
7 ต.ค.2567-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “กระแสบวก ชอบกระแสลบ โวย” ระบุว่า เมื่อวาน(6 ตุลาคม 2567)“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ทำการสำรวจความเห็นของประชาชน เรื่อง “รับเงินสด 10,000 บาทแล้ว จะสนับสนุนรัฐบาลไหม“ เมื่อถามถึงการสนับสนุนรัฐบาล ของผู้ที่ได้รับเงิน 10,000 บาท ไม่ว่าจะเป็นตนเอง และ/หรือ คนในครอบครัว ผลปรากฏว่า 1.ร้อยละ 34.35 ระบุ ยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร 2.ร้อยละ 30.31 ระบุ มีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาล 3.ร้อยละ 20.38 ระบุ จะมีหรือไม่มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ก็สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว 4.ร้อยละ 13.13 ระบุ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สนับสนุนรัฐบาลและร้อยละ 1.83 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ผลนิด้าโพล เดือนมิถุนายน คุณอุ๊งอิ๊ง มีคะแนนนิยมเพียง 4.85%
ผลนิด้าโพล ไตรมาส3 ปลายเดือนกันยายน คุณอุ๊งอิ๊ง มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเป็น 31.35% เป็นผลมาจากคะแนนนิยมส่วนตัว 4.85% รวมกับคะแนนนิยมจากโครงการแจกเงินสด 10,000 บาทอีก 30.31% ก็สามารถอธิบายและยืนยันได้ว่าคะแนนนิยมของคุณอุ๊งอิ๊งเพิ่มขึ้นมาจากนโยบายการแจกเงินสด 10,000 บาทเป็นสำคัญ
ซึ่งเมื่อมีผลการสำรวจที่ออกมาในเชิงบวก สมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ชื่นชอบ พร้อมกล่าวขอบคุณประชาชน แต่ในทางกลับกัน เมื่อมีเสียงสะท้อนวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อโซเชียลบ้าง จากนักวิเคราะห์การเมืองบ้าง ในเรื่องที่คุณอุ๊งอิ๊งอ่านสคริปต์จาก iPad ตอนประชุมเอซีดี ที่กรุงโดฮา รัฐกาตาร์ ก็มีการตอบคอมเม้นต์จากคุณอุ๊งอิ๊งทันที รวมถึงนายพิชัย หะริทพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และสมาชิกพรรคเพื่อไทยคนอื่นๆอีกหลายคน แบบไม่ยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่กลับชื่นชมและอวยกันเอง
อย่าลืมว่า ความเห็นของประชาชนในทุกด้าน เป็นความเห็นบริสุทธิ์ ปราศจากอคติ ไม่ได้เป็นตามที่คุณอุ๊งอิ๊งเข้าใจ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ สามารถแยกแยะได้ว่า อะไรถูกอะไรผิด อะไรคือความเหมาะสม และคุณอุ๊งอิ๊งก็เป็นบุคคลสาธารณะ ประชาชนสามารถออกมาแสดงความเห็นได้อย่างอิสระ ไม่ควรออกมาตอบโต้ หรือปิดหูปิดตา ไม่ฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเลย
ถ้าหากจะปิดตัวเอง หลงตัวเอง ไม่พัฒนาตัวเอง เชื่อว่าไม่นาน ก็จะพ้นตำแหน่งด้วยการกระทำของตัวเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินโชว์วิสัยทัศน์ลุยถกทวิภาค
“อนุทิน” โชว์วิสัยทัศน์ที่ประชุมอาเซียน แนะ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-บทบาท” หารือทวิภาคีทั้งผู้นำเวียดนาม-มาเลเซีย-สิงคโปร์ “สีหศักดิ์” แจงหารือ 3 ฝ่ายปัญหาไทย-กัมพูชา เล็งส่งอุปทูตกลับไปประจำการ
กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ
'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

