1 ก.พ.2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งในส่วนของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ศรีสะเกษ ซึ่งน่าจะชัดเจนแล้ว ว่าผู้สมัครนายกอบจ.ศรีสะเกษ หมายเลข 7 นายวิชิต ไตรสรณกุล แชมป์เก่า จากพรรคภูมิใจไทย ได้รับคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอนแล้ว
โดยคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 20.15 น. หมายเลข 7 นายวิชิต ไตรสรณกุล ได้ 173, 672 คะแนน ขณะที่หมายเลข 1 นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย โดยนายทักษิณ ชินวัตร ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยหาเสียงด้วย ได้ 112,404 คะแนน
เป็นที่น่าสังเกตว่า จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพื้นที่หนึ่งที่พรรคเพื่อไทย และนายทักษิณ ชินวัตร ตั้งความหวังไว้มากที่จะโค่นแชมป์เก่าจากพรรคภูมิใจไทย ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค
นายทักษิณ ปราศรัยหาเสียงช่วย นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ผู้สมัครนายกอบจ.ศรีสะเกษ เมื่อ 25 ม.ค.ที่่ผ่านมาช่วงหนึ่งว่า "วันนี้ผมกลับมาแล้ว ผมเพื่อนเยอะ แต่เพื่อนผมต้องรักประชาชนและประเทศชาติมาก่อน ถ้าเพื่อนผมรักกำไรมากเกินไปก็ต้องเตือน กำไรเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่ารักจนคนไทยแย่ ประเทศแย่ วันนี้ผมมาแล้ว ใช้งานผมให้เต็มที่ เหลืออีกเจ็ดปีจะต้องมาใช้หนี้พี่น้องอีสานโดยเฉพาะพี่น้องศรีสะเกษที่อุตส่าห์ไล่หนูตีงูเห่าให้ผม เหลืออีกสองตัวเองจัดการให้หน่อย"
"วันนี้มาแล้วรีบๆใช้ อายุเยอะแล้ว เรี่ยวแรงก็ไม่ค่อยมี แล้วผมอยู่ทำงานได้อีกแค่ 40 ปีเอง ให้กำลังใจตัวเอง พ่อเฒ่าแม่เฒ่าแถวนี้จะได้มีกำลังใจว่าทักษิณ 76 ยังสู้อยู่ ผมเป็นคนที่ไปไหนจะทำงานต้องมีมือไม้มือไม้ของผม สำหรับศรีสะเกษนี้ผมอยากได้นายก อบจ.ที่เป็นพรรคเพื่อไทย พี่น้องให้วิวัฒน์ชัยมาเป็นนายกอบจ.ให้ผมได้หรือไม่ แล้วเลือก สจ.ให้วิวัฒน์ชัย รับรองว่าเขาจะเป็นมือไม้ให้พี่น้องทำงานร่วมกันแก้ปัญหาหลายเรื่อง"
"พี่น้องให้กำลังใจผมหน่อยนะ จะได้มาหาพี่น้องเป็นประจำ ให้กำลังใจผมโดยการเลือกนายกอบจ.ให้ผม เราไม่ได้ให้วิวัฒน์ชัยมาเป็นเทวดาแต่ต้องมารับใช้พี่น้องชาวศรีสะเกษ ทุกคนที่มาจากเพื่อไทยถ้าใครเป็นเทวดา ทำตัวเทวดา ไม่สนใจชาวบ้านเราไม่ส่งลงเลย ขนาดผมยังติดดินเลย ดังนั้นชาวบ้านธรรมดามาเป็นนายกอบจ.เป็น สจ.ห้ามลอย ต้องติดดินเข้าไว้ ถ้าไม่ติดดินก็ไม่ใกล้ชิดประชาชน ซึ่งผมอยากเห็นนักการเมืองใกล้ชิดประชาชน รักประชาชน ประชาชนถึงจะพ้นทุกข์และมีความสุข"
“วันที่ 1 ก.พ.นี้ผมจะลุ้นด้วยใจระทึกว่าพี่น้องชาวศรีสะเกษยังอยากใช้ผม ยังอยากใช้งานผมอยู่หรือเปล่า พอเปิดคะแนนมาตอนแรกวิ่งนำเลย ไม่ต้องลุ้น นำไปเลยเหมือนม้าเข้าเส้นชัยทันที เบอร์หนึ่งนำมาตลอด“
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ยันเร่งดันคนละครึ่งพลัสให้เร็วที่สุด เติมเงินให้มากกว่าเดิมแน่นอน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการคนละครึ่งพลัสที่จะดำเนินการต่อ ว่า โครงการคนละครึ่งพลัสต้องออกมาอยู่แล้วไม่ว่าสถานการณ์น้ำมันจะมีหรือไม่มี เพราะเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้สัญญาไว้กับประชาชนและเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เราต้องดำเนินการเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดที่จะมาถึงนี้
'อนุทิน' รับสบายใจขึ้น ควบคุมสถานการณ์น้ำมันได้ประชาชนมีใช้เพียงพอ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” กรณีปัญหาน้ำมันสบายใจแล้วหรือยังที่ได้ชี้แจงในเวทีดังกล่าว ว่า มันสบายใจขึ้นเพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และเกิดความมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศยังมีเพียงพออยู่ ตรงนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าได้แถลงแล้วสบายใจขึ้น ไม่เกี่ยว
🔴 LIVE ‘ดร.รุสตั้ม’ ชี้จุดจบ THE LAST WAR อิหร่านขยี้อิสราเอล!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
🔴 LIVE ‘ดร.รุสตั้ม’ ชี้จุดจบ THE LAST WAR อิหร่านขยี้อิสราเอล!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2569
'อนุทิน' เผยมีโอกาสน้ำมันขึ้นราคาอีก ชี้ประเทศไทยไม่ขาดน้ำมัน คือความสำเร็จในภาวะสงครามตะวันออกกลาง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร ว่า ราคาเป็นไปตามกลไก เราพยายามทำให้อย่างน้อยความมั่นคงทางการมีน้ำมันในประเทศมีมาก ราคาถ้าอุ้มมากงบประมาณที่เอามาใช้ก็ร่อยหรอไปทุกวัน และที่สำคัญถ้าราคาต่ำกว่า
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ รายชื่อ 'ครม.อนุทิน 2' 30 มี.ค.นี้
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯรายชื่อ “ครม. อนุทิน2” จันทร์ที่ 30 มี.ค.นี้ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เดินหน้าเร็วที่สุด ให้ได้รบ.เต็มรูปแบบ ยันพร้อมสนับสนุนนโยบายพรรครัฐบาล รวมเป็นนโยบายรัฐบาล
'อนุทิน' สั่งตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ให้ทุกหน่วยงาน มท. บรรเทาผลกระทบประชาชน
นายกฯอนุทิน เซ็นตั้ง "ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของกระทรวงมหาดไทย" เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการในสังกัด รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับส่วนกลางและจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

