'อนุทิน' ฮึ่ม! หยุดทุกข้อตกลงกัมพูชา เตรียมบินศรีสะเกษ 11 พ.ย. รัฐบาลลั่นไม่มีอ่อนข้อ

10 พ.ย.2568-นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด บริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะปฎิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง ส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บ 2 นาย ว่า ตนรับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ชัดเจนว่าตนเห็นด้วยและสนับสนุนการดำเนินการของกระทรวงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพในเรื่องนี้ สิ่งที่ดำเนินการมาโดยตลอด ณ ตอนนี้จะหยุดจนกว่าจะมีความชัดเจน ตนจะแจ้งไปยังกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ว่าต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยต้องการเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เราคิดว่าความเป็นปฏิปักษ์ที่คิดว่าจะลดลงไปต่อความมั่นคงของชาติมันไม่ได้ลด เมื่อไม่ได้ลด เราจะดำเนินการอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้

เมื่อถามว่าหมายรวมไปถึงการส่งตัวทหารกัมพูชาที่ถูกทางการไทยควบคุมตัวอยู่ 18 คนด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถูกต้องครับ ทุกอย่างต้องหยุด เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รายละเอียดจะให้รมว.กลาโหมและกองทัพออกมาชี้แจง สิ่งที่ตนยืนยันกับท่าน ให้ท่านว่าไปเลย ตนอยู่กับท่าน ตามท่านทุกอย่าง

ซักว่า วันที่11 พ.ย. จะลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี หันกลับมาตอบว่า “ต้องไปสิ ทหารของเราถึงขั้นขาขาด”

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลยอมรับไม่ได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีสนับสนุนในการดำเนินการทุกอย่างแก่กองทัพและการดำเนินการตามข้อตกลง Joint declaration ที่ดำเนินมาแล้วกว่า 1 สัปดาห์ ให้หยุดไปก่อน ดังนั้นการดำเนินการที่มีความกังวลว่าจะมีการปล่อยเชลยศึกในวันที่ 12 พ.ย.นั้น เรื่องนี้ก็ต้องหยุดไปก่อนเช่นกัน ดังนั้นขอให้ประชาชนได้มีความมั่นใจว่ารัฐบาลไม่มีการอ่อนข้อ และไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆ กับประเทศกัมพูชา และยืนยันว่าสิ่งที่รัฐบาลมุ่งหวังคือให้ประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนกลับเข้าสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ความเป็นปฏิปักษ์ไม่ได้ลดลง ดังนั้นการดำเนินการใดๆที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องหยุดชะงักและต้องมาเคลียร์เรื่องนี้ก่อน

เมื่อถามว่าจะหยุดการดำเนินการตามข้อตกลง Joint declaration แบบไม่มีกำหนดหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตอนนี่ยังไม่มีกำหนด จนพอจะมีการพูดคุย แต่จะบอกว่าไม่มีกำหนดก็กว้างเกินไป หลังจากนี้เมื่อมีการประท้วงกันแล้ว ก็ต้องมาดูว่าจะต้องมีการดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งตอนนี้ต้องหยุดไปก่อน จนกว่าจะมีการเคลียร์เรื่องการเหยียบทุ่นระเบิด

ถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่ากัมพูชาไม่ได้ดำเนินการตามข้อตกลงและเป็นการเล่นนอกเกมใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือหนึ่งในนั้น ส่วนที่เหลือก็ขอให้ไปฟังรายละเอียดจากฝ่ายความมั่นคง แต่นี่คือท่าทีของรัฐบาล

พอถามว่า ต้องมีการชี้แจงเรื่องนี้ต่อนานาชาติหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปกติกลไกในการประท้วงก็ต้องมีการชี้แจงอยู่แล้ว ต้องแจ้งกลุ่มผู้สังเกตการณ์ที่เป็นต่างชาติ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วันวิชิต' ย้อนเล่า 'บิ๊กเล็ก' เคยเปรยห่วงชายแดน 'ตะวันตก' มากกว่าฝั่ง 'ตะวันออก'

วันวิชิต ระบุไม่คิดว่าเรื่องความขัดแย้งระหว่างกองทัพพม่า กับชนกลุ่มน้อยจะมาเป็นประเด็นร้อนเร็วกว่าที่คาด  รอบนี้ดูพม่าเขาขึงขังกร้าวร้าวเป็นพิเศษ ต้องจับตาดุต่อไป

'นายกฯภูฏาน' นำ 'นายกฯไทย' เยี่ยมชมศิลปวัฒนธรรม-สักการะหลวงพ่อสัจจธรรม

นายกฯ ภูฏาน นำนายกฯ ไทย เยี่ยมชมศิลปวัฒนธรรม-สักการะหลวงพ่อสัจจธรรม สานสัมพันธ์สองประเทศผ่านมรดกทางศาสนาและวัฒนธรรม ต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว-การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

ไม่หนีซักฟอก! 'อนุทิน' ลั่นรัฐบาลเสถียรภาพแน่น ยันวิจารณ์ผลงานได้ แต่กล่าวหาไร้หลักฐานไม่ได้

‘อนุทิน’ ลั่นไม่หนีซักฟอก เจอกัน ธ.ค. ยันรัฐบาลเสถียรภาพแน่น ชูบ้านเมืองมาก่อนการเมือง เอาจริงฟ้องแชร์ข่าว ‘ค่าน้ำชา 7 ล้าน’ ย้ำวิจารณ์ผลงานได้แต่กล่าวหาไร้หลักฐานไม่ได้

นายกฯ ชูโซลาร์ประชาชน เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานลดพึ่งนำเข้า ย้ำลดภาษีน้ำมันยกแผงไม่ได้

นายกฯอนุทิน ชูโซลาร์ประชาชนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ลดพึ่งนำเข้า เดินหน้าลดภาษี E20-B20 หนุนเกษตรกร ย้ำลดภาษีน้ำมันยกแผงไม่ได้ กระทบรายได้รัฐ-วินัยคลัง ชี้เงินกู้เบิกตามใช้จริง เร่งปลดล็อกกฎ ดึงทุนไฮเทค ยกระดับแรงงานไทย เตรียมดันวาระแห่งชาติด้านเกษตร ในครม.สัญจรอุดรธานี สัปดาห์หน้า

'นายกฯ' พบปะคนไทยในภูฏาน ย้ำทุกคนเป็น 'ทูต' สานสัมพันธ์สองประเทศให้แน่นแฟ้น

นายกฯ พบปะคนไทยในภูฏาน ชื่นชมเป็นกำลังสำคัญร่วมพัฒนาประเทศ ย้ำทุกคนเป็น 'ทูต' สานสัมพันธ์ไทย–ภูฏานให้แน่นแฟ้น