
นายกฯ เปิดงาน Meet the Press “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ยกมือไหว้ขออภัยและขอโทษประชาชนที่ตัดสินใจ 15 วันแรกพยุงราคาน้ำมัน ยอมรับสงครามไม่จบเร็ว แต่ยันไม่ชอร์ตหน้าปั๊มแล้ว มีให้ ปชช.ใช้ได้ถึงสงกรานต์และตลอดทั้งปี ขออย่าตื่นตระหนก สัปดาห์หน้าได้รัฐบาลชุดใหม่พร้อมทำงาน “เอกนิติ” ย้ำใช้ภาษี ปชช.ดูแลคนทุกกลุ่ม ใช้กลไกทั้งหมด ชะลอผลกระทบให้ได้มากที่สุด
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” เพื่อร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์และแนวทางการรับมือของภาครัฐ หลังผ่าน 1 เดือนของวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพทั่วโลก
โดยมีรัฐมนตรีเศรษฐกิจเข้าร่วมด้วย ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ, นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวมถึงได้มีการเชิญสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจเข้าร่วมในงาน
โดยนายกฯ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตนได้เรียนเชิญคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกท่านให้มาพบปะกับพี่น้องประชาชน และยังมีผู้บริหารของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่พร้อมจะให้คำชี้แจงเพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดและคลายความสงสัยให้กับพี่น้องประชาชน สำหรับสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางในตอนนี้ 1 เดือนแล้ว ทุกประเทศในโลกนี้ก็ประสบปัญหาความมั่นคงทางพลังงานกันแทบทุกประเทศ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก หลายประเทศมีสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมัน และทุกประเทศก็ได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนในประเทศได้ร่วมกันประหยัดพลังงาน จนถึงตอนนี้ก็ถือว่าสถานการณ์ยังมีความทรงตัวอยู่ มีความพยายามริเริ่มการเจรจาระหว่างประเทศคู่ขัดแย้ง แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณที่เป็นบวกอย่างชัดเจน
หมายความว่าทั้งโลกก็ยังคงจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ เพื่อสามารถที่จะยืนระยะให้ได้ ประชาชนได้รับการขอความร่วมมือ ปรับวิถีชีวิตพร้อมกับการที่เราจะต้องมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะยืดเยื้อยาวนาน และรัฐบาลจะต้องมีการปรับแนวทางในการบริหารตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันเช่นกัน
"ในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนมีนาคม ผมต้องขออภัยและขอโทษพี่น้องประชาชนต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจากการบริหารราคาน้ำมัน เราตัดสินใจใน 15 วันแรกที่จะพยุงราคาน้ำมันไว้เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน ให้ประชาชนได้มีการปรับตัว แน่นอนตอนแรกที่เกิดเหตุการณ์ จากการติดตามข่าวเราก็คิดว่าการสู้รบเช่นนี้เป็นการสู้รบที่ไม่ยาวนาน แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ดูแล้วน่าจะไม่จบเร็ว รัฐบาลจะต้องดำเนินการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา"
ไม่มีคำว่าขอดูงานก่อน
นายอนุทินกล่าวว่า ซึ่งในส่วนของแนวทางการรับมือ ทุกฝ่ายได้ทุ่มเทความพยายามอย่างสุดความสามารถ ซึ่งล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศใช้เวลาและความพยายามในการเจรจากับประเทศอิหร่าน จนในที่สุดก็สามารถทำให้ประเทศอิหร่านอนุญาตให้เรือขนส่งน้ำมันของไทยสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ซึ่งความสำเร็จในการเจรจาครั้งนี้ก็จะทำให้ความกังวลในเรื่องของน้ำมันดิบลงได้ เราสามารถสร้างความมั่นใจได้มากขึ้นว่าในเรื่องของระบบการขนส่งก็จะไม่มีปัญหาอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อตอนต้นเดือน มี.ค.
