DE สั่งเข้มเฝ้าระวังเคเบิลใต้น้ำตะวันออกกลาง 24 ชม. ย้ำเน็ตไทยไม่สะดุด

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สั่งด่วน ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย ยกระดับความพร้อมสูงสุดเพิ่มมาตรการ เตรียมความพร้อมด้านเครือข่าย เพื่อประโยชน์ของประชาชนและภาคธุรกิจไทย

24 มี.ค. 2569- นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE  เปิดเผยว่าท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงข่ายสื่อสารระหว่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลหลัก สั่งการหน่วยงานในสังกัดประเมินสถานการณ์ พร้อมเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

 โดยกำชับให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการเฝ้าระวังต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นพิเศษ พร้อมสั่งเข้มให้เตรียมแผนสำรอง ที่สามารถดำเนินการได้ทันทีกรณีเกิดเหตุวิกฤติ โดยให้ทุกโอเปอร์เรเตอร์ รายงานประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงต่อผลกระทบกับผู้ใช้บริการของตนเอง กรณีระบบเคเบิลใต้น้ำตะวันออกกลางเกิดเหตุขัดข้อง พร้อมแผนสำรองในการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับความรุนแรงของสถานการณ์ในระดับต่างๆ เพื่อความมั่นคงของระบบสื่อสารโทรคมนาคมไทย” นายไชยชนกฯ กล่าว

ด้าน พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)   หรือ NT  เปิดเผยว่า ได้ประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมวางมาตรการรองรับเพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ใช้บริการ NT ซึ่งระบบเคเบิลใต้น้ำที่ NT ใช้งานผ่านพื้นที่ตะวันออกกลางมีวัตถุประสงค์เพื่อไปยังจุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเกตเวย์ในยุโรป ได้แก่ SEA-ME-WE-4 และ AAE-1 เชื่อมโยงออกโดยตรงจากไทย ส่วน PEACE และ SEA-ME-WE-5 เชื่อมออกจากประเทศสิงคโปร์ คิดเป็น 5% ของทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ทั้งหมด  จะเห็นว่าเป็นสัดส่วนไม่มาก เนื่องจาก Content Provider รายหลักมีจุดเชื่อมต่อ/เซิร์ฟเวอร์กระจายอยู่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยแล้ว เพื่อให้ส่งข้อมูลให้ผู้ใช้จากจุดที่ใกล้ที่สุด 

นอกจากนั้นไม่มีผู้ใช้บริการที่เป็นวงจรเชื่อมโยงตรงจากไทยไปยังพื้นที่เสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม NT ได้วางมาตรการรองรับกรณีที่ไทยได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์ที่ทำให้ทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตภาพรวมทั่วโลกหนาแน่นขึ้น โดยNT ปฏิบัติตามนโยบายกระทรวง DE โดยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมความพร้อมดำเนินการตามแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) พร้อมจัดตั้ง Warroom บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อรักษามาตรฐานการบริการ  อีกทั้งได้เตรียมความพร้อมของ Helpdesk เพื่อทำความเข้าใจ / ให้คำปรึกษาผู้ใช้บริการเมื่ออยู่ในสถานการณ์วิกฤติ

พันเอก สรรพชัยย์  กล่าวว่าNT ยังมีมีจุดเชื่อมต่อ Internet Gateway ในหลายภูมิภาค อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกาและยุโรป ทั้งในรูปแบบ Transit และ Peering ซึ่งเชื่อมโยงออกจากไทยผ่านภาคพื้นดิน และทางทะเลผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำโดยตรงจากประเทศไทยที่ NT ร่วมลงทุน 6 ระบบ  นอกจากนั้น NT ยังได้จัดหาระบบสำรองอื่นเพิ่มเติม ผ่านพันธมิตรผู้ให้บริการชั้นนำในประเทศต่างๆ เพื่อให้เกิดความหลากหลายและยืดหยุ่น (Diversity and Resilience) รองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น  โดยหากเคเบิลใต้น้ำในภูมิภาคตะวันออกกลางขัดข้องจะสามารถถ่ายโอน (Rerouting) ทราฟฟิกผ่านไปยังจุดเชื่อมต่ออื่นๆด้วยปริมาณความจุที่เพียงพอตามที่ได้เตรียมการเจรจาไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน Content Provider รายหลักมีจุดเชื่อมต่อ/เซิร์ฟเวอร์ (Node/Edge Server) กระจายอยู่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยแล้ว เพื่อให้ส่งข้อมูลให้ผู้ใช้จากจุดที่ใกล้ที่สุด ทำให้อินเทอร์เน็ตทราฟฟิกของไทยส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียทางมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการผ่าน Content Provider หลักดังกล่าว แม้จะเกิดเหตุกับจุดเชื่อมต่อในภูมิภาคอื่นๆ ก็ยังคงใช้บริการได้ปกติ   สำหรับทราฟฟิกที่วิ่งตรงไปยังจุดเชื่อมต่อในยุโรปบนเส้นทางที่ผ่านมหาสมุทรอินเดีย/ทะเลแดง ตะวันออกกลางซึ่งมีสัดส่วนน้อย                 NT สามารถบริหารจัดการโดยปรับเปลี่ยนเส้นทางการรับ-ส่งข้อมูลไปยังเส้นทางทางเลือกอื่น เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้งานให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมคงประสิทธิภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามเพื่อลดความล่าช้าในการรับส่งข้อมูล (Latency) ในบางปลายทาง NT  จึงมีการปรับเส้นทางการเชื่อมต่ออัตโนมัติและบริหารจัดการโครงข่ายได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ต่อเนื่อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีอี เตือนข่าวปลอม 'ปปง. เปิดบัญชีไลน์ใหม่ ชื่อ ปราบปรามการฟอกเงิน' ระวังมิจฉาชีพหลอกสูญเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

รมช.ดีอี ลุยสร้างเครือข่ายต้าน 'เฟกนิวส์' ภาคอีสาน ยกระดับสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันภัย 'สแกมเมอร์'

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) จังหวัดอุบลราชธานีจัดการตนเองขององค์กรชุมชนทั่วประเทศเพื่อความยั่งยืนจากฐานราก

อดีตผู้สมัครสส.ปชน. งัด TOR โต้ ปลัดดีอี อ้างยกเลิก TH-AI Passport ไม่ได้

นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และคณะทำงานผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้ตั้งคำถามถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของโครงการ ได้โพสต์ TOR โครงการ TH-AI Passport พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก

'ไอซ์ รักชนก' เปิด TOR โครงการแจก AI ฟรี ถามทำไมต้องเน้นประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัล บริษัทใครชนะประมูล

รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ทำไมเราต้องยุติ ยกเลิก โครงการ TH-AI passport 1,621ล้าน ?

ไม่เกินคาด! เด็กส้มซัด TH-AI กลโกงดิจิทัลหาเงินให้ระบอบสีน้ำเงิน

'สส.ปชน.' อัดยับ 'TH-AI Passport' ส่อฮั้วครั้งใหญ่ แฉกลโกงดิจิทัลโมเดลใหม่ ขนเงินอุ้ม 'ระบอบสีน้ำเงิน' ฉะ เปิดฟังความเห็นแค่ฟอกขาว หวังชะลอเฟส 2 มูลค่า 900 ล้าน จ่อถล่มในงบปี 2570

ดีอี แจงข่าวจริง 'ETDA ออกกฎใหม่ ยิงโฆษณาในสื่อโซเชียล ต้องสแกนหน้า-ยืนยันตัวตนก่อน' ช่วยตัดช่องทาง 'สแกมเมอร์' หลอกลวง ปชช.

AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,496 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,716 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด