
26 ส.ค.2567-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “อุ๊งอิ๊ง“ เหมือนคนตาบอด ต้องใช้“ทักษิณ”จูงเดิน ระบุว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่อง “บทบาทอดีตนายกฯ ทักษิณ ในรัฐบาลอุ๊งอิ๊ง“ เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนถึงความเป็นไปได้ที่นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะบริหารประเทศโดยปราศจากคุณทักษิณ ชินวัตร พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 59.01 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย รองลงมา ร้อยละ 15.42 ระบุว่า ไม่น่าเป็นไปได้ ร้อยละ 14.96 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 9.77 ระบุว่า เป็นไปได้แน่นอน และร้อยละ 0.84 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ผลการสำรวจในครั้งนี้ จะเห็นได้ชัดว่าความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่า คุณอุ๊งอิ๊งจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ โดยไม่มีนายทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงช่วยเหลือ หรือกำกับการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีสัดส่วนที่สูง คือ 59.01% เป็นไปไม่ได้เลย และ 15.42% ไม่น่าเป็นไปได้ รวมความเห็นทิศทางที่เป็นไปไม่ได้ 74.43% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก แสดงถึงวุฒิภาวะความเข้าใจของประชาชนที่ถูกต้อง และสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงมากที่สุด
คุณอุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีก็จริง แต่ต้องมีพี่เลี้ยงคอยกำกับช่วยเหลือ คือนายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพ่อ ซึ่งประกาศต่อสาธารณะชนแล้วว่า เป็นผู้ครอบครองคุณอุ๊งอิ๊งแต่เพียงผู้เดียว สถานะของคุณอุ๊งอิ๊งใน ตอนนี้ เปรียบเหมือนผู้พิการทางสายตา หรือคนตาบอดที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องใช้ไม้เท้านำทาง หรือพี่เลี้ยงคอยพยุงหรือคอยจูง มิฉะนั้นจะเดินไปไหนไม่ได้ เหมือนกับการบริหารประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรี ถ้าคุณทักษิณไม่คอยกำกับ อยู่เบื้องหลัง หรือชี้นำ คุณอุ๊งอิ๊งก็ไม่สามารถบริหารประเทศได้สำเร็จ
การลงพื้นที่ไปช่วยน้ำท่วมที่ภาคเหนือ ของคุณอุ๊งอิ๊ง ก็เป็นเพียงการไปทำกิจกรรมเพื่อไม่ให้ถูกสังคมวิจารณ์และเป็นการสร้างภาพเท่านั้น ท่ามกลางความห้อมล้อมของรัฐมนตรีและส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งให้ความยอมรับคุณอุ๊งอิ๊งในฐานะลูกสาวนายใหญ่มากกว่านายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีตัวจริง คือนายทักษิณ ชินวัตร เพียงผู้เดียว ซึ่งรอดูว่าการลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายของนายทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ จะท็อปฟอร์มนายกรัฐมนตรีตัวจริงหรือไม่
ตอนนี้แม้ว่าคุณอุ๊งอิ๊งจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม แต่นายกรัฐมนตรีตัวจริง ก็คือคุณทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่มีความฉลาดพอ ที่จะแยกแยะได้อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่ใคร เห็นได้จากการตอบผลการสำรวจของนิด้าโพล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม็อบบุกทำเนียบฯ บี้ 'หนู' เลิกภาษีน้ำมัน-ลดค่าไฟ-แก้ของแพง
'14 กลุ่มภาคประชาสังคม' จี้ 3 ข้อ 'รัฐบาลอนุทิน' แก้ปัญหาพลังงาน-ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปูดศูนย์กลางปั่นราคาอาจอยู่ทำเนียบฯ จี้รื้อสัญญานายทุนผูกขาด ทำค่าไฟแพง ซัดผู้นำบริหารล้มเหลว
'โอ๊ค' ควงภรรยาเยี่ยม 'ทักษิณ' นับถอยหลังอีก 45 วันได้อิสรภาพ 'กรมคุก' ถกระดับชั้นพักโทษสิ้นมี.ค.นี้
‘โอ๊ค-ภรรยา’ ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ครั้งที่ 50 เผย นับถอยหลังอีก 49 วันได้รับอิสรภาพ ‘เรือนจำกลางคลองเปรม’ เตรียมประชุมคณะกรรมการระดับชั้นเรือนจำ สิ้นเดือน มี.ค.นี้ ถก500 รายชื่อผู้ต้องขังมีเกณฑ์เข้าข่ายพิจารณาพักโทษ ก่อนส่งรายชื่อเสนอคณะกรรมการระดับชั้นกรมราชทัณฑ์-คณะกรรมการระดับชั้นกระทรวงยุติธรรมพิจารณา
สลค. คึกคัก! 'ครม.อนุทิน 2' แห่ยื่นเอกสารเช็กคุณสมบัติ
ว่าที่รัฐมนตรี 'ครม.อนุทิน 2' ทยอยส่งทีมงาน ยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติ ตัวแทน 'ประเสริฐ-รุทธพล-ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ' ถึง สลค.
นั่งไม่ติด! นายกฯ ยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบฯตลอดวัน เรียก 'รมต.' ถกด่วนสถานการณ์น้ำมัน
นายกฯเรียกหารือสถานการณ์น้ำมัน พร้อมรับฟังรายงานผลการตรวจสอบคลังน้ำมัน
'โสภณ สุภาพงษ์' แนะฝ่าวิกฤตน้ำมัน ต้องมี 'นายกฯ' ที่สุจริต ไม่มี รมต.ใกล้ชิด 'คดโกง-กักตุน'
โสภณ เล่าเคยถูกตามตัวมาดูแลแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำมันในไทยให้นายกรัฐมนตรีพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เนื่องจากวิกฤตการณ์น้ำมันโลกที่ขาดแคลน ราคาสูงขึ้น 400-500%ในปีคศ.1973และ1980 วิกฤตครั้งนั้นรุนแรงกว่าปัจจุบัน
นายกฯ ออกคำสั่งฉบับที่ 4/2569 ปรับมาตรการรับมือน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน
ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 143 ตอนพิเศษ 76ง เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

