องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าประชากรเกินครึ่งหนึ่งของยุโรปจะติดโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนภายในเดือนมีนาคมนี้ ขณะธนาคารโลกเตือนว่าภาวะโรคระบาดจะถ่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเหลือโตแค่ 4.1% ในปีนี้

รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 12 มกราคม 2565 กล่าวว่า คำเตือนจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) มีออกมาในวันอังคาร ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 2 ปีที่ทางการจีนยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรนารายแรกของโลก เป็นผู้ป่วยชายอายุ 61 ปีชาวเมืองอู่ฮั่นที่โควิด-19 เริ่มระบาดเป็นแห่งแรก และถึงปัจจุบันไวรัสนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกแล้วมากกว่า 5.5 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อเกิน 313 ล้านคน
ปัจจุบัน ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังต้องดิ้นรนควบคุมการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ที่แพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น รัฐบาลต่างๆ ต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดอีกครั้ง รวมถึงการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ แต่ในคำแถลงของคณะที่ปรึกษาด้านวัคซีนของดับเบิลยูเอชโอเมื่อวันอังคารแนะนำว่า การฉีดวัคซีนโดสกระตุ้นภูมิด้วยวัคซีนโควิดแบบเดิมไม่ใช่กลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลหรือยั่งยืนกับสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นใหม่ แต่ควรพัฒนาวัคซีนใหม่ที่ป้องกันการแพร่เชื้อได้ดีขึ้น
ภูมิภาคยุโรปกำลังเป็นศูนย์กลางการระบาดรอบใหม่ที่น่าวิตก โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลกขณะนี้ ข้อมูลที่รวบรวมโดยเอเอฟพีเผยว่า ช่วง 7 วันที่ผ่านมา ยุโรปมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบ 8 ล้านคน และในวันอังคาร ฮานส์ คลูก ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอประจำภูมิภาคยุโรป กล่าวว่า คลื่นจากตะวันตกสู่ตะวันออกลูกใหม่กำลังแผ่ทั่วภูมิภาคนี้
"สถาบันชี้วัดและประเมินผลด้านสุขภาพ (ไอเอชเอ็มอี) ทำนายว่า มากกว่า 50% ของประชากรในภูมิภาคนี้จะติดเชื้อโอมิครอนภายใน 6-8 สัปดาห์ข้างหน้า" เขากล่าว
ภูมิภาคยุโรปของดับเบิลยูเอชโอครอบคลุม 53 ประเทศและดินแดน ซึ่งรวมถึงหลายประเทศในเอเชียกลางด้วย ซึ่งคลูกกล่าวว่า มี 50 ประเทศตรวจพบโอมิครอนแล้ว กระนั้นเขาย้ำว่า วัคซีนที่ผ่านการอนุมัติยังให้การป้องกันการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตได้ รวมถึงจากโอมิครอน
ด้านองค์การยายุโรป (อีเอ็มเอ) กล่าวว่า การแพร่กระจายของโอมิครอนกำลังผลักดันให้โควิดกลายเป็นโรคประจำถิ่นที่มนุษยชาติสามารถอยู่ร่วมได้ แม้ว่าตอนนี้โควิดยังคงเป็นโรคระบาดทั่วอยู่ก็ตาม
วันเดียวกัน เวิลด์แบงก์เปิดเผยรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุดว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะช้าลงในปี 2565 นี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่โอมิครอนจะทำให้การขาดแคลนแรงงานและปัญหาห่วงโซ่อุปทานทวีความรุนแรงขึ้น โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 4.1% หลังจากการฟื้นตัวเมื่อปีที่แล้ว ที่ขยายตัว 5.5%
เดวิด มัลพาสส์ ประธานเวิลด์แบงก์ กล่าวว่า โรคระบาดอาจทิ้ง "แผลเป็นถาวรต่อการพัฒนา" ไว้ เนื่องจากตัวชี้วัดความยากจน, โภชนาการ และสุขภาพ กำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่ผิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลแนะดูแลสุขภาพห่างไกล 'วัณโรค' พบผู้ป่วยใหม่แสนราย
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยสุขภาพประชาชน ย้ำเตือนดูแลสุขภาพห่างไกลจากวัณโรค แนะหากมีอาการสงสัย ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์
'ทรัมป์' กดดัน 'นาโต้-จีน' ช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้พันธมิตรนาโตและจีนช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบที่อิหร่านปิดกั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ผู้เล่นทางเศรษฐกิจรายใหญ่เริ่มปล่อยน้ำมันสำรองออกมาในวันจันทร์เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของอุปทาน
กพท.ยัน’เที่ยวบินไทย-ยุโรป‘ยังเปิดบินได้แนะประชาชนเช็กก่อนเดินทาง
กพท.อัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยันเส้นทางบินไทย–ยุโรปยังเดินทางได้ โดยปรับเส้นทางเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง บางเที่ยวบินอาจใช้เวลาเดินทางนานขึ้น แนะผู้โดยสารตรวจสอบตารางบินกับสายการบินก่อนเดินทางทุกครั้ง.
รัสเซีย พร้อมจัดส่งน้ำมันและก๊าซให้กับประเทศในยุโรป
รัสเซียแสดงความพร้อมที่จะจัดหาน้ำมันและก๊าซให้กับประเทศในยุโรป ท่ามกลางราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นหลังสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน

