ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกฯ เนปาล พร้อมภริยา เข้าเฝ้าฯ ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก
2 เม.ย.2568 - เวลา 18.12 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเค พี ศรรมะ โอลี (Mr. K P Sharma Oli) นายกรัฐมนตรีเนปาล และนางราธิกา ศากยะ (Mrs. Radhika Shakya) ภริยา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีเนปาลครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรก นับตั้งแต่ประเทศไทยกับเนปาลสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อปี 2502 และเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมหารือกัน เพื่อยกระดับความร่วมมืออย่างรอบด้านในหลายสาขา โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน เกษตรกรรม สาธารณสุข การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมบริการ การผลักดันความร่วมมือด้านการศึกษา และการให้ทุนการศึกษา ตลอดจนสนับสนุนสินค้าเกษตร รวมถึงแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทั้งสองประเทศ และความร่วมมือภายใต้กรอบพหุภาคี
จากนั้น เวลา 18.42 น. น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายโอกาส เตพละกุล อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ พร้อมครุยวิทยฐานะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรเครื่องทรง 3 ฤดู ชนิดทองคำ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระปรีชาสามารถด้านวิศวกรรมการบินและอากาศยาน ทรงสนพระราชหฤทัยในการศึกษาหาความรู้ทั้งด้านทฤษฎี วิชาการ และการฝึกปฏิบัติด้านการบินในหลายหลักสูตร ภทรงพระวิริยะอุตสาหะในการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ พร้อมทั้งทรงถ่ายทอดความเชี่ยวชาญด้านการบินในระดับสูงแก่นักเรียนการบิน ตลอดจนทรงจัดทำหลักสูตรการบิน ทรงปฏิบัติหน้าที่ครูการบินแก่กองทัพอากาศอย่างต่อเนื่อง และทรงมุ่งมั่นที่จะใช้ความรู้และพระปรีชาสามารถให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎร อีกทั้งยังทรงสนพระราชหฤทัยในการฝึกบินตามหลักสูตรการบินพาณิชย์ ทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอกจากกรมการขนส่งทางอากาศ กับทรงได้รับใบอนุญาตครูฝึกภาคอากาศ และผู้ตรวจสอบนักบินสำหรับเครื่องบินพาณิชย์ ทรงใช้พระปรีชาสามารถด้านการบินในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร และปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จึงนับได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นแบบอย่างของนักบินที่มีความรู้ ประสบการณ์ และความชำนาญทางการบิน และทรงอุทิศพระองค์เพื่อความก้าวหน้าของวงการการบินไทยมาโดยตลอด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน “วันมหิดล”
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารพระองค์ภา
“ในหลวง-พระราชินี” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” คณะทูตานุทูต 45 ประเทศ ร่วมในพระราชพิธี
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรการสอนภาษา-หัตถกรรมไทย ม.ฮานอย ก่อนเสด็จฯ กลับไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายเวียดนาม และคณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน 2569

