นักวิชาการชี้ นายกฯทำคนเดียวไม่ไหว แนะยกเครื่องสื่อสาร รับมือวิกฤตน้ำมัน-แรงกดดันการเมือง

24 มี.ค.2569-รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง แสดงความเห็นต่อสถานการณ์พลังงานท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลางว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังอยู่ในภาวะ ตั้งรับเต็มตัว ทั้งที่มีข้อมูลอยู่ในมือจำนวนมาก โดยปัญหาสำคัญไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติที่ยังไม่ทั่วถึง

รศ.ดร.ธนพร ระบุว่า นายกฯ ทำส่วนของตัวเองแล้ว คือ การออกนโยบายคุมราคาน้ำมัน คุมผู้ประกอบการ ตั้งทีมเฉพาะกิจ จับแก๊งกักตุน ให้ผู้ค้าน้ำมัน ระบายคลังสำรอง อย่างเร่งด่วน คุมราคาสินค้า ทุกอย่างออกมาเป็นคำสั่ง ก็เหมือนให้ดาบคนทำงาน แต่จะให้นายกฯ ลงไปตรวจสอบตามร้านค้า แบบนั้น ก็เกินไป เนื่องจากบทบาทหลักควรอยู่ที่การกำกับนโยบายในภาพรวม ขณะที่หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง ต้องลงมือปฏิบัติอย่างเข้มข้นและครอบคลุมมากกว่านี้

“การตรวจร้านค้าทั่วประเทศเพียงประมาณ 2,000 ร้าน หากเฉลี่ย 77 จังหวัด จะตกจังหวัดละเพียงราว 30 ร้าน ถือว่าน้อยเกินไป และอาจไม่สะท้อนสถานการณ์จริงในพื้นที่ อีกทั้งรูปแบบการรายงานที่ยังจำกัดอยู่เพียงเอกสาร ก็ไม่สามารถรับมือกับความตื่นตระหนกของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันต้องทำมากกว่านี้ ตัวอย่างการลงพื้นที่มันต้องถึง ถ้าพบใครทำผิดต้องจับกุม ทำให้มันจริงจัง ให้ประชาชนเห็นว่ารัฐไม่ได้ปล่อยปละ ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบ นี่ไม่ใช่เวลามาเช้าชาม เย็นชาม หรือผักชีโรยหน้า” รศ.ดร.ธนพร กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังเสนอว่า เมื่อรัฐบาลมีข้อมูลด้านพลังงาน เช่น ยอดรับและยอดใช้น้ำมันรายวันจากสถานีบริการ ควรเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง ลดความตื่นตระหนก และเสริมความเชื่อมั่น

ในมิติการสื่อสาร รศ.ดร.ธนพร เห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องยกเครื่องใหม่ทั้งหมด โดยเน้นความโปร่งใส ชัดเจน และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบัน ฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายค้าน ได้เริ่มใช้เครื่องมือดิจิทัลเปิดช่องให้ประชาชนรายงานสถานการณ์ในพื้นที่แล้ว ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องปรับตัวเชิงรุก

นอกจากนี้ ยังระบุว่า ทุกภาคส่วนในรัฐบาลและพรรคการเมืองฝ่ายสนับสนุนควรเข้ามามีบทบาทร่วมกัน โดยเฉพาะการใช้เครือข่าย ส.ส. ในพื้นที่ ช่วยรายงานสถานการณ์จริง และสื่อสารข้อมูลด้านพลังงานไปยังประชาชนอย่างต่อเนื่อง
“นายกฯ ไม่สามารถรับมือสถานการณ์ได้เพียงลำพัง ทุกองคาพยพต้องช่วยกันขับเคลื่อน หากยังปล่อยให้การทำงานกระจุกตัวอยู่ที่ผู้นำเพียงคนเดียว ให้ผู้นำเป็นกันชน ส่วนตัวเอง อยู่สบาย ระวังจะอยู่ลำบากเสียเอง” รศ.ดร.ธนพร กล่าวทิ้งท้าย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรวีร์' งัดสถิติซักฟอกรัฐบาล 'อนุทิน' ให้มากกว่า 'ประยุทธ์'

“กรวีร์” งัดสถิติโชว์สื่อ “รัฐบาลภูมิใจไทย” ให้เวลา 45-48 ชั่วโมง เยอะสุดแล้ว เทียบสมัย “ประยุทธ์” ซักฟอก 4 วัน ลงมติอีก 1 วัน เผย “ฝ่ายค้าน” ยืนกรานสัปดาห์หน้าไม่พร้อม ขอขยับไป พ.ย. บอกถ้าผมเป็นคนยื่นก็แสดงว่าต้องพร้อม

'โรม' ซัด 'อนุทิน' บีบเวลาฝ่ายค้านซักฟอกน้อย มาตรฐานแย่กว่าผู้นำที่มาจากรัฐประหาร

‘โรม’ ชี้รัฐบาลบีบเวลาอภิปรายซักฟอก ซัด ‘อนุทิน’ มาตรฐานแย่กว่ายุค ‘พลเอกประยุทธ์‘ ยืนยัน ขอใช้เวลา 5 วัน - ขอไม่วิจารณ์ปม ’รักชนก‘ โพสต์ เลิกบูชาตัวบุคคล มอง ใครได้ประโยชน์ - เบี่ยงประเด็นหรือไม่

สุดแสบ! พรรคส้ม เปิดภาพคล้ายหมายจับ ล็อกเป้าซักฟอก 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทย

เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน โพสต์ภาพที่จัดทำขึ้นในรูปแบบคล้ายหมายจับมาเชื่อมโยงกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทย พร้อมข้อความว่า WANTED : เปิดข้อกล่าวหาไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่ช้าในสภาผู้แทนราษฎร

จับตา! ศึกซักฟอก 'อนุทิน-ไชยชนก-ทรงศักดิ์' โดนหนักสุด

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตา อนุทิน-ไชยชนก-ทรงศักดิ์ โดนหนักสุด" โดยระบุว่า

'ธนพร' ซัด 'อดีตปลัดสุทธิพงษ์' ถังขยะเปียก ดีแต่ปาก 'สตง.' ตรวจพบขาดทุนยับ

ขยะเปียก ดีย์แต่ปาก! "ธนพร" ย้อนผลงาน "สุทธิพงษ์" ยุคคุมท้องถิ่น ผุดโครงการเน้นคอนเทนท์ ปฏิบัติจริงไม่ได้ประสิทธิภาพต่ำ ถูก สตง.สอบเข้ม พบขาดทุนยับ หลุดเป้าอื้อ ไม่แปลกใจแบ็ก นอภ.บ้านสร้าง เพราะสายคอนเทนท์เหมือนกัน

ไม่ต้องถอดบทเรียนแล้ว! นักวิชาการ ชี้ 'น้ำท่วม' ควรปฏิรูปการบริหารจัดการมากกว่า

ดร.สนธิ ชี้น้ำท่วมสูญเสียมาก ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และน้ำตาของประชาชน ที่ผ่านมาคงไม่ต้องถอดบทเรียนอีกแล้วแต่ควรปฎิรูประบบการทำงาน