VVIP ชั้น 14 ถึงบัลลังก์ศาล! คำถามค้างคาเรื่องทักษิณป่วย...และเส้นทางคืนคุก?

คลิปวิดีโอความยาวไม่ถึง 4 นาที ที่ หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก อาจไม่มีเอฟเฟกต์อลังการหรือบทพูดยืดยาว แต่กลับ สะเทือนเส้นประสาทการเมือง ได้รุนแรงกว่าหลายชั่วโมงของการอภิปรายในสภา

ในคลิปนั้น หมอวรงค์พาชม “ห้องพัก VVIP” ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งตรงกับชั้นที่ ทักษิณ ชินวัตร เคยใช้รักษาตัวนานถึง 180 วันนับแต่คืนแรกที่เดินทางกลับประเทศไทย

สิ่งที่เห็น คือห้องพักที่แทบไม่ต่างจากโรงแรมหรู มีโซฟารับแขก โต๊ะทำงาน ห้องเยี่ยมญาติ และที่สำคัญคือ “ไร้วี่แววอุปกรณ์ทางการแพทย์” ที่ควรปรากฏในกรณีผู้ป่วยขั้นวิกฤติ

หมอวรงค์ถามประชดว่า “ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ ก็อยากอยู่ที่นี่นานๆ” ซึ่งตรงกับคำถามกลางใจสังคมว่า ห้องแบบนี้ ใช้เพื่อ “รักษาอาการโคม่า” หรือ “หลบเลี่ยงคุก” อย่างแนบเนียนกันแน่?

แม้คลิปจะไม่ได้ถ่ายในห้องที่ทักษิณใช้จริง แต่ก็พอเพียงที่จะกระตุ้นให้คำอธิบายเก่าๆ เรื่อง “ภาวะป่วยขั้นวิกฤติ” ถูกลากกลับมาทบทวนใหม่

โดยเฉพาะเมื่อย้อนดูคำชี้แจงของกรมราชทัณฑ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ที่ระบุว่า ทักษิณมีภาวะวิกฤติ ต้องรีบส่งตัวออกจากเรือนจำภายในคืนแรกที่เข้าไทย โดยไม่มีการถูกคุมขังในเรือนจำแม้แต่ชั่วโมงเดียว

คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า ทักษิณป่วยจริงหรือไม่? แต่คือ “การบังคับโทษตามคำพิพากษา” ได้เกิดขึ้นจริงหรือยัง?

และนี่เองที่ทำให้คลิปของหมอวรงค์ อาจกลายเป็น “พยานแวดล้อม” ชิ้นสำคัญ ในการไต่สวนข้อเท็จจริงของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่นัดไว้ใน วันที่ 13 มิถุนายน 2568

การไต่สวนครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อตอบว่า “ทักษิณป่วยหรือไม่” แต่คือการพิจารณาว่า มี “การลวงให้เชื่อว่ามีการบังคับแล้ว” ทั้งที่ในความเป็นจริง อาจยังไม่มีการบังคับโทษเกิดขึ้นเลยตั้งแต่ต้น

หากศาลเห็นว่าไม่มีการบังคับโทษตามคำพิพากษา และกระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นเพียง “ฉากแสร้ง” เพื่อหลีกเลี่ยงการควบคุมตัว คำวินิจฉัยที่ออกมา อาจนำไปสู่การ “ส่งตัวคืนคุก” ในทันที

และไม่ใช่จบแค่ตัวทักษิณเท่านั้น

คำตอบเรื่องจะ “คืนคุกหรือไม่” ยังส่งผลสะเทือนไปถึงข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ ตั้งแต่กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาลตำรวจ ไปจนถึงกระทรวงยุติธรรม และอาจลามไปถึง “ผู้มีอำนาจทางการเมือง” ที่มีบทบาทอำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการนี้

นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 ที่ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกทักษิณ 8 ปี ก่อนจะได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1 ปี ทว่า…ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ยังไม่เคยถูกคุมขังในเรือนจำแม้แต่วันเดียว

หลังจากคืนแรกที่กลับไทย ทักษิณใช้ชีวิตอยู่กว่า 6 เดือนในห้องพักชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งแทบไม่ต่างจากโรงแรมหรู ก่อนจะได้รับ “การพักโทษ” และย้ายกลับมาอยู่ที่ บ้านจันทร์ส่องหล้า

นี่คือภาพตัวอย่างของ “การใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน” ที่หลายคนมองว่าเปิดช่องทางพิเศษให้กับคนบางกลุ่ม โดยใช้เครื่องมือทางกฎหมายเป็นเพียง ฉากกำบังของความอยุติธรรม

สถานการณ์นี้จึงไม่เพียงทำให้สังคมตั้งคำถามกับกระบวนการยุติธรรม หากแต่ส่งผลสะเทือนไปถึง เสถียรภาพของรัฐบาลเพื่อไทย ที่ถูกมองว่าเป็น “ผู้ได้ประโยชน์โดยตรง” จากการที่ทักษิณไม่ต้องเข้าเรือนจำ เพราะความอยู่รอดทางการเมืองของพรรคผูกพันกับ อิทธิพลและการสนับสนุนจากครอบครัวชินวัตร อย่างแนบแน่น

แม้การไต่สวนในวันที่ 13 มิถุนายนจะยังไม่ใช่วันชี้ขาด แต่ แรงสั่นสะเทือนทางการเมือง กลับเริ่มปรากฏล่วงหน้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะต่อ แพทองธาร ชินวัตร ผู้นำรุ่นใหม่ที่ต้องแบกรับทั้งมรดกทางการเมือง และ “เงาของพ่อ” ที่ใหญ่เกินจะหลบได้

และไม่ใช่แค่แพทองธาร หากศาลมีแนวโน้มให้ทักษิณกลับเข้าเรือนจำ ชะตากรรมของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ยังใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ก็อาจต้องอยู่ต่างแดนอีกยาวนาน เพราะโอกาสกลับประเทศไทยโดยไม่ต้องติดคุกเหมือนพี่ชายนั้นดูจะเป็นเรื่องยากขึ้นมาก

คำถามที่ตามมา คือ เธอจะสามารถกลับมาเมืองไทยได้จริงหรือไม่? และคำถามนี้กลับกลายเป็นรองลงไปเมื่อเทียบกับประเด็นใหญ่ที่ว่า “ครอบครัวชินวัตรยังมีอำนาจเหนือกฎหมายอยู่หรือเปล่า?”

ทั้งหมดนี้ คือ “เงื่อนไขเชื่อมโยง” ที่ทำให้กรณีของ ทักษิณ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่กลายเป็นชนวนสำคัญของ เส้นทางการเมืองทั้งระบบ

และเมื่อครอบครัวนี้ยังมีบทบาทหลักในโครงสร้างอำนาจของรัฐบาล  เงื่อนไขทางกฎหมาย จึงเป็นมากกว่าแค่ข้อบท…แต่มันคือ ตัวแปรเสถียรภาพทางการเมือง

ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในการไต่สวนวันที่ 13 มิถุนายนจะนำไปสู่คำวินิจฉัยเช่นไรในภายหลัง สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ “ภาพสะท้อนของความยึดมั่นในหลักกฎหมาย” ที่สังคมไทยต้องตัดสินใจร่วมกัน

และเมื่อสังคมกำลังเฝ้ามองเส้นทางจาก VVIP ชั้น 14 สู่บัลลังก์ศาล คำถามค้างคาเรื่อง “ทักษิณป่วยถึงขั้นวิกฤติหรือไม่?” ก็อาจกลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคำถามที่ใหญ่กว่านั้น… ว่า ประเทศไทยจะยังยอมให้การเมืองอยู่เหนือกฎหมายอีกหรือไม่?

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พี่ศรี' กัดไม่ปล่อย ยื่นแพทยสภา สอบเพิ่ม 13 หมอ เอี่ยวทักษิณนอนชั้น 14 รพ.ตำรวจ

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นเอกสารข้อมูล(เพิ่ม) หลังจากที่แพทยสภามีหนังสือขอข้อมูลประกอบการพิจารณาการสอบสวนจริยธรรมกลุ่มแพทย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร

'อิ๊งค์' ลงกาดหลวง ช่วยผู้สมัคร พท. หาเสียง แวะรับการ์ดจากป้าอรุณศรี fc ฝากถึงทักษิณ

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ลงพื้นที่กาดหลวง ช่วยหาเสียงผู้สมัครเพื่อไทยตอบรับอบอุ่น แวะร้านป้าอรุณศรี fc สำคัญพร้อมรับการ์ดฝากถึง'ทักษิณ'ช่วงค่ำมีคิวเดินถนนคนเดิน

'รุทธพล' แจง การพักโทษ 'ทักษิณ' เป็นไปตามกฎหมาย ติดคุก 2 ใน 3  ย้ำ ไม่มีใบสั่งสกัดช่วย พท.หาเสียง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะครบกำห

'คปท.' ไล่บี้ป.ป.ช.เร่งคดีชั้น14 ขยายผลหาผู้ร่วมทำผิดเพิ่ม ฟัน 12 ขรก.- ทักษิณตัวการผู้สนับสนุน

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นนทบุรี เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล นายนัสเซอร์ ยีหมะ ตัวแทนคปท.ยื่นหนังสือถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