'หมอวรงค์' เปิดข้อสังเกตสมาชิกแพทยสภา ปมทักษิณป่วยทิพย์ ปีนี้ความจริงต้องปรากฏ

2 ม.ค.2568 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปี 2568 ความจริงต้องปรากฏ...ผมได้รับหนังสือส่งตรงมาถึงผมด้วย ที่แสดงความห่วงใย กรณีการรักษาตัวนายทักษิณ ทั้งที่ร.พ.ราชทัณฑ์ และร.พ.ตำรวจ ส่งตรงถึงประธานอนุกรรมการสอบสวนคดีจริยธรรม แพทยสภา ลงท้ายว่าเป็นสมาชิกแพทยสภา

ในฐานะที่ผมเป็นแพทย์ และได้รับเอกสารชิ้นนี้ด้วย ผมอ่านแล้วเข้าใจ กระจ่าง ผมจึงขอสรุปแปลเป็นภาษาชาวบ้าน เฉพาะประเด็นสำคัญๆ

1.โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือเพียงพอจริงหรือ ไม่มีทีมแพทย์และพยาบาลจริงหรือ จึงไม่สามารถรักษานายทักษิณได้ ต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลตำรวจ รวมทั้งไม่สามารถรับตัวกลับไปรักษาที่ร.พ.ราชทัณฑ์

2.ผู้ป่วยที่อายุเกิน70ปี มีสภาพวิกฤติ ต้องส่งต่อร.พ.ตำรวจ และไม่สามารถย้ายกลับร.พ.ราชทัณฑ์ จะต้องมีหลักฐานและแลปที่สำคัญ ที่ตรวจแล้วยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยวิกฤติตลอดการรักษาเช่น cardiac enzymes, electrolytes, blood gases, เอกซเรย์ปอด ซึ่งยืนยันสภาพการเจ็บป่วยวิกฤต

3.ห้องพักผู้ป่วยชั้นที่ 14 ซึ่งนายทักษิณพักอยู่ ที่โรงพยาบาลตำรวจ มีอุปกรณ์ที่จะดูแลผู้ป่วยวิกฤติ เช่นมีสถานีพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต (Intensive Care Nursing Station) มีอุปกรณ์เพื่อบำบัดผู้ป่วยในวิกฤต เช่น ระบบการติดตามอาการผู้ป่วย (EKG, Oxygen Saturation, Blood Pressure Monitoring System) เครื่องช่วยหายใจ (ventilator) เครื่องดูดเสมหะ รวมทั้งมี การจัดเวรพยาบาลเฝ้าดูติดตามอาการตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่ มีบันทึกสัญญาณชีพ ปริมาณนำ้เข้า/ออก (intake / output)อาการทั่วไปและการตรวจเยี่ยมของแพทย์อย่างถูกต้องต่อเนื่องทุกวันตลอดการรักษาหรือไม่

4.การตรวจด้วยMRI(นายทวี สอดส่องเคยให้สัมภาษณ์ไว้) โดยปกติแล้ว จะไม่ทำในผู้ป่วยวิกฤติ ถือว่าเป็นข้อห้ามทำในผู้ป่วยวิกฤติ เพราะใช้เวลานานร่วมชั่งโมง ที่สำคัญผู้ป่วยต้องมีสัญญาณชีพปกติ(vital sign) การทำMRIจึงขัดแย้งกับอาการวิกฤติของนายทักษิณ

5.การส่องกล้องผ่าตัดที่หัวไหล่ (ที่ปรากฏตามข่าวว่าเป็นเอ็นเปื่อย???) ถือว่าเป็นการผ่าตัดที่รอได้ จะทำต่อเมื่อผู้ป่วยนั้นไม่มีภาวะวิกฤติแล้วเท่านั้น เพราะต้องใช้การวางยาสลบ (General Anesthesia)ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงอย่างสำคัญโดยไม่จำเป็นต่อหัวใจ ระบบไหลเวียน และปอดในผู้ป่วยผู้สูงอายุมากกว่า 70 ปี (ดังนั้นถ้ามีการส่องกล้องผ่าตัดที่หัวไหล่ แสดงว่า ผู้ป่วยรายนี้ต้องไม่อยู่ในภาวะวิกฤติ ถ้าไม่วิกฤติ ทำไมไม่ส่งตัวกลับราชทัณฑ์)

6.ในทางตรงกันข้าม หากนายทักษิณ ชินวัตรมิได้ป่วยสภาพวิกฤตจริงแล้วไซร้ (ซึ่งยืนยันโดยพฤติการณ์ที่ได้รับการตรวจ MRI และ การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ภายใต้การวางยาสลบ) แพทย์ผู้ใดที่ได้ทำเอกสารสำแดงความเท็จรับรองว่าผู้ป่วยมีสภาพวิกฤต ย่อมประพฤติมิชอบ ฝ่าฝืนมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมอย่างร้ายแรง ใช้วิชาชีพแพทย์โดยทุจริตเพื่อช่วยให้ผู้ต้องโทษหลีกเลี่ยงการรับโทษจำคุกในทัณฑสถาน

