เปิดไทม์ไลน์ คดีประวัติศาสตร์ ชี้ชะตา ‘ทักษิณ’ รอดหรือคุก รู้ผลไม่เกินเที่ยง

การไต่สวนบังคับโทษ 7 นัดเต็ม ตลอดกว่า 5 เดือน พยานบุคคล–เอกสารแน่นปึ๊ก ปิดฉากวันนี้ 9 กันยายน “ทักษิณ ชินวัตร” ต้องฟังคำสั่งศาลฎีกาด้วยตนเอง ตั้งแต่เวลา 10.00 น. คาดไม่เกินเที่ยงรู้ผล เส้นทางกฎหมายที่เริ่มจากวันเปิดไต่สวน กำลังจะถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ยุติธรรมไทย

8 กันยายน 2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการนัดฟังคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่เป็นการอ่านคำสั่งหลังศาลฎีกาฯ เปิดห้องพิจารณาคดีเพื่อไต่สวนคดีชั้น 14 ทักษิณ ชินวัตร   เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30เมษายน 2568 หลังศาลฎีกาฯ ไม่รับคำร้องที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์กับพวกยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯครั้งที่สามในวันดังกล่าวให้ไต่วนเรื่องการบังคับโทษนายทักษิณ ชินวัตร แต่ศาลฏีกาฯไม่รับคำร้องของนายชาญชัย เนื่องจากเห็นว่านายชาญชัยไม่ใช่คู่ความในคดีที่อัยการสูงสุด คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นโจทก์ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตรในหลายคดีจนศาลฎีกาฯตัดสินจำคุกนายทักษิณ รวมกันแปดปี แต่ต่อมานายทักษิณได้รับพระราชทานลดโทษเหลือหนึ่งปี อีกทั้งศาลฎีกาฯ เห็นว่า นายชาญชัย ไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการบังคับโทษจำคุกแก่จำเลย(นายทักษิณ)ในคดีดังกล่าว เมื่อผู้ร้องไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในชั้นบังคับตามคำพิพากษาจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล

อย่างไรก็ตาม วันดังกล่าว 30 เมษายน ศาลฎีกาฯ เห็นว่าเมื่อความปรากฏว่า อาจมีการบังคับตามทำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลนี้ ศาลย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรจึงเข้าทำการไต่สวนเรื่องการบังคับโทษนายทักษิณ และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ได้มีการตั้งองค์คณะฯรวมห้าคน เป็นองค์คณะฯทำการไต่สวนการบังคับโทษนายทักษิณ โดยมีการเปิดห้องพิจารณาคดีไต่สวนรวมทั้งสิ้น 7 นัด โดยไม่ได้มีการเรียกนายทักษิณมาไต่สวนแต่อย่างใด แต่มีการเรียกนายทักษิณมาฟังคำสั่งศาลฎีกาเพื่อแจ้งผลการไต่สวนในวันอังคารที่ 9 ก.ย.
สำหรับการไต่สวนทั้ง 7 นัดเริ่มจากนัดแรก  13 มิถุนายน เรียก นายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯมาเบิกความ แต่เนื่องจากนายมานพ ไม่ได้เป็นผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในช่วงนายทักษิณกลับมารับโทษ จึงทำให้การไต่สวน-การเบิกความ นายมานพ จึงไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรได้มากนัก
     
นัดที่สอง ไต่สวนเมื่อ4กรกฎาคม มีพยานบุคคลขึ้นเบิกความรวม 5 ปาก เช่นพญ.รวมทิพย์ สุภานันท์ แพทย์ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ที่ทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นแพทย์ที่ออกใบรับรองให้นายทักษิณล่วงหน้า จนทำให้ถูกแพทยสภา ลงโทษด้วยการตักเตือน -นายธัญพิสิษฐ์ ขบวน พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ - นพ.นทพร ปิยะสิน แพทย์อิสระ ซึ่งเป็นหมอเวรประจำทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์-และพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อีกสองคนที่ถูกออกหมายเรียกมาเบิกความในล็อตเดียวกันคือ น.ส.จิราพร มีนวลชื่น และ น.ส.ณิชามล มากจันทร์
     