นายกฯ กล่าวด้วยว่า สัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของรัฐบาลชุดตน รัฐบาลหนู 1 หรือรัฐบาลอนุทิน 1 เพราะตนได้รับรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้มีการส่งตรวจสอบคุณสมบัติว่ามีข้อห้ามขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังจากที่ตรวจสอบกันมาก็มีปัญหาบางคน แต่วันนี้ไม่มีแล้ว เมื่อไม่มีแล้ววันจันทร์ที่ 30 มี.ค.นี้ จะประชุมสรุปกับหน่วยงาน เพื่อให้ยืนยันว่าคุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมีความครบถ้วนแล้ว ตนก็จะเร่งดำเนินการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมในเวลาอันควร หากขั้นตอนตามกฎหมายไม่มีปัญหาอะไร เราน่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ภายในสัปดาห์หน้า เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถที่จะไปออกมาตรการใดๆ ที่จะทำให้เกิดความผูกพันต่อรัฐบาลใหม่
"เพื่อทำให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มรูปแบบ จะไม่มีคำว่าขอดูงานก่อน ขอทดลองงานก่อน เพราะ ครม.หลายท่านในรัฐบาลชุดนี้จะยังคงทำงานรับใช้ประชาชนต่อไปในชุดรัฐบาลหน้า จะต้องเกิดความรวดเร็วอย่างแน่นอน"
นายอนุทินยังกล่าวว่า ในตอนนี้รัฐบาลอาจจะยังไม่สามารถใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่ เพราะมีกระบวนการและมีข้อห้ามอยู่หลายข้อในเรื่องของการอนุมัติใช้งบประมาณ ก็ต้องไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตนคิดว่าถ้าเทียบกับการมีรัฐบาลใหม่ เราจะมีรัฐบาลใหม่ได้เร็วกว่าที่จะไปขอ กกต. เพราะ กกต.ต้องไปพิจารณาและใช้เวลาตอบกลับมา ย้ำว่ารอไม่เกินสัปดาห์หน้าเราจะทำทุกอย่างให้เรียบร้อย การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เราทำเตรียมพร้อมไว้หมดแล้วสำหรับรัฐบาลต่อไป และจะหารือประธานรัฐสภาให้นัดประชุมสภาให้เร็วที่สุด เมื่อแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสมบูรณ์แล้วรัฐบาลจะไร้ข้อจำกัดทางกฎหมายในการดูแลด้านนโยบายและงบประมาณต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อรับมือกับสถานการณ์และเพื่อบริหารราชการแผ่นดินต่อไป
แต่ละครอบครัวใช้น้ำมันลดลง 1 ลิตร
"เพื่อการประหยัดพลังงาน เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้แน่นอน ผมขอยกตัวอย่างว่า เรามี 10 ล้านครอบครัวที่ใช้น้ำมันและพลังงานต่างๆ ในการดำรงชีวิต หาก 1 ครอบครัวลดการใช้น้ำมันเพียงครอบครัวละ 1 ลิตร ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันประเภทไหน ประเทศไทยก็จะลดการใช้น้ำมันได้ถึงวันละ 10 ล้านลิตรทันที เท่ากับลดการนำเข้าและเพิ่มสำรองวันละ 10 ล้านลิตร และสามารถลดภาระชดเชยจากภาครัฐได้ 20 บาทต่อลิตร ถ้าพวกเราลดได้ประมาณ 10 ล้านลิตรต่อวัน รัฐบาลประหยัดน้ำมันในกองทุนน้ำมันได้ถึง 200 ล้านบาทต่อวัน ดังนั้นโดยรวมก็คือถ้าเราร่วมกันลดค่าใช้จ่าย ลดการใช้น้ำมันเพียง 1 ลิตรเท่านั้น เราจะเซฟเงินได้วันละ 600 ล้านบาท"
นายกฯ ยืนยันว่าถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันเราก็จะสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้แน่นอน สงกรานต์นี้ตนได้เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ได้ถามหลายจังหวัดและได้ไล่จี้ โดยผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดบอกว่าสามารถควบคุมไม่ให้เกิดการชอร์ตหรือการขาดน้ำมันในแต่ละจังหวัดได้ ซึ่งประชาชนเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ นำรถเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มได้ตลอด ไม่ต้องกลัวว่าจะกลับไม่ถึงบ้าน
ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้ง โดยได้ตอบคำถามเรื่องประชาชนจะต้องตกใจซ้ำรอยการขึ้นราคาครั้งละ 6 บาทอีกหรือไม่ว่า ถึงอย่างไรเราต้องอ้างอิงกับราคาตลาดโลก ซึ่งสิ่งที่เราได้ทำไปเราไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดการไปขึ้นราคาช่วยผู้ประกอบการมีกำไรมากขึ้น แต่เราต้องใช้สินค้าพลังงานตามราคาตลาดโลก ซึ่งการที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันไว้อยู่เราต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยสนับสนุน ซึ่งเราทำอย่างนี้ในระยะยาวไม่ได้ เราต้องทำให้ราคาน้ำมันเกิดความสมดุล และให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนให้น้อยที่สุด จึงจำเป็นต้องช่วยกันทุกฝ่าย เราก็รณรงค์ให้ประชาชนหาวิธีประหยัดพลังงาน กองทุนที่ไปอุ้มก็ไม่ต้องไปรับภาระหนักเพื่อที่เราจะได้นำกองทุนไปช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ และกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มมากขึ้น
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วิกฤตสถานการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้เป็นวิกฤตของโลก เป็นวิกฤตพลังงานที่กระทบทั้งโลก และเป็นวิกฤตที่ไม่ได้มีใครคาดมาก่อน รวมถึงเป็นวิกฤตที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะจบอย่างไร สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลพยายามที่จะทำคือพวกเราพยายามชะลอผลกระทบกับประชาชนให้ได้มากที่สุด และเมื่อเกิดสงครามในตะวันออกกลางเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมาเราไม่ทราบเลยว่าสถานการณ์จะจบลงอย่างไร แต่สิ่งแรกที่เราต้องทำคือเราต้องดูแลประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหน้าที่นั้นเต็มความสามารถ ในการดูแลประชาชนที่อยู่ในตะวันออกกลางให้ปลอดภัยมากที่สุด
วิกฤตพลังงานไม่ได้จบ
"จากการที่สถานการณ์ไม่ได้จบลงในเวลาอันรวดเร็ว 1 เดือนผ่านไปเป็นที่ชัดเจนว่าสงครามและวิกฤตพลังงานไม่ได้จบเร็ว ทุกประเทศได้รับผลกระทบเช่นกัน สิ่งที่ต้องทำคือเราจะชะลอผลกระทบกับประชาชนอย่างไรให้ได้มากที่สุด บนเครื่องมือที่รัฐบาลและเงินที่รัฐบาลมี ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน ใช้ให้คุ้มค่าที่สุด"
นายเอกนิติกล่าวต่อว่า ประเทศส่วนใหญ่จึงเลือกไม่ฝืนสภาพความเป็นจริง เช่นเรื่องราคาน้ำมัน หลายประเทศได้ปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวตามตลาด แต่ประเทศไทยเราเลือกที่จะไม่ปล่อยตามกลไกตลาดทั้งหมด เราใช้กองทุนน้ำมันเข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพเท่าที่ทำได้อย่างเต็มความสามารถ โดยให้กองทุนน้ำมันขาดทุนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อดูแลไม่ให้ผลกระทบของราคาน้ำมันในตลาดโลกไปกระทบกับประชาชนอย่างรุนแรง จึงอุดหนุนอย่างเต็มที่ในช่วงแรก และค่อยๆ ลดการอุดหนุน เพราะถ้าเราไม่ลดการอุดหนุนกองทุนน้ำมันจะขาดทุนโดยไม่จำกัด และจะทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่วิกฤตพลังงาน แต่จะเกิดเหมือนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ขณะนั้นมีการแทรกแซงค่าเงินบาทไม่ให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด วันนั้นเราสูญเสียเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด
"ประชาชนเดือดร้อน เราปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นไม่ได้ เราจึงต้องตัดสินใจบริหารจัดการบนเครื่องมือ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต จึงได้ตัดสินใจเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม วันนี้เรายังมีการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลอยู่ ต่างจากประเทศอื่นในอาเซียนที่ปล่อยให้ลอยตัวไปแล้ว ทำให้ราคาน้ำมันในไทยต่ำกว่าประเทศในอาเซียน ซึ่งในชีวิตผมไม่เคยเห็นราคาน้ำมันไทยต่ำกว่าประเทศมาเลเซียเลย แต่ทุกคนต้องปรับตัว รัฐบาลต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เพราะเราไม่รู้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะนานเท่าไหร่ เราต้องเตรียมความพร้อม"
นายเอกนิติกล่าวต่อว่า สิ่งต่อมาที่กระทบคือหลังจากที่ราคาน้ำมันอาจจะต้องปรับตัวขึ้นบ้างให้เป็นไปตามกลไกตลาด และเมื่อราคาน้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตหลายส่วน ทางกระทรวงพาณิชย์จึงต้องเข้ามาดูแลไม่ให้คนมาเอารัดเอาเปรียบในช่วงที่ทุกคนเดือดร้อน และฉวยโอกาสขึ้นราคา ทางกระทรวงพาณิชย์จึงต้องออกเกณฑ์ในการควบคุมภายใต้กฎหมาย เพื่อไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบประชาชน นอกจากนี้ ยังกระทบให้ค่าขนส่งสูงขึ้น กระทรวงคมนาคมจึงใช้งบประมาณทุกอย่าง เพื่อไม่ให้กระทบต้นทุนค่าขนส่งมากเกินไป จึงใช้กองทุนที่มีมาดูแลประชาชน งบกลางเท่าที่มีอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็ต้องขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อมาดูแลไม่ให้กลไกราคากระทบต้นทุนมากเกินไป
ดูแลกลุ่มเปราะบาง
นายเอกนิติกล่าวว่า ในสถานการณ์วิกฤตนี้ คนสามารถรองรับวิกฤตได้มีความสามารถไม่เท่ากัน คนที่มีเงินก็อาจจะดูแลตัวเองได้มากขึ้นกว่าคนอื่นที่ไม่ได้มีรายได้มาก รัฐบาลเองมีงบประมาณจำกัดคือเงินภาษีประชาชน ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ใช่เงินของรัฐบาล แต่นั่นคือเงินภาษีของประชาชนเราก็มีอยู่อย่างจำกัด เราถึงต้องใช้ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าในการดูแลประชาชน เราจึงเลือกตัดสินใจใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้นในการดูแลกลุ่มเปราะบาง คือกลุ่มคนที่รายได้น้อย จึงตัดสินใจใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการดูแล ย้ำว่าเราจะใช้ทุกเครื่องมือกลไกที่เราสามารถทำได้ในการชะลอผลกระทบวิกฤตครั้งนี้ และวิกฤตครั้งนี้เป็นวิกฤตโลก เราต้องช่วยกันทั้งรัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาชน เราต้องร่วมมือกันเพื่อผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะปัจจุบันก็ยังคงให้ความมั่นใจได้ว่ามีสำรองน้ำมัน ทั้งน้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันทางกฎหมาย น้ำมันจากการค้า และน้ำมันดิบรวมกัน 107 วัน ซึ่งมีการกำหนดวันที่เรือบรรทุกน้ำมันจะเดินทางถึงไทยชัดเจนแล้วถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเดือนเม.ย.เข้ามาเต็ม สิ่งที่ต้องใช้ 24 ล้านบาร์เรล ส่วนเดือน พ.ค.