
ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงรุนแรง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายคนเริ่มตระหนักถึงการผลกระทบดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับชีวิต สังคม และชุมชนที่อาศัยอยู่ จึงเกิดแนวคิดที่จะลุกขึ้นมาปกป้องธรรมชาติ โดยเฉพาผืนป่าในชุมชนของตัวเอง...
ที่ผ่านมา “รางวัลลูกโลกสีเขียว” โดยสถาบันลูกโลกสีเขียว บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) มีการรวบรวมผลงานที่ได้รับการยกย่องมาโดยตลอด และจากการติดตามโครงการ พบว่า มี 4 ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้แต่ละชุมชนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงชุมชนของตัวเอง ได้แก่ 1. ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่กระทบต่อความเป็นอยู่โดยตรง 2. เศรษฐกิจและสังคม เช่น การบุกรุกพื้นที่ป่าโดยกลุ่มทุน 3. ผลกระทบซ้อนสอง ทั้งภัยธรรมชาติและแรงกดดันจากระบบเศรษฐกิจ และ 4. ความตระหนักรู้จากภายใน แรงบันดาลใจที่จุดไฟในใจคนให้อยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง

และในงานประกาศ “รางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 23” ปี 2568 นี้เองก็ได้มีเวทีเสวนาที่ออกมาสะท้อนถึงปัญหาที่เคยเกิดขึ้น รวมถึงแนวคิด และความหวังของแผ่นดิน หรือที่เรียกว่า “ลานภาค” ซึ่งเป็นจุดร่วมของเครือข่ายคนรักษ์ป่าจากทั่วประเทศ ที่มาร่วมกันสะท้อนสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในแต่ละภูมิภาค พร้อมบทเรียน ข้อเสนอ และความหวังในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน

ภาคเหนือ “แม่น้ำกกจากสายธารแห่งชีวิต...สู่แม่น้ำแห่งความตาย?" โดยเวทีนี้หยิบยกปัญหามลพิษข้ามพรมแดน โดยเฉพาะสารหนูจากเหมืองแร่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ที่ไหลลงสู่ลุ่มน้ำกก ทำลายระบบนิเวศ และกระทบต่อชีวิตของคนไทยในพื้นที่ชายแดนโดยตรง “นี่คือมลพิษที่ข้ามพรมแดนมา ‘ฆ่า’ แม่น้ำที่เคยให้ชีวิต” ภาคประชาชนเสนอข้อเรียกร้อง 7 ข้อแก่ภาครัฐ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการตอบสนองเชิงนโยบายอย่างชัดเจน

ภาคกลาง – ตะวันออก “สิ่งแวดล้อมในเมืองเรื่องสำคัญของการอยู่ร่วม” สะท้อนให้เห็นว่าเมืองที่ขาดต้นไม้ พื้นที่สีเขียว และการจัดการของเสียที่ดี คือเมืองที่ไม่ปลอดภัยต่อการดำรงชีวิตอีกต่อไป ผ่านมุมมองของตัวแทนชุมชนเรวดี (รางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 21 ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน) นายกสมชาย จริยเจริญ (รางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 13 ประเภทบุคคล) และตัวแทนกลุ่ม Bigtree
ทำให้เห็นว่าสิ่งแวดล้อมในเมืองเป็นปัจจัยสำคัญต่อการอยู่รอดของมนุษย์ เพราะเมืองเป็นแหล่งอยู่อาศัยของประชากรส่วนใหญ่ของโลก หากสิ่งแวดล้อมในเมืองเสื่อมโทรม เช่น มีมลพิษทางอากาศ ขาดพื้นที่สีเขียว หรือระบบจัดการขยะไม่ดี จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างรุนแรง การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน การใช้พลังงานสะอาด และการเพิ่มพื้นที่ธรรมชาติ จึงเป็นหัวใจของการสร้างสิ่งแวดล้อมในเมืองที่เอื้อต่อการอยู่รอดในระยะยาว