นัดที่สาม 8 กรกฎาคม -การไต่สวนนัดที่สาม มีพยานรวม 9 ปากเข้าเบิกความไต่สวน และศาลฎีกาฯเริ่มขอให้สื่อมวลชนและผู้เข้าฟังการไต่สวนงดเว้นการเผยแพร่โฆษณาคำเบิกความพยานบุคคลและพยานเอกสารที่ศาลไต่สวน ตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด หลังปรากฏว่ายังมีผู้เข้าฟังการพิจารณาคดีและผู้สื่อข่าวบางรายนำคำเบิกความพยานไปโฆษณาเผยแพร่ต่อสาธารณชนผ่านสื่อช่องทางต่าง ๆ

โดยวันดังกล่าวมีพยานเบิกความเช่น นายสัญญา วงค์หินกอง เจ้าพนักงานราชทัณฑ์อาวุโส ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ส่วนบริหารงานทั่วไป เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ -นายสมศักดิ์ บุดดีคำ นักทัณฑวิทยาชำนาญการ ประจำเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ -นายจารุวัฒน์ เมืองไทย นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ ประจำเรือนจำกลางอุบลราชธานี ในวันเกิดเหตุประจำการที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องขังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไป รพ.ตำรวจ-นายธีระศักดิ์ คงหอม หัวหน้างานตรวจค้น ประจำเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ -นายเทวรุทธ สุนทร ผอ.ทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง จ.ระยอง อดีตผอ.ส่วนควบคุมผู้ต้องขังไปศาล ได้รับมอบหมายให้รับตัวผู้ต้องขังจากศาลฎีกาไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตอนกลางวัน และได้รับคำสั่งให้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และพยาบาลเวรส่งตัวผู้ต้องขังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไป รพ.ตำรวจ ตอนกลางคืน-นายนพรัตน์ ไกรแสวง นักทัณฑวิทยาชำนาญการ ประจำเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ -นายเจนวิทย์ เรือนคำ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญการ เรือนจำ จ.อุดรดิตถ์ ในวันเกิดเหตุ ยังประจำการอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้รับคำสั่งให้เป็นผู้คุมขณะผู้ต้องขังพักอยู่ที่ รพ.ตำรวจ-นายศิวพันธุ์ มูลกัน เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญการ เรือนจำ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในวันเกิดเหตุ ประจำการอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้รับคำสั่งให้เป็นผู้คุมขณะผู้ต้องขังพักอยู่ที่ รพ.ตำรวจ-นายนิภัทร์ชล หินสุข เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ปฏิบัติงาน ประจำเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้รับคำสั่งให้เป็นผู้คุมขณะผู้ต้องขังพักอยู่ที่ รพ.ตำรวจ
     
นัดที่ 4 วันที่15กรกฎาคม -เรียกพยานเบิกความรวม  6 ปากเช่น นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ -นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ ในช่วงเกิดเหตุ เขาเป็นรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษกกรมราชทัณฑ์-นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ –นายนัสที ทองปลาด อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ -นพ.พงศ์ภัค อารียาภินันท์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ ซึ่งขณะเกิดเหตุ เขาเป็นรอง ผอ.ทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์และนพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผบ.เรือนจำมีนบุรี อดีตผู้อำนวยการทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์
     
การไต่สวนนัดที่ 5 วันที่ 18 ก.ค. มีการเรียกพยานบุคคลที่เป็นกลุ่มแพทย์ รพ.ตำรวจที่ร่วมกันรักษาและผ่าตัดรักษาการป่วยของนายทักษิณ คือ  พ.ต.อ. นพ.ชนะ จงโชคดี นายแพทย์ (สบ 5) รพ.ตำรวจ -พล.ต.ต. นพ.สามารถ ม่วงศิริ รองแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ-พล.ต.ต. นพ.ศุภฤกษ์ พัฒนปรีชากุล นายแพทย์ (สบ 6) รพ.ตำรวจ -พล.ต.ท. นพ.สุรพล เกษประยูร ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ - พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.)อดีตนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ -พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) รพ.ตำรวจ คนปัจจุบัน -พล.ต.ต. นพ.ศุภฤกษ์ พัฒนปรีชากุล นายแพทย์ (สบ 6) รพ.ตำรวจ-พล.ต.ท. นพ.สุรพล เกษประยูร

