เปิดคำชี้แจงศาล รธน.อุ๊งอิ๊งโยนทำตามคำแนะนำโดยสุจริตพ่วงขอยกเลิกหยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อกดดันเขมร!

เปิดคำชี้แจงศาล รธน. 'แพทองธาร' ยันคุยกับ 'ฮุนเซน' ไม่ผิดย้ำสุจริต เหมาะสมตำแหน่ง ขอพยาน 5 คน แต่ได้เพียงเลขาฯ สมช. ปัดตกคำขอหยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้จำเป็นต่อการบูรณาการฝ่ายทหาร สร้างแรงกดดันกัมพูชา

14 ส.ค.2568 - ภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 เพื่อชี้ขาดสถานะนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร คดีนี้สืบเนื่องจากกรณีสมาชิกวุฒิสภายื่นคำร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัตินายกฯ จากปมคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน แห่งกัมพูชา ข้อกล่าวหาหลักคือ นางสาวแพทองธารขาดความซื่อสัตย์สุจริต และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ก่อนวันตัดสิน ศาลได้นัดไต่สวนพยานบุคคล 2 ปาก คือ น.ส.แพทองธาร และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 21 ส.ค.2568

รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.แพทองธารได้ชี้แจงศาลบางส่วนตอนหนึ่งว่า “การกระทำของข้าพเจ้าตามข้อกล่าวหาของผู้ร้องจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2564 แต่อย่างใด อีกทั้งการกระทำของข้าพเจ้าก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนในความสุจริตและเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งของข้าพเจ้าแต่ประการใด”

แต่มีข้อสังเกตพบว่า นายกฯ ได้ขออนุญาตให้ไต่สวนพยานบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน 5 คน ได้แก่

1.นายฉัตรชัย บางชวด ตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้ทำงานร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ และยังเป็นบุคคลที่ทราบถึงเจตนาอันแท้จริงของข้าพเจ้าในการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน

2.นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สั่งการฝ่ายปกครองด้านชายแดน

3.พล.อ.ภุชงค์ รัตนวรรณ ข้าราชการบำนาญ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกัมพูชา ทำงานด้านปฏิบัติในกัมพูชามาตั้งแต่ยศร้อยโท และทำงานอยู่กับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาตั้งแต่ท่านดำรงตำแหน่งแม่ทัพที่ 2 และผู้บัญชาการรบพิเศษอย่างต่อเนื่อง

4.พล.ท.พุฒิพงษ์ ชีพสมุทร ตำแหน่งรองเจ้ากรมพระธรรมนูญทหาร ในฐานะผู้ชำนาญด้านกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงของทหารและเรื่องอำนาจอธิปไตยของประเทศ

5.นายธนาธิป อุปัติศฤงค์ อดีตทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น อดีตทูตไทยประจำประเทศฟิลิปปินส์ และอดีตทูตไทยประจำประเทศรัสเซีย ในฐานะผู้ชำนาญด้านการต่างประเทศ และสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงวิธีปฏิบัติทางการทูตในการเจรจาแบบไม่เป็นทางการ

พยานทั้งห้าท่านมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านความมั่นคงของประเทศและตามแนวชายแดนปัจจุบัน และบางท่านมีประสบการณ์ในอดีตทั้งความมั่นคงและการต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังเป็นบุคคลที่ทราบถึงเจตนาอันแท้จริงของข้าพเจ้าในการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน อีกทั้งเพื่อให้ศาลได้รับทราบถึงความคิดเห็นว่า การดำเนินการของข้าพเจ้าในช่วงเหตุการณ์ไม่ได้กระทำโดยมีเจตนาตามที่ผู้ร้องกล่าวหา หรือเป็นการละเมิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ทั้งยังเป็นการดำเนินการตามข้อมูลและคำแนะนำของฝ่ายความมั่นคงที่ประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน และเพื่อแสดงว่าเจตนาของข้าพเจ้ามุ่งเพื่อรักษาเอกราชอธิปไตย และความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่เจตนาดังที่ผู้ร้องกล่าวหา จึงขอศาลโปรดพิจารณาอนุญาตให้มีการไต่สวนพยานบุคคลดังกล่าว เพื่อให้การพิจารณาคดีมีความครบถ้วน รอบด้านและเป็นธรรม โดยปราศจากข้อสงสัยอันอาจกระทบต่อความชอบธรรมและสถานะของข้าพเจ้าในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศ

