
30 มี.ค.2568-ศูนย์รับแจ้งเพื่อตรวจสอบความเสียหายของอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว (ศรต.ยผ.) กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ออกแถลงการณ์การตรวจสอบอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวตอนหนึ่งระบุว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการตั้งศูนย์รับแจ้งเพื่อตรวจสอบความเสียหายของอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว (ศรต.ยผ.) ณ กรมโยธาธิการและผังเมืองถนนพระรามที่ 6 โดยประสานงานกับสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร และวิศวกรอาสาภาคเอกชน เพื่อรวบรวมวิศวกร ที่จะดำเนินการตรวจสอบอาคารที่มีการแจ้งว่าได้รับความเสียหาย ซึ่งปัจจุบันรวบรวมได้ประมาณ 200 คน โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้แบ่งอาคาร ในการตรวจสอบออกเป็น 3 กลุ่ม
อาคารกลุ่มที่ 1 ได้แก่ อาคารภาครัฐ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน อาคารราชการในเขต กรุงเทพมหานคร โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการตรวจสอบร่วมกับ สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร และวิศวกรอาสาภาคเอกชน โดยในวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2568 กรมฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบอาคารที่ได้รับการร้องขอแล้ว จำนวน 28 หน่วยงาน จำนวน 89 อาคาร / สามารถใช้งานได้ปกติจำนวน 73 อาคาร / มีความเสียหายปานกลาง สามารถใช้งานได้จำนวน 13 อาคาร โครงสร้างมีความเสียหายอย่างหนักโดยได้สั่งให้ระงับการใช้งานอาคาร จำนวน 3 อาคาร
กลุ่มที่ 2 ได้แก่ อาคารสูง โรงแรม คอนโดมิเนียม หอพัก ห้างสรรพสินค้าที่เป็นของภาคเอกชน อาคารเหล่านี้ เป็นอาคารที่ต้องมีการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคารทุกปีอยู่แล้ว กรมโยธาธิการและผังเมืองได้แนะนำให้เจ้าของอาคารให้ผู้ตรวจสอบอาคารที่เคยตรวจสอบเข้าดำเนินการ ตามคู่มือสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวของกรมโยธาธิการและผังเมือง ในกรณีที่ผู้ตรวจสอบอาคาร ไม่สามารถตรวจสอบอาคารได้ ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองมีผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียน จำนวนมากกว่า 2,600 ราย สามารถค้นหาผู้ตรวจสอบอาคารได้ผ่านเว็บไซต์กรมโยธาธิการและผังเมือง ปัจจุบันกรมโยธาธิการและผังเมือง
กลุ่มที่ 3 ได้แก่ อาคารบ้านพักอาศัย ตึกแถว ห้องแถว และอาคารทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานครกรุงเทพมหานครจะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการตรวจสอบให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาแก่พี่น้องประชาชนผ่าน Traffyfondue
สำหรับอาคารในต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้สั่งการให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ดำเนินการตรวจสอบอาคาร ร่วมกับวิศวกรขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่นและวิศวกรอาสาของเอกชนในพื้นที่ ร่วมกันดำเนินการเช่นเดียวกับส่วนกลางและให้คำปรึกษาแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยสั่งการให้มีการตรวจสอบอาคารสาธารณะ เช่น โรงพยาบาล หรืออาคารหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เกิด
ความมั่นใจในการใช้อาคาร ปัจจุบันได้มีผลการตรวจสอบอาคารในส่วนจังหวัด 31 จังหวัด จำนวน 190 อาคาร
กรมโยธาธิการและผังเมืองมีช่องทางให้เจ้าของอาคาร ผู้ตรวจสอบอาคาร หรือพี่น้องประชาชน สามารถรับทราบข้อมูลต่าง ๆ ผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมฯ สื่อมวลชน โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์
นอกจากนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนดำเนินการรื้อถอนเครนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว บริเวณริมทางด่วนดินแดง ปัจจุบันกรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วยกรมโยธาธิการและผังเมือง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ เป็นคณะกรรมการร่วมกันในการรื้อถอน โดยมีผลความคืบหน้า ดังนี้
