คู่กรณีทราบ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' มอบนโยบาย 'ทีมไทยแลนด์ยุโรป' ขับเคลื่อนการทูตเชิงรุก

นายกฯ มอบนโยบาย 'ทีมไทยแลนด์ยุโรป' ขับเคลื่อน 'การทูตเชิงรุก' เน้นโอกาส-ผลประโยชน์ ถึงมือประชาชน จับมือทุกหน่วยงาน 'คลัสเตอร์' เดินหน้า FTA ไทย-สหภาพยุโรป

นายกฯ เร่งดึงทุนยุโรป บริษัทดังสนใจตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยาน-พลังงานสะอาดในไทย

นายกรัฐมนตรี สนทนากับ Mr. Pierre Jaffre ประธานสมาคมการค้าไทย-ยุโรป  Thai-European Business Association (TEBA) พร้อมกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทสัญชาติฝรั่งเศส 4  ราย

'อนุทิน' ถึงกรุงปารีส ลุยภารกิจแรกทันที รอเจอ 'มาครง' วันจันทร์

นายกฯ ถึงกรุงปารีสแล้ว พร้อมเริ่มภารกิจแรกทันที เตรียมหารือ ผอ.ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ-ผอ.ใหญ่ยูเนสโก หนุนความมั่นคงทางพลังงาน ดันบทบาทวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก ก่อนพบ 'มาครง' 25 พ.ค.

ซ่อม 'ตึกไทยคู่ฟ้า' ช่วงนายกฯบินนอก อุดรูรั่ว-ทาสีรับหน้าฝน

บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีคนงานเข้าติดตั้งนั่งร้านที่ตึกไทยคู่ฟ้า ขึ้นทำการอุดซิลิโคนบริเวณหน้าต่างของตึกไทยคู่ฟ้าที่เกิดปัญหารั่วซึมและเกิดความเสียหาย

'ปธ.สภา' ย้ำรอศาลรธน.ชี้ขาด 'พ.ร.ก.กู้เงิน' ยังไม่บรรจุญัตติ ปชน.

'โสภณ' ย้ำรอศาลรธน.ชี้ขาด 'พ.ร.ก.กู้เงิน' ก่อน ถึงบรรจุญัตติ ปชน. ชงตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้เงิน แจงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงิน

กระทุ้ง 'อนุทิน' ต้องปราบโกงจริงถึงขั้นประหารชีวิต รับรองคอร์รัปหมดแน่

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.)