ดังนั้น เมื่อคำนึงถึงความเป็นสัดส่วนในความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของข้าพเจ้าตามที่กล่าวมา หากข้าพเจ้ายังคงปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ต่อไป ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและอธิปไตยของชาติ อีกทั้งสามารถปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะบูรณาการเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายให้สนับสนุนการทำหน้าที่ของฝ่ายทหาร และแสดงถึงความเข้มแข็งภายในชาติ ซึ่งส่งผลเชิงจิตวิทยาแก่กัมพูชาในการรุกรานประเทศไทย ผู้ถูกร้องจึงขอศาลมีคำสั่งยกเลิกมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 71 ตามที่ผู้ร้องมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

ทั้งนี้ การยกเลิกคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เพื่อให้ผู้ถูกร้องสามารถปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีไปพลางจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาดังนี้

ข้อ 1 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญได้โปรดนำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน รวมถึงพยานบุคคลทั้งห้าซึ่งเป็นพยานบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิอันเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ ตามคำร้องของผู้ถูกร้อง เข้าสู่กระบวนพิจารณาเพื่อประกอบการพิจารณาคดีและการไต่สวนของศาลในการพิจารณาและมีคำวินิจฉัยตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 4 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 27 ที่กำหนดให้การพิจารณาคดีให้ใช้ระบบไต่สวน โดยให้ศาลมีอำนาจค้นหาความจริงไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ และในการวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานได้ทุกประเภท

ข้อ 2 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญได้โปรดพิจารณามีคำสั่งยกเลิกมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 71 ตามที่ผู้ร้องมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ทั้งนี้ การยกเลิกคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เพื่อให้ผู้ถูกร้องสามารถปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีไปพลางจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ใช้พยานบุคคล 1 ปาก คือ เลขาธิการ สมช.และ น.ส.แพทองธาร รวมถึงปัดตกคำขอให้ยกเลิกคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตะตัดขา กู้4 แสนล้าน พรรคส้มยังแทงกั๊ก จับมือ ปชป. พลิกแฟ้มคดี ศาลรธน.ชี้พ.ร.ก.โมฆะ

ลูกแอ็กชันของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีมติให้ สส.ของพรรคร่วมกันเข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเห็นชอบ

ไม่เกินคาด! ปชน.รุมอัดเงินกู้ 4 แสนล้านเหวี่ยงแห-แจกสร้างความนิยมทางการเมือง

'ศิริกัญญา' มอง รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ไม่ได้ช่วยเหลือกลุ่มตกหล่น แต่กลับเทหมดหน้าตักโปะคนละครึ่ง แย้ม จ่อถกในพรรค-ฝ่ายค้าน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ด้าน 'วีระยุทธ' แนะ ใช้เงินอย่างระมัดระวัง

ศาลรธน.ยังรอเอกสาร-ความเห็นพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งพร้อมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาอภิปรายในคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 21 คำร้อง

'เอกนิติ' ไม่หวั่นยื่นตีความเงินกู้ 4 แสนล้านย้อนยุคกู้ไทยเข้มแข็งก็ไปช่วยชี้แจงศาลมาแล้ว!

'เอกนิติ' โต้ฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลออก 'พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน' ไม่ตีเช็คเปล่า-ใช้เหตุจำเป็นเร่งด่วน เมิน 'ประชาธิปัตย์' เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ สวนยุค รบ.อภิสิทธิ์ กู้ทำไทยเข้มแข็ง ก็ไปช่วยชี้แจงศาล

ปชป. มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำลายวินัยการคลัง

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุม สส. พรรคว่า สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติวันนี้ว่า รัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มเติมอีก 4 แสนล้านบาท ด้วยการออกพระราชกำหนดกู้เงิน ซึ่งเป็นอำนาจที่รัฐบาลอ้างว่า รัฐธรรมนูญตามมาตรา 172 ได้มอบให้กับรัฐบาลดำเนินการ สามารถที่จะกู้เงินเพิ่มเติมจากการขาดดุลในงบประมาณได้ แ