1. เครนที่ได้รับความเสียหาย มีความยาวประมาณ 45 เมตร จะทำการรื้อถอนด้วย mobile crane ล่าสุดได้ทำการรื้อถอนเครนในส่วนแรก ความยาวประมาณ 35 เมตร เสร็จเรียบร้อยแล้ว
2. ในส่วนเครนช่วง 10 เมตร ที่เหลือ และส่วนที่พาดด้านบนอาคาร ซึ่งได้ยึดไว้กับอาคารแล้ว จะมีการประชุมคณะทำงาน ฯ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยในวันนี้ (30 มีนาคม 2568) หากตรวจสอบพบว่ามีความปลอดภัย จะสามารถเปิดให้ใช้ทางด่วนได้
3. การรื้อถอนเครนส่วนที่เหลือ จะต้องใช้เครนขนาดเล็ก 3 ตัว 3 ขนาด ซึ่งตามแผนจะประกอบติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน ในวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 2568
4. การรื้อถอนเครนช่วง 10 เมตร ที่เหลือและส่วนที่พาดด้านบนอาคาร จะมีแผนดำเนินการปิดการใช้งานทางด่วนบางช่วงในเวลากลางคืน ของวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 2568 และทำการรื้อถอน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 และสามารถเปิดให้ใช้ทางด่วนได้ตามปกติ
ในส่วนของอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่พังถล่ม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นหน่วยงานหลักที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งปัจจุบันกรมฯ ได้ตั้งคณะกรรมการ ฯ เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย วิศวกรใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นประธาน รองอธิบดี กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นรองประธาน นายกสภาวิศวกร เป็นที่ปรึกษา และมีกรรมการประกอบด้วย ศาสตราจารย์ ดร. เป็นหนึ่ง วานิชชัย อาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยี แห่งเอเชีย (AIT) ผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูประถัมภ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และผู้อำนวยการสำนัก/กองที่เกี่ยวข้องของกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นคณะกรรมการ มีคำสั่งแต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว
โดยจะได้มีการประชุมครั้งแรก ในวันจันทร์ที่ 31 มี.ค.2568 โดยจะรายงานผลให้กับนายกรัฐมนตรีทราบภายใน 7 วัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผ่นดินไหวเขย่า 'เวียดนาม' ขนาด 3.8 'เมียนมา' 3.1
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 3.8 ลึก 10 กิโลเมตร
สำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รับระบบประกันภัยพิบัติ อึ้ง 4.9 แสนครัวเรือน
รัฐบาลเผยผลสำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รองรับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พบข้อมูลกว่า 4.9 แสนครัวเรือน
'เลขาฯสภา' ประสาน 'กรมโยธาฯ' ตรวจสอบฝ้าศูนย์อาหารสภาถล่ม ติดป้ายปิด 1 วัน
‘ศูนย์อาหารสภา’ ติดป้ายปิด 1 วัน หลังฝ้าถล่ม คาดเกิดจากน้ำรั่วซึม ด้าน ‘เลขาธิการสภา’ เผยประสานกรมโยธาฯเข้าตรวจสอบแล้ว
แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 4.0 ก่อนตามมาอีก 2 รอบ
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวประเทศเมียนมา ขนาด 4.0 ขนาด 4.0 ความลึก 10 กิโลเมตร
รัฐบาลเร่งทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้เสร็จ ก.ย. นี้
รัฐบาลตั้งเป้าจัดทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. เผยค่าเบี้ยประกันต่อปีน้อยกว่าวงเงินการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย
เจ้าหน้าที่เทศบาลบุรีรัมย์ เข้าทำงานปกติแล้ว หลังพบอาคารสั่นคล้ายแผ่นดินไหววิ่งหนีตายจ้าละหวั่น
จากกรณีพบแรงสั่นไหวเกิดขึ้น ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอาคารปูนขนาด 4 ชั้นครึ่ง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 ตั้งอยู่บริเวณถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 โดยสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นายอนุชิต เหลืองชัยศรี