ภาคใต้ "รู้เพื่อรอด รอดเพราะรู้ บนเส้นทางที่ท้าทาย" โดยสามชุมชนใต้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์จากชายฝั่งถึงป่าเขา ทั้งกลุ่มสะพานไม้บานา จ.ปัตตานี ที่ฟื้นคืนอ่าวและวิถีชีวิต กลุ่มเยาวชนอ่าวทุ่งนุ้ย จ.สตูลสร้างคนรุ่นใหม่ในพื้นที่เปราะบาง และบ้านไหนหนัง จ.กระบี่ ที่จัดการผึ้ง ป่า และทะเล อย่างสมดุล โดยมีเป้าหมายคือการสร้างแรงบันดาลใจให้เครือข่ายภาคใต้ก้าวไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) "บุกป่ากันชน ชมทับทิมสยาม ๐๗" แสดงให้เห็นถึงแนวคิด "ป่ากันชน" หรือ buffer zone ที่บ้านซำหวาย และทับทิมสยาม ๐๗ ถูกยกเป็นตัวอย่างของชุมชนที่ไม่เพียงแค่รักษาป่า แต่ยังมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกา ใช้ประโยชน์อย่างรู้คุณค่า และลดความขัดแย้งระหว่างรัฐและชุมชน และยังทำให้ชุมชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ตามวิถี มีส่วนร่วมจัดการ กำหนดกฎกติกา การพัฒนา สร้างคุณค่าแก่ทรัพยากรธรรมชาติ
ภาคกลางตะวันตก "ต้นไม้ที่แลกมาด้วยเลือดและศรัทธา" เรื่องเล่าจากบ้านเขาดิน จ.นครสวรรค์ ที่ในปี 2531 ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มอิทธิพลที่พยายามฮุบที่ดินชุมชน ด้วยอาวุธครบมือ แต่ชาวบ้านกลับยืนหยัดด้วย “ใจ” และ “สามัคคี” ปกป้องผืนป่าของตนเองไว้ได้ จากการชี้แจงกับกลุ่มชายฉกรรจ์ว่า “พื้นที่แห่งนี้เป็นสมบัติของคนบ้านเขาดิน คนที่จะเป็นเจ้าของได้ต้องเป็นคนบ้านเขาดิน เพราะคนบ้านเขาดินที่เป็นคนจน ไม่มีที่ทำกินก็มี หากจะมาขอซื้อต้องรอมติจากชาวบ้านก่อน พวกผมจะตัดสินใจขายไม่ได้ พื้นที่เป็นที่สาธารณะไม่ใช่ที่ส่วนบุคคล”
จากเหตุการณ์นั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ได้ล่าถอยไป มาทราบภายหลังว่าเป็นกลุ่มนายทุนผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ต้องการกว้านซื้อที่ดินไปขายต่อ แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ เป็นเหตุการณ์สำคัญให้คนในชุมชนช่วยกันอนุรักษ์และหวงแหนป่าชุมชนบ้านเขาดิน จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ตามเจตนารมณ์ของคนในชุมชน “เราไม่มีปืน มีแค่ความจริงและความรักในผืนดินเท่านั้น”

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) "จัดการน้ำจากป่าสู่เมือง คืนป่าสู่ชุมชน" โดนบ้านโคกคึมม่วง ใช้กลไกท้องถิ่นและระบบเครือญาติจัดการน้ำจากเขตป่าสู่เขตเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็เจรจาขอคืนพื้นที่ป่าที่เคยถูกบุกรุกคืนกลับมาโดยไม่ใช้ความขัดแย้ง เรื่องเล่าผ่าน นายสุดใจ สุวรรณศรี ประธานป่าชุมชนโคกคึมม่วง สารวัตรกำนัน (รางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 23 ประเภทชุมชน)
“ลานภาค” จึงไม่ใช่แค่เวทีเสวนา แต่มันคือ ลมหายใจของการอนุรักษ์ ที่เดินทางมาพบกัน เพื่อส่งเสียงและประสบการณ์กลับไปสู่ผืนป่าที่พวกเขาดูแล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์” ปตท. เชิญชวนคนไทยร่วมซาบซึ้งในความงดงามแห่งพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านการแสดงและกิจกรรมสุดประทับใจ ใจกลางสวนเปรมประชาวนารักษ์
ปตท. เชิญคนไทยร่วมงาน “Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์” งานเทิดพระเกียรติที่ถ่ายทอดความรัก ความเมตตา และพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านศิลปะการแสดงและกิจกรรมสร้างสรรค์ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันร่มรื่น
กลุ่ม ปตท. ปลุกพลังเด็กและเยาวชน สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน ในงานวันเด็ก กลุ่ม ปตท. ประจำปี 2569
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกลุ่ม ปตท.
ปตท. คว้า สูงสุด 9 รางวัล “รัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยมและดีเด่น” ปี 2568 สะท้อนศักยภาพการเติบโตขององค์กรในทุกมิติ
วันนี้ (22 ธันวาคม 2568) - ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Award) ประจำปี 2568 ให้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) โดยมี นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง
Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์
กลุ่ม ปตท. ขอเชิญร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

