ชักเอาใหญ่! ชูความเห็น ‘อภิสิทธิ์’ เปลี่ยนความคิด ‘อนุทิน’ ปมซักฟอก

อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ออกตัวแรง อ้างคำเตือนของ “อภิสิทธิ์” ทำ “อนุทิน” เปลี่ยนท่าทีจากขู่ยุบสภา เป็นยอมให้เปิดอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ 

8 พฤศจิกายน 2568 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่าเบื้องหลัง อนุทิน ออกแถลงการณ์ 8 ข้อ

ผมได้อ่านแถลงการณ์ของนายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับประเด็นการชิงยุบสภา หากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 8 ข้อนั้น จะเห็นได้ว่าข้อ1ถึงข้อ4 เป็นการกล่าวถึงนโยบาย และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขMOAทุกประการ คือ

1. ข้อตกลงกับพรรคประชาชน ว่าจะยุบสภา ภายใน 120 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 31 มกราคม 2569

2. ข้อตกลงที่ทำกับพรรคประชาชน มีสาระสำคัญคือ 1. แก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดตั้งสสร. 2. การทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร3. ยุบสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 120 วัน  4. พรรคประชาชน เป็นพรรคฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบ ให้คำแนะนำ การทำงานของรัฐบาล

3. จะทำภารกิจสำคัญ 3  ประการ คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดทำประชามติ และ ยุบสภาผู้แทนราษฎร ให้แล้วเสร็จ

4. จะขอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชน ของประเทศ 4 เรื่อง คือ 1. ปัญหาเศรษฐกิจ 2. ปัญหาความมั่นคง 3. ปัญหาภัยธรรมชาติ และ 4. ปัญหาภัยสังคม ยาเสพติด ฉ้อโกง หลอกลวงประชาชน

ส่วนแถลงการณ์ตั้งแต่ข้อ5 ถึงข้อ8 เป็นการอ้อนวอนพรรคประชาชนโดยตรง   หวังให้พรรคประชาชนเห็นใจรัฐบาล เช่น

5.เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากมีการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็แพ้มติแน่นอน มีข้อเสนอว่า เป็นอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ จะได้มั้ย หรือพร้อมพูดคุยหารือกัน   

6. แม้ว่าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่มีในข้อตกลงก็ตาม แต่รัฐบาลพร้อมชี้แจง และไม่เคยคิดที่จะจับรัฐธรรมนูญ เป็นตัวประกัน แต่เจะเร่งแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จเร็วที่สุด ตามกรอบเวลาที่กำหนด จากนั้นจะยุบสภาฯ

7. ให้ความสำคัญกับคุณรังสิมันต์ โรม เป็นพิเศษ ได้พยายามเชิญมาหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาสแกมเมอร์ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

8. อ้อนพรรคประชาชน ว่าได้สนับสนุนให้มีรัฐบาลนี้แล้ว ประชาชนกำลังรอการเลือกตั้งใหม่ จะปฏิบัติตามข้อตกลงกับพรรคประชาชนทุกประการ

การออกแถลงการณ์ 8 ข้อครั้งนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความเห็นของนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า “นายอนุทิน ควรวางตัวเป็นแบบอย่างของผู้นำในระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรมองว่าการถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการ โดนด่าฟรี"

จึงทำให้นายอนุทินเปลี่ยนแนวความคิด  เป็นต้องการให้เปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ซึ่งพร้อมที่จะไปตอบคำถามทั้งหมด ดีกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ ซึ่งบทสุดท้ายจะต้องยุบสภาก่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างแน่นอน ซึ่งอาจทำให้นายอนุทินเสียภาพความเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตยได้

ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นที่มาของการออกแถลงการณ์ 8 ข้อ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ถึงพรรคประชาชนโดยตรง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขอโทษประชาชน ‘อนุทิน’ ขออภัยในความปั่นป่วนให้รอรัฐบาลใหม่วิ่งฉิว!

นายกฯ เปิดงาน Meet the Press “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ยกมือไหว้ขออภัยและขอโทษประชาชนที่ตัดสินใจ 15 วันแรกพยุงราคาน้ำมัน

ลั่น‘คนละครึ่ง’มาแน่! นายกฯชี้พลัสกว่าเดิม

"อนุทิน" ยัน “คนละครึ่ง” มาแน่นอน พลัสมากกว่าเดิม “ศุภจี” ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง ให้ส่งวัตถุดิบเกษตรจากต้นทางไปร้านอาหาร กรุงเทพฯ-ปริมณฑล นำร่อง 24 แห่ง

อ.อัจฉราวดี แนะ 'อนุทิน' ลากคอไอ้โม่งเป็นการไถ่โทษบริหารน้ำมันปั่นป่วน ประชาชนไม่อยากฟังคำขอโทษอีกแล้ว

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง และประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขอโทษประชาชนที่บริหารน้ำมันปั่นป่วนว่า สมควรต้องถูกทัวร์ลงทั่วประเทศ เพราะนายกประมาทวิกฤตของชาติแต่ให้คนอื่นนั่งหัวโต๊ะ

'อนุทิน' ยันเร่งดันคนละครึ่งพลัสให้เร็วที่สุด เติมเงินให้มากกว่าเดิมแน่นอน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการคนละครึ่งพลัสที่จะดำเนินการต่อ ว่า โครงการคนละครึ่งพลัสต้องออกมาอยู่แล้วไม่ว่าสถานการณ์น้ำมันจะมีหรือไม่มี เพราะเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้สัญญาไว้กับประชาชนและเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เราต้องดำเนินการเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดที่จะมาถึงนี้

'อนุทิน' รับสบายใจขึ้น ควบคุมสถานการณ์น้ำมันได้ประชาชนมีใช้เพียงพอ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” กรณีปัญหาน้ำมันสบายใจแล้วหรือยังที่ได้ชี้แจงในเวทีดังกล่าว ว่า มันสบายใจขึ้นเพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และเกิดความมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศยังมีเพียงพออยู่ ตรงนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าได้แถลงแล้วสบายใจขึ้น ไม่เกี่ยว

'อนุทิน' เผยมีโอกาสน้ำมันขึ้นราคาอีก ชี้ประเทศไทยไม่ขาดน้ำมัน คือความสำเร็จในภาวะสงครามตะวันออกกลาง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร ว่า ราคาเป็นไปตามกลไก เราพยายามทำให้อย่างน้อยความมั่นคงทางการมีน้ำมันในประเทศมีมาก ราคาถ้าอุ้มมากงบประมาณที่เอามาใช้ก็ร่อยหรอไปทุกวัน และที่สำคัญถ้าราคาต่ำกว่า