ก็มีการยืนยันมาอย่างต่อเนื่อง และจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ จึงขอให้ความมั่นใจว่าอย่างไรน้ำมันมีเพียงพออย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน การทำงานของกระทรวงพลังงานในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสถานการณ์มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงต้องมีการประเมินและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตลอด ทันทีที่มีปัญหาเรื่องนี้ สิ่งที่ทำเป็นอันดับแรกคือการระงับการส่งออก เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันนั้นอยู่ในประเทศไทย ซึ่ง ณ ขณะนั้นที่ประชาชนยังไม่ตื่นตระหนก ส่วนที่มีการระงับการส่งออก จึงมีการประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันจัดเก็บเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย ซึ่งในต่อมาได้ยกเลิก เพื่อตอบสนองความต้องการที่มากขึ้นกว่าปกติ
รมว.พลังงานยังสร้างความมั่นใจว่า น้ำมันดิบจากลงกลั่นจนจบขั้นตอนกระบวนการถึงประชาชน จะไม่แวะกลางทาง โดยจะมีการเพิ่มระดับในความเข้มข้นตรวจจับด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ว่าแหล่งกักเก็บที่มีการขออนุญาตมา หากเป็นการกักเก็บเพื่อขายหรือกักเก็บอย่างเดียวแล้วไม่ขาย ก็จะต้องเข้าไปดำเนินการ ตรวจอย่างเข้มข้น ซึ่งจากการดำเนินงานในหลายๆ มาตรการ หากถามถึงสภาพการณ์ของปั๊มน้ำมัน ยอมรับว่าดีขึ้น จากกรณีที่ปั๊มน้ำมันต้องปิดลง 2,082 ปั๊มในช่วงน้ำมันวิกฤต แต่ปัจจุบันเหลือเพียงกว่า 300 ปั๊มที่ยังขาดน้ำมัน
"ขอทำความเข้าใจราคาน้ำมันที่ต้องเป็นไปตามกลไกตลาดโลก เพราะเป็นระบบที่ต้องดำเนินการเป็นทั่วไป ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าเหตุใดน้ำมันดิบเป็นสต๊อกเก่า แต่กลับใช้อัตราที่คิดใหม่ เป็นระบบที่ต้องขึ้นลงตามราคาตลาด เช่นเดียวกับราคาในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไม่ได้คิดตามราคาน้ำมันสต๊อก ณ ขณะนำเข้า เช่นเดียวกับราคาทองคำ ที่คำนวณราคาตลาดโลกแบบรายวัน" นายอรรถพลระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปลัดจังหวัดภูเก็ต รอดคุกได้ประกัน
ปปป.คุมตัว "ปลัดจังหวัดภูเก็ต" ส่งศาลทุจริตภาค 9 สอบเพิ่มปมถูกกล่าวหาเรียกรับเงินช่วยสอบบรรจุท้องถิ่น รอดคุกหวิว ใช้ตำแหน่งข้าราชการเป็นหลักประกัน ขณะที่ “บิ๊กเต่า” ยังอุบเงียบ เผยเตรียมแถลงใหญ่
ปัตตานีป่วน! บึ้ม ‘เด็ก’ เจ็บ2 ดักยิง ‘อส.’ ดับ
โจรใต้วางระเบิด 15 กก.กลางหมู่บ้านปัตตานี เด็ก 8 เดือนและ 2 ขวบรับเคราะห์ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งพ่อแม่ ส่วนรถพังยับ อีกกรณีเหิมเกริมประกบยิง อส.เสียชีวิตคาที่ หลังส่งลูกไปโรงเรียนตาดีกา
ซาบซึ้งกราบพระศพฯ
วันแรกเปิดเข้ากราบพระศพเบื้องหน้าพระโกศ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พสกนิกรทั่วไทยหลั่งน้ำตาสุดอาลัย น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ ซาบซึ้งพระเมตตาช่วยเหลือผู้ต้องขัง-ผู้ติดเชื้อ HIV มีคุณภาพชีวิตที่ดี
ตั้งเป้าใช้สิทธิ 70% ประธานกกต.ฟุ้งเลือกตั้งผู้ว่ากทม.เข้าคูหามากกว่าเดิม
"ประธาน กกต." ติดตามความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก.กทม. มั่นใจการทำงานของ กปน. หลังถอดบทเรียนจะไม่มีข้อผิดพลาด คาดรู้ผลเลือกตั้งภายใน 21.00 น.
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
นายกฯ สั่งศูนย์บริการประชาชน เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแส ร้องเรียน ปมสอบขรก.ท้องถิ่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 256/2569เรื่อง การอำนวยความสะดวกในการเสนอเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส กร