นัดที่ 6 ไต่สวนเมื่อ-25ก.ค. โดยเรียกตัวแทนจากแพทยสภา มาเบิกความ เช่นศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา และอดีตคณบดีแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล -ศ.นพ.ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล กรรมการแพทยสภา และประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน-ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช กรรมการแพทยสภา และประธานราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย เป็นต้น
     
และการไต่สวนนัดสุดท้าย นัดที่ 7  30 กรกฎาคม โดยมีนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯและรักษาการรมว.ยุติธรรม ช่วงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าเบิกความในฐานะพยานที่ฝ่ายทนายความของนายทักษิณยื่นคำร้องขอต่อศาลฎีกาฯ โดยมีการเบิกความให้ความเห็นเกี่ยวกับ ขั้นตอนและระเบียบปฏิบัติในการพักโทษ การรักษาพยาบาลนอกเรือนจำของผู้ต้องขัง และอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่มีรายงานว่า นายวิษณุ ระบุว่า ไม่รู้เรื่องกระบวนการยื่นขอพระราชทานลดโทษของนายทักษิณ
     
และวันดังกล่าว องค์คณะฯ ได้นัดฟังคำสั่งศาลฎีกาฯ แจ้งผลการไต่สวนการบังคับโทษนายทักษิณในวันอังคารที่ 9 ก.ย.

โดยในวันอังคารที่ 9 ก.ย. ช่วงระหว่างการอ่านคำสั่งในห้องพิจารณาคดี ทางศาลฎีกาฯ ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าฟังการอ่านคำสั่งและสื่อมวลชน นำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์การบันทึกภาพและเสียงเข้าห้องพิจารณาคดีที่จะเริ่มตั้งแต่ 10.00 น.โดยคาดว่า ไม่เกิน 12.00 น. ก็จะรู้ผลการอ่านคำสั่งของศาลฎีกาฯ ในคดีประวัติศาสตร์ของศาลยุติธรรมและกระบวนการยุติธรรมประเทศไทย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปมที่ดิน จุดตายนักการเมือง-เศรษฐี “สหายแสง-ศุภชัย”ไม่ใช่รายสุดท้าย

จากกรณีเมื่อ 11 มิ.ย. ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีของ ศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต

เสื้อแดงขอนแก่นชู ‘ทักษิณ’ ซูเปอร์ฮีโร่ ยอมเข้าคุกทั้งที่เจอความยุติธรรม 2 มาตรฐาน

คนเสื้อแดงขอนแก่น ชู "ทักษิณ" เป็นซูเปอร์ฮีโร่ ทั้งที่รู้ว่าสองมาตรฐานแต่ก็รับโทษตามกฎหมายจนได้รับอิสรภาพ พร้อมระบุแม้เจ้าตัวจะไม่กลับคืนเวทีการเมืองแต่ก็เป็นนักรบที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เชื่อคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.กรรมติดจรวดแน่

กรมคุมประพฤติ คอนเฟิร์ม 'ทักษิณ' ถอดกำไล EM พ้นโทษโดยสมบูรณ์

กรมคุมประพฤติ ยืนยัน "ทักษิณ" ถอดกำไล EM พ้นโทษเรียบร้อยแล้ว หลังศาลอาญาธนบุรีตรวจเอกสารรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษปล่อยตัวพ้นโทษจากการคุมประพฤติ รวม 22 ราย ขณะที่ไทม์ไลน์ทักษิณ ระบุ สิ้นเดือน มิ.ย.69 เตรียมบินดูไบ

'สมศักดิ์' เปิดจดหมายลับ 20 ปี อ้าง 'ส.ศิวรักษ์' เคยหนุนใช้ 112 เล่นงานทักษิณ

‘สมศักดิ์เจียม” เปิดเผยเรื่องราวเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยอ้างว่าได้รับจดหมายจาก “ส.ศิวรักษ์” ในช่วงพันธมิตรฯขับไล่ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งระบุว่าต้องจัดการทักษิณก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องอื่น พร้อมเผยเก็บเรื่องนี้ ไว้

'ทักษิณ' ขอเลื่อน! รายงานตัวคุมประพฤติ ยันยังติดกำไล EM

'ทักษิณ' เลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรก ขยับไป 28 พ.ค. ยังคงติดกำไล EM ตามมติคณะอนุกรรมการพักโทษฯ ไม่มีการยื่นขอปลดชั่วคราวหรือถาวร