จับตาพลังงานจ่อชงรัฐบาลดึง 3 การไฟฟ้าช่วยพยุงค่าไฟประชาชน ลุ้นกกพ.25 มี.ค.เคาะค่าไฟงวดพ.ค.-ส.ค.3.95 บาทต่อหน่วย ด้านปลัดพลังงาน เดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำมันตึงตัว ราคาผันผวนอย่างหนัก สั่งรายงานสต๊อกน้ำมันทุกวันเวลา 18.00 น. ป้องกันน้ำมันรั่วไหลและลักลอบข้ามแดน ท่ามกลางต้นทุนโลกพุ่ง
24 มี.ค. 2569 นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า อัตราค่าไฟฟ้าในช่วงพ.ค.-ส.ค. ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยต้องรอการแถลงผลการคำนวณค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) และข้อเสนอทางเลือกเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณาเพื่อประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวดใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มีนาคม 2569 แต่ก็มีแนวโน้มที่จะปรับสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่สูงขึ้นจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ได้เสนอสูตรการกำหนดราคาค่าไฟฟ้าใหม่ 3 กรณี ตั้งแต่ 3.95 - 4.59 บาทต่อหน่วย
โดยกรณีที่ 1 หากไม่มีมาตรการใดๆเข้าไปช่วยเหลือ สะท้อนต้นทุนค่าเชื้อเพลิง เงินเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนคงค้าง (เอเอฟ) ที่เกิดขึ้นจริงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะได้รับเงินที่รับภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนรวม 36,000 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าเดือนพ.ค. -ส.ค. 69 จะปรับขึ้นจากปัจจุบันหน่วยละ 3.88 บาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 4.59 บาท หรือเพิ่มขึ้นหน่วยละ 70 สตางค์
กรณีที่ 2 ไม่มีการชำระเงินคงค้างจ่าย(เอเอฟ) กฟผ.ที่เหลือจำนวน 36,000ล้านบาท แต่จะส่งผลกระทบต่อสถานะของกฟผ. ค่าไฟฟ้างวดใหม่จะอยู่ที่หน่วยละ 4.08 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.20 สตางค์ และกรณีที่ 3 กกพ.นำเงินคอล แบค 9,400 ล้านบาท มาช่วยลดค่าไฟฟ้าทั้งหมด และยังไม่มีการชำระคืนเงินค้างจ่ายเอเอฟ กฟผ. จำนวน 36,000 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าปรับขึ้นจริง ประมาณหน่วยละ 7 สตางค์ต่อหน่วย มาอยู่ที่หน่วยละ 3.95 บาท
”ยอมรับว่าต้นทุนการผลิตที่แท้จริงยังอยู่ในระดับสูงตามราคาเชื้อเพลิงตลาดโลก ซึ่งกกพ.คำนวณต้นทุนจริงแบบไม่รวมภาระหนี้สะสมไว้ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย แต่ กกพ. ได้นำเงินส่วนเกินจากการลงทุนหรือ Clawback ของ 3 การไฟฟ้า คือ กฟผ. การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ประมาณ 9.4พันล้านบาทมาช่วยอุดหนุน ทำให้ตรึงค่าไฟเรียกเก็บจากประชาชนไว้ได้ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์เดิมที่เคยดูแลกลุ่มเปราะบาง หากจะกดราคาให้ต่ำกว่านี้อาจต้องพึ่งพางบกลาง เพราะการบิดเบือนราคาตลาดระยะยาวจะกระทบต่องบประมาณพัฒนาประเทศ”นายประเสริฐกล่าว
นายประเสริฐ สำหรับประเด็นภาระหนี้สินสะสมของกฟผ.ซึ่งเกิดจากการตรึงค่าไฟฟ้าสูงถึง 36,000 ล้าน กระทรวงพลังงานกังวลว่าหากปล่อยให้ กฟผ. แบกรับหน่วยเดียวอาจกระทบสภาพคล่องและเครดิตเรตติ้ง ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลหารือกับกฟน. และกฟภ. เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระสภาพคล่องร่วมกัน เพื่อปกป้องเครดิตองค์กร โดยนายกรัฐมนตรีให้คำมั่นว่าการช่วยเหลือครั้งนี้จะไม่กระทบต่อสวัสดิการ เงินเดือน หรือผลประโยชน์ของพนักงานการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งอย่างแน่นอน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัญหาค่าไฟงวดนี้จะหนักหน่วงไม่ต่างจากรอบสงครามรัสเซีย โรงไฟฟ้าเหมืองถ่านหินแม่เมาะ มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าได้ต่ำชนิดหนึ่งของเชื้อเพลิงทั้งหมด ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า 2 บาทต่อหน่วย เมื่อเทียบกับแก๊ส 3.5 บาทต่อหน่วย แต่เนื่องจากการสั่งชะลอขุดเหมืองถ่านหินของอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในปี 2567-68 ส่งผลให้ลิกไนต์สำรองลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว ผสมกับ 2 หน่วยผลิตไฟฟ้าที่หมดอายุปลดระวางไปแล้ว ดังนั้น กฟผจะเหลือกำลังผลิตอยู่ราว 1,200 เมกกะวัตต์ จากเดิมผลิตได้มากกว่า 2 พันเมกกะวัตต์ จึงต้องแก้ปัญหาโดยขุดเจาะในระหว่างฤดูฝนซึ่งมีความเสี่ยงและอันตราย และต่อมาเกิดอุบัติเหตุ ดินบริเวณเหมืองถล่มทำให้การขุดเจาะล่าช้าลง
นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานเร่งแก้ไขสถานการณ์น้ำมันที่ตึงตัวขณะนี้ โดยออกมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันการกักตุนและลักลอบจำหน่ายน้ำมัน พร้อมสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และ 10 รวมถึงโรงกลั่นและคลังน้ำมัน ต้องรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมันรับเข้า ผลิต จำหน่าย และคงเหลือ ทุกวันเวลา 18.00 น. ให้กรมธุรกิจพลังงาน โดยอยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรวบรวมข้อมูลแบบศูนย์กลาง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งระบบ หากพบการรายงานเท็จหรือพฤติกรรมกักตุน จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที รวมถึงป้องกันน้ำมันรั่วไหลออกจากระบบ และประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
“ สาเหตุหลักของสถานการณ์น้ำมันตึงตัว มาจากความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 20% จากภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่เร่งสำรองน้ำมัน ส่งผลให้ระบบกระจายบิดเบือน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าส่งหรือ จ๊อบเบอร์ ที่ไม่สามารถหาน้ำมันในราคาปกติได้ จึงหันไปซื้อน้ำมันจากสถานีบริการ ทำให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งน้ำมันหมดเร็วกว่าปกติ จากเดิมขายได้ทั้งวันเหลือเพียงครึ่งวัน และเกิดปัญหาคิวสะสมเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า กระทรวงพลังงานจึงผ่อนผันข้อกำหนดการสำรองน้ำมันตามกฎหมาย อนุญาตให้ผู้ค้าดึงน้ำมันสำรองออกมาใช้ชั่วคราว เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบ โดยมีเงื่อนไขต้องจัดทำแผนนำกลับมาเติมให้ครบตามเกณฑ์ในภายหลัง ควบคู่กับการจัดระเบียบการกระจายน้ำมันใหม่ โดยยืนยันให้ผู้ค้าทุกรายได้รับโควตาน้ำมันขั้นต่ำเท่ากับที่เคยได้รับในช่วงก่อนหน้า เพื่อป้องกันการตัดตอนหรือเลือกปฏิบัติ”นายประเสริฐ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เอกา โกลบอล’จ่อปรับราคาสินค้าเพิ่มหลังสงครามทำต้นทุนพุ่ง10-15%
เอกา โกลบอล โอดความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งทั่วโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10 – 15% คาดครึ่งปีหลังบริษัทฯ อาจปรับขึ้นราคา เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ
‘ไทยออยล์’เปิดงบ Q1/69 กำไรแตะ1.9 หมื่นล้าน
ไทยออยล์ เผย Q1/69 ทำกำไรได้ 19,481 ล้านบาท มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกำไรจากสต็อกนํ้ามันสุทธิ ห่วงพลิกเป็นขาดทุนจากสต็อกน้ำมันได้ในอนาคต ย้ำ Q2 สถานการณ์ยังน่ากังวล พร้อมเปิดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ และแผนบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
OR โชว์ไตรมาสแรก 2569 มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท
OR เผยไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% จากไตรมาสก่อน และมี EBITDA 7,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.8% จากไตรมาสก่อน พร้อมเดินหน้าขยาย OR Ecosystem และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
TITLE โชว์รายได้ Q1/69 รวม 549 ล้านบาท กำไรโต 237%
TITLE โชว์รายได้ Q1/69 รวม 549 ล้านบาท กำไรโต 237% รับอานิสงส์ภูเก็ตเมือง Safe Haven เตรียมโอน 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 11,700 ล้านบาท หนุนรายได้ปี 69 ตามเป้า