7.ปรากฏขอเท็จจริงในทางการแพทย์ว่า ผู้สูงอายุที่อยู่ในโรงพยาบาลเพียงสัปดาห์เดียว ไม่ว่าจะต้องนอนอยู่ในเตียงตลอด หรือ จำกัดการเดินในห้องพักผู้ป่วย ย่อมจะเกิดภาวะสภาพการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อลีบลง

แต่ในผู้ป่วยรายนี้ ปรากฏต่อสาธารณะว่า นายทักษิณ ชินวัตรผู้ป่วยมิได้มีสภาพการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ดังนั้นแล้ว จึงเป็นข้อพิรุธว่า ผู้ป่วยมิได้ป่วยด้วยสภาพวิกฤตตั้งแต่ต้น และ มิได้รับการรักษาแบบผู่ป่วยวิกฤตในโรงพยาบาลตำรวจ

หากนายทักษิณ ชินวัตรป่วยวิกฤตจริงแต่มีการทำกายภาพบำบัดเพื่อป้องกันสภาพมวลกล้ามเนื้อลีบ ย่อมจะต้องมีบันทึกของแพทย์ฟื้นฟู (Rehabilitation Medicine) , นักกายภาพบำบัด (Physiotherapist) , และ แพทย์สาขาผู้สูงอายุ(Geriatrician)อีกทั้งยังต้องมีการตรวจรักษาภายหลังจากออกจากโรงพยาบาล

นี่คือข้อสังเกตที่เพื่อนแพทย์ ในฐานะสมาชิกแพทยสภา ส่งตรงมาให้ผมได้อ่าน ผมจึงเอาบทสรุปที่สำคัญที่เขาวิเคราะห์ ทางการแพทย์นำมาให้อ่าน ดูแล้วถ้าทุกอย่างตรงไปตรงมา คณะที่ช่วยนายทักษิณน่าจะรอดยาก ปี2568จึงเป็นปีแห่งความจริงต้องปรากฏ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.ทวีศิลป์หัวทิ่ม! เจอเบรกลาออก ผบ.ตร.ตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง

ผบ.ตร.ตั้งจเรตำรวจแห่งชาตินั่งประธานสอบวินัยร้ายแรง 'พล.ต.ท.ทวีศิลป์' ปมชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เบรกลาออกก่อนเกษียณ ย้ำต้องรอผลสอบวินัยร้ายแรง

'อุ๊งอิ๊ง' อวยพรวันเกิด 'ทักษิณ' บอกยังไม่เคยลืมผลงานดี ที่ทำเพื่อประเทศไทย

แพทองธาร ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์สุขสันต์วันเกิดนายกฯทักษิณ ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว มีความสุขในทุกๆวัน

'แพทยสภา' เตรียมชง  8 ประเด็นสำคัญปฏิรูป สปสช. เสนอวงสัมมนา กมธ.ฯวุฒิสภา พิจารณา

เลขาฯแพทยสภา เตรียมร่วมสัมมนาเชิงนโยบายระดับประเทศ เรื่อง การปฏิรูประบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาลกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

อย่าอินมาก! นักวิชาการชี้ ภาพ 'ทักษิณ' พบผู้นำอินโดนีเซีย แค่สีสันการเมือง เผย 'ปราโบโว' เพื่อนเก่าทักษิณ พบกันไม่ใช่แปลก ย้ำ นานาชาติเข้าใจ นายกฯ-รัฐบาล ผู้มีอำนาจตัวจริง

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า การพบกันระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะทั้งสองมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ภาพที่ออกมา เป็นสีสันการเมืองเท่านั้น

'ธนพร' ซัดขบวนการไอโอ สร้างกระแสอวย 'ทักษิณ' เคลมผลงานปิดดีลกุ้งไทยกับมาเลเซีย

นายธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความคิดเห็นถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาการส่งออกกุ้งไทยไปยังประเทศมาเลเซีย โดยระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเพียงการสร้างกระแสจากผู้สนับสนุนทางการเมืองเท่านั้น

เชียร์ 3 อดีตนายกฯชินวัตร เดินเกมเศรษฐกิจ ชูเป็น 'ทูตเศรษฐกิจภาคประชาชน'

อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย มองการพบปะผู้นำอาเซียนของ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร” เป็นโอกาสสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ย้ำไม่ใช่การวัดพลังการเมือง แต่เป็นการใช้คอนเนกชันส่วนตัวช่วยเปิดตลาดใหม่ ดึงการลงทุน พร้อมวอนกลุ่มที่จับตาเลิกมองด้วยอคติ หันมามองผลลัพธ์ต่อประชาชน