อรรถวิชช์ ยินดี พีระพันธุ์-ขิง ได้เป็นรมต. เพ้อ 'ทฤษฎีไม้เสียบลูกชิ้น' ทะลุทะลวงข้อจำกัดกฎหมาย

4 ก.ย.2567 - นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) โพสต์รูปภาพและข้อความว่า “ยินดีกับพี่พีระพันธุ์ และขิงด้วยครับ ได้คนทำงานทั้งคู่ เป็นรัฐมนตรี  วันนี้เพิ่งโปรดเกล้าหมาดๆก็มานั่งร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ตัดขั้นตอนขออนุญาต  #ทฤษฎีไม้เสียบลูกชิ้น ทะลุทุกฎหมาย ง่ายกว่าเดิม!”

สำหรับทฤษฎีไม้เสียบลูกชิ้น ของนายอรรถวิชย์  ระบุว่าคือการปรับโฉมระบบราชการ ทะลุทะลวงข้อจำกัดกฎหมาย สู้วิกฤตโลก

ทฤษฎีไม้เสียบลูกชิ้น เสียบทะลุทุกกฎหมายที่เป็นอุปสรรค สร้างโอกาสทำมาหากินให้ธุรกิจให้มากที่สุด ไทยเป็นอันดับ 3 ของโลกในเรื่อง Wellness Tourism (ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ) รองจากสหรัฐอเมริกา และเกาหลี แต่ผู้ประกอบการขนาดเล็กอย่าง โฮมสเตย์-SMEs ไม่ได้อะไรเลย เพราะผลประโยชน์ตกอยู่กับโรงพยาบาลรายใหญ่ และเพราะรัฐไม่เคยสนับนุนหรือแนะนำ ทำให้ติดขัดข้อกฎหมาย เข้า พ.ร.บ.โรงแรมไม่ได้ ติดกฎหมายอาคารฯ ดังนั้นรัฐควรออกกฎหมายโฮมสเตย์ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการส่งเสริม Wellness Tourism

 

เรื่องสอง นโยบายส่งเสริมรถยนต์อีวี แต่การจัดหารถเมล์อีวีของคมนาคมยังติดขัด การติดตั้งสถานีชาร์จอีวีของกระทรวงพลังงานยังไม่เกิดอย่างกว้างขวาง และกระทรวงการคลังและสรรพสามิตจะช่วยลดภาษี แต่รถมีการเวียนกลับมาใช้ในตลาดมือสองเหมือนเดิม โรงงานที่ย่อยรถยนต์ในประเทศไทยเวลานี้มีโรงงานแค่ 4 โรง ที่สามารถกำจัดซากรถยนต์อีวีได้ และโรงงานไม่สามารถย่อยรถยนต์ได้ใน 10 ปีที่ จะเทิร์นอีวีได้ทั้งระบบ ควรออกกฎหมายส่งเสริมอีวีโดยเฉพาะต้องทำให้ครบทั้งวงจร

ระบบราชการจากนี้ไปต้องมองเอกชนเป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่การกำกับหรือตรวจสอบ แต่ต้องเป็นการสนับสนุน พฤติกรรมต้องไม่ใช่ตำรวจแต่เป็นโค้ช นี่คือเครื่องมือเดียวที่ยังเหลืออยู่ และเป็นเครื่องมือเดียวที่อยู่ภายใต้อำนาจรัฐบาล ถ้ารัฐบาลนี้ไม่กล้าทำรอรัฐบาลหน้า เพราะผมเชื่อว่าถ้าประเทศนี้จะเดินต่อไปข้างหน้า ระบบราชการต้องเปลี่ยนโฉมอย่างมากเพื่อรองรับวิกฤต ต้องคิดว่าเอกชนเป็นหุ้นส่วนที่อยากให้มีกำไร และสิ่งนั้นจะทำให้ประเทศเดินต่อไปได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (37)

ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 และฉบับที่ 3 คือฉบับ

ผลประชามติ 8 ก.พ. เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ กับเดิมพันการเมืองไทย

วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว วันดังกล่าวยังเป็นเดิมพันอนาคตรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะนอกจากประชาชนจะได้บัตรเลือกตั้งสองใบเพื่อเลือก สส.ระบบเขตและบัญชีรายชื่อแล้ว ก็ยังจะได้บัตรออกเสียงประชามติ กับคำถามที่ว่า

'พีระพันธุ์' ลั่นอย่าเลือกพรรคที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อต้องการเอาชนะพรรคที่เกลียด

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา

'อนุทิน' ขึ้นรถแห่ช่วยหาเสียงห้วยขวาง-วังทองหลาง ขอคะแนนคนกรุงวันสุดท้าย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดประชาราษฎร์ บำเพ็ญ 24 เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครสส.กทม. เขตห้วยขวาง-