
ในยุคที่โลกเผชิญกับความท้าทายจากทั้งเศรษฐกิจที่ผันผวน ภัยธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ “เกษตรกร” ซึ่งเป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย กลับต้องเผชิญกับปัญหาซ้ำซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “ผลผลิตล้นตลาด” ซึ่งนำไปสู่ราคาตกต่ำ กระทบต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของผู้ผลิตโดยตรง และท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรขนาดใหญ่อย่าง กลุ่ม ปตท. กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างรอยยิ้มและความหวังให้กับเกษตรกรไทย

กลุ่ม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร จึงได้ผนึกกำลังกับ กรมการค้าภายใน (DIT) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าสนับสนุนนโยบายรัฐบาลอย่างแข็งขันในโครงการ “กลุ่ม ปตท. ชวนคุณสร้างรอยยิ้มให้เกษตรกร” โดยเปิดพื้นที่ ณ โถงอาคาร C บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) เมื่อช่วงวันที่ 29-30 ก.ค. 2568 ให้เกษตรกรจากหลายจังหวัดนำผลผลิตคุณภาพดีมาจำหน่ายโดยตรง อาทิ ลำไยจากลำพูน มะพร้าวน้ำหอมจากราชบุรี และผักผลไม้นานาชนิดจากนครปฐมและเพชรบุรี นับเป็นการลดช่องว่างทางการตลาดและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงให้กับเกษตรกร

นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจและเป็นหัวใจสำคัญของโครงการคือการที่ กลุ่ม ปตท. เข้ามาเป็น พันธมิตรรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งไม่เพียงช่วยระบายผลผลิตที่ล้นตลาด แต่ยังรวมถึงการรับซื้อนมโคส่วนเกิน เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเครือข่ายสำคัญในสังคม ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล โรงเรียน สถานดูแลผู้สูงอายุ และยังกระจายไปยัง ลูกค้าสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีกด้วย นี่คือการสร้าง ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่เชื่อมโยงจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคและสังคมอย่างแท้จริง สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ "ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน" ได้อย่างชัดเจน

ไม่ได้มุ่งเพียงผลประกอบการแต่รวมถึง “ความเข้มแข็งของสังคมรอบตัว” ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาว การใช้พื้นที่ในองค์กรขนาดใหญ่เป็นช่องทางกระจายผลผลิตให้กับเกษตรกร แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในบทบาทขององค์กรที่สามารถขับเคลื่อน “เศรษฐกิจแบ่งปัน” ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม โดยไม่ต้องสร้างอะไรใหม่ แต่ใช้ประโยชน์สูงสุดจากสิ่งที่มีอยู่

โครงการ “กลุ่ม ปตท. ชวนคุณสร้างรอยยิ้มให้เกษตรกร” เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการแก้ไขปัญหาสังคม สิ่งที่สำคัญคือการต่อยอดโมเดลนี้ให้เป็นไปอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งอาจรวมถึงการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการตลาด การแปรรูปเพิ่มมูลค่า หรือการส่งเสริมการทำเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกรไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปตท. กับภารกิจ ‘ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2’ ความมุ่งมั่นเต็มกำลังเพื่อเสถียรภาพพลังงานไทย
ในยามที่โลกเผชิญกับความผันผวนและวิกฤตการณ์ทางด้านราคาพลังงาน กลุ่ม บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ในฐานะองค์กรพลังงานแห่งชาติ ได้ตระหนักถึงภารกิจสำคัญในการเป็นเสาหลักเพื่อดูแลความมั่นคงและ
'จาตุรนต์' เกาะติดชีวิตเกษตรกรเลี้ยงกุ้งฉะเชิงเทรา ตามหาน้ำมันดีเซลเติมเครื่องตีน้ำบ่อ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang
เกษตรกรกระอัก! ร้องนายกฯ น้ำมันไม่เพียงพอใช้งานเครื่องจักร ทำผลผลิตเสียหายย่อยยับ
นายเสถียร เสือขวัญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดระยอง พร้อมด้วย นายสิงห์ชัย เรืองขจร ประธานคณะทำงานผู้ประสานงานสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประจำภาคกลาง นำกลุ่มเกษตรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปูทะเลราคาดี เกษตรกรเพชรบุรีจับขายได้ทุกวัน หนุนรายได้ชุมชน-เสริมความมั่นคงทางอาหาร
เกษตรกรผู้เลี้ยงปูทะเลในจังหวัดเพชรบุรีมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังราคาปูทะเลในตลาดยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะ “ปูไข่” ซึ่งเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 300–700 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของปู ส่วน
สศก. อัปเกรดทักษะสำรวจต้นทุน ผสาน “วิทยาศาสตร์-เศรษฐศาสตร์” มุ่งเป้าข้อมูลแม่นยำเพื่อความมั่นคงของเกษตรกร
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงภารกิจสำคัญของ สศก. ในการขับเคลื่อนการจัดทำสารสนเทศการเกษตรและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